วิ่ง-ปั่นปันน้ำใจให้ผู้ป่วย

ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ


วิ่ง-ปั่นปันน้ำใจให้ผู้ป่วย thaihealth


          อีกไม่นานเกินรอ งานวิ่งปั่น-ปันน้ำใจ geather : Run&Ride for Life  ครั้งแรกที่ 3 สถาบันแพทย์จากภาคเหนือ ภาคอีสานและภาคใต้ จะร่วมกัน  "วิ่ง-ปั่น 7 วัน 2700 กม. เพื่อผู้ป่วย ในภูมิภาค" ซึ่งการปันน้ำใจของทุกคน จะช่วยต่อลมหายใจของผู้ป่วยที่อยู่ไกลทั้ง 3 ภูมิภาคทั่วประเทศ


          งานครั้งนี้ จัดขึ้นโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ  (สสส.) ร่วมกับ 3 สถาบันหลักในการผลิต บัณฑิตแพทย์ในภูมิภาค ประกอบด้วย คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และบริษัท  จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ จำกัด(มหาชน) เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการวิ่งและการปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ ที่แข็งแรง และได้ร่วมกันทำความดี  โดยรณรงค์รับบริจาคตลอดเส้นทาง เพื่อนำรายได้ทั้งหมดไปใช้สำหรับผู้ป่วยในแต่ละส่วนภูมิภาค โดยเริ่มออกวิ่งตั้งแต่ วันที่ 22 กรกฎาคม-28 กรกฎาคม 2560 ที่คณะแพทยศาสตร์ของทั้ง 3 สถาบัน


วิ่ง-ปั่นปันน้ำใจให้ผู้ป่วย thaihealth


          ดร.นพ.บัณฑิต ศรไพศาล  รองผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการ สร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) กล่าวถึง ที่มาในการที่สสส.ได้ร่วมสนับสนุนการจัดโครงการ วิ่งปั่น-ปันน้ำใจ ในครั้งนี้ถือเป็นการกระจายความช่วยเหลือผู้ป่วยไปสู่ระดับภูมิภาค ทาง สสส.จึงอยากร่วมผลักดันช่วยเหลือให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีและร่างกายแข็งแรง


          "โครงการวิ่งปั่น-ปันน้ำใจ ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมที่ชวนประชาชนมาร่วมกันออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีเท่านั้น แต่ยังถือว่าเป็นการกระจายความช่วยเหลือผู้ป่วยไปสู่ระดับภูมิภาค โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ยากไร้ และโรคซับซ้อน ที่การวินิจฉัยโรคและ การรักษาต้องอาศัยองค์ความรู้ และความสามารถของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่หลากหลายร่วมกัน ควบคู่กับการใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีเทคโนโลยีที่ ทันสมัย ซึ่งโรงพยาบาลในประเทศไทยยังคง ขาดแคลนอีกมาก กิจกรรม3สถาบัน วิ่งปั่นปันน้ำใจ นี้ จะได้ทั้งบุญได้สุขภาพ สุขกายสบายใจ" รองผู้จัดการ สสส. กล่าว


วิ่ง-ปั่นปันน้ำใจให้ผู้ป่วย thaihealth


          รศ.นพ.พุฒิศักดิ์ พุทธวิบูลย์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวเสริมว่า ใน 14 จังหวัดของภาคใต้ มีผู้ป่วยมาใช้บริการที่โรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก โดยคิดเป็นผู้ป่วยนอกจำนวน1 ล้านคน/ปี และผู้ป่วยในประมาณ  5 หมื่นคน/ปี ยังมีผู้ป่วยที่ส่งต่อมาจากโรงพยาบาลอื่นอีก 53,000 คน/ปี  ผู้ป่วยโรครักษายากและโรคซับซ้อน โดยเฉพาะโรคมะเร็งจำเป็นต้องใช้ ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการรักษาค่อนข้างสูงและยาวนาน ผู้ป่วยหลายคนไม่มีทุนมากพอที่จะมารักษาตัวอย่าง ต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและครอบครัว จึงอยากให้คนไทย ส่งกำลังใจกำลังกาย และกำลังทรัพย์เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยในทุกภูมิภาค


          ด้าน รศ.นพ. บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งและโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคปอด คนไข้โรคเหล่านี้ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็นปัญหาสำคัญของการสาธารณสุข ทางโรงพยาบาลต้องใช้ งบประมาณจำนวนมากในการดูแลรักษาคนไข้กลุ่มนี้ เนื่องจากเป็นโรคที่รักษาไม่หาย เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จึงจำเป็นต้องมีศูนย์การดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองและผู้ป่วยระยะท้าย


          ตามด้วย รศ.นพ.ชาญชัย พานทอง- วิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ภาคอีสาน ถือเป็นภูมิภาคที่มีประชากรอยู่มากที่สุดของประเทศ ความเจ็บป่วยจึงเป็นเรื่องที่ หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งผู้ป่วยจะมีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งเกิดผลกระทบหลายๆ ด้าน ทั้งทางด้านครอบครัว ด้านสังคม นอกจากนี้ ยังมีผู้ป่วยขาดเตียงนอน ทั้งผู้ป่วยส่งต่อมาจากโรงพยาบาลอื่น ซึ่งผู้ป่วยจะเป็นโรคผู้ป่วยซับซ้อนเรื้อรัง และโรคที่รักษาไม่หายขาด


   ติดตามโครงการและร่วมให้กำลังใจนักวิ่งนักปั่นได้ที่ Facebook : 3getherRunRideForLife


  "ผู้ป่วยหลายคน ไม่มีทุนมากพอ ที่จะมารักษาตัว อย่างต่อเนื่อง  ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตแลครอบครัว"


 


 


 

Shares:
QR Code :
QR Code

ใส่ความเห็น

ระบุข้อความ