วัดกับสังคมไทย ต้นทุนชีวิตของเด็กและเยาวชน

ช่วยดึงเด็กห่างไกลสิ่งไม่ดี

 

          วันแห่งความรักผ่านพ้นไป ท่ามกลางความวิตกกังวลของ ผู้เป็นพ่อเป็นแม่ และท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมในค่านิยมเด็กและเยาวชนที่มีต่อทัศนคติในสังคมวันนี้ ว่า ค่านิยมที่กำลังเกิดขึ้น จะเกิดเป็นผลร้ายต่อเด็กในอนาคตหรือไม่ ทั้งนี้เพราะเด็กและเยาวชน เป็นสภาวการณ์ของชีวิตที่ยังอยู่ในวัยเสี่ยง ซึ่งมักจะรับอะไรได้ง่าย โดยขาดสติยั้งคิดในการตรวจพิจารณา เรียกว่ากว่าจะรู้ตัว บางอย่างก็อาจจะสายเกินแก้ไปแล้ว

          อย่างเรื่องเพศสัมพันธ์ในสังคมของเด็กและเยาวชนไทย ท่ามกลางความตื่นตัวของผู้ใหญ่ที่ต้องการจะให้เด็กได้รับรู้ถึงหลักวิชาการในเรื่องเพศเพื่อให้พวกเขานำเอาไปใช้ในทางที่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง แต่ก็ยังมีบางอย่างที่เด็ก บางคนเข้าใจผิดๆ และนำไปใช้ในทางที่ตรงกันข้ามกับคุณค่า ที่แฝงอยู่ ทำให้เกิดการนำเอาความรู้ ความเข้าใจในหลักวิชาการของเพศสัมพันธ์ที่ผู้ใหญ่ให้กับเด็กแปรผันออกไป เพื่อให้ทิศทางความเข้าใจที่ผู้ใหญ่ต้องการสร้างสรรค์ สิ่งที่ดีให้กับเด็กและเยาวชนได้นำเอาความรู้ที่ได้รับ นำเอาไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับตัวเอง จึงเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ที่จะต้องคอยเป็นหูเป็นตาและเป็นกระชอน คอยคัดสรรสิ่งที่ดีงามให้ตกอยู่กับตัวของเด็กและเยาวชน ด้วยการเปิดพื้นที่ในการเรียนรู้ให้เด็กเข้าใจและให้เด็กนำเอาความรู้ที่ได้รับ นำเอาไปใช้ในทิศทางที่สร้างสรรค์ต่อวิถีชีวิต

          จากการเปิดเผยของ นพ.สุริยเดว ทรีปาตี หัวหน้าคลินิกเพื่อนวัยทีน สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี และผจก.แผนงานสุขภาวะเด็กและเยาวชน สสส. ว่า สสส. มีโครงการเสริมศักยภาพให้เด็กหลายโครงการ อาทิ ถ่ายทอด ภูมิปัญญาท้องถิ่นแก่กลุ่มเด็กและเยาวชนกว่า 40 กลุ่ม ทั่วประเทศ, โครงการสนับสนุนวัดเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก เยาวชน และชุมชนใน 600 วัด ภาคเหนือ ใต้ และตะวันออก เฉียงเหนือ ด้วยการมุ่งสนับสนุนพัฒนาวัดให้เป็นองค์กรเข้มแข็ง จัดกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ ทุกวันอาทิตย์ ส่งเสริมให้คนเข้าวัดใกล้ชิดกับพระพุทธศาสนามากขึ้น

          นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาปรับปรุงศูนย์การเรียนรู้เพื่อเด็กในชุมชนและพิพิธภัณฑ์ที่หลากหลายภายในประเทศ ซึ่งมีอยู่ด้วยกันมากมายให้เกิดศักยภาพมากยิ่งขึ้น โดยเริ่มจาก 100 แห่ง ในกรุงเทพฯและปริมณฑลก่อน จากนั้นก็จะขยายต่อไปยังต่างจังหวัด ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อเป้าหมายที่จะส่งเสริมให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งเรียนรู้ร่วมกันระหว่างคนในครอบครัวและสร้างสัมพันธภาพที่แข็งแรงยั่งยืนแก่ชุมชน ทั้งนี้โดยเน้นและมองในภาพจริงที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในสังคมไทย (อันน่าเป็นห่วง) ที่กำลังมีการสร้างวิกฤติในภาคการเมืองและชุมชนให้เกิดความระส่ำระสาย โดยผู้จัดทำตระหนักว่าแม้สถานการณ์ปัจจุบันจะเปลี่ยนไปเช่นไร ครอบครัวยังจะต้องเป็นส่วนสำคัญที่สุดที่จะช่วยปกป้องเด็กและเยาวชนที่กำลังอยู่ท่ามกลางภาวะวิกฤติต่างๆ ให้ไม่ต้องเข้าไปตกอยู่ในวังวนแห่งความสับสนนั้นๆ ด้วยการเปิดพื้นที่เรียนรู้ที่จะช่วยให้เด็กนำพลังที่มีอยู่ไปใช้ในทางสร้างสรรค์ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันนี้

          การมองเด็กและเยาวชนในปัจจุบันนี้ สิ่งหนึ่งที่ผู้ใหญ่จะพลาดไม่ได้ที่จะนำเอาความสำคัญของสังคมไทยในอดีตมาบูรณาการเพื่อสนับสนุนให้เกิดเป็นพลังเข้มแข็งแก่สังคมครอบครัว นั่นคือการให้ความสำคัญต่อวัด ซึ่งเป็นแหล่งยึดรวมน้ำใจของคนไทยมานับตั้งแต่โบราณกาลแล้ว โดยเราต้องยอมรับว่าปัจจุบันวัดขาดความสำคัญต่อสังคมครอบครัวลงไปมาก ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อสังคมครอบครัวไม่ได้รับประโยชน์จากวัด เหมือนดังที่เคยเป็นมาอดีต ความดีส่วนหนึ่งที่เคยได้รับจากวัดจึงขาดหายไป การที่ สสส.จะนำเอาโครงการพัฒนาวัดมาพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน รวมไปถึงสถาบันครอบครัวให้เกิดเป็นชีวิตที่สร้างสรรค์ จึงเป็นโอกาสที่น่ากระทำเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเหตุผลที่ว่าวัดกับคนไทยผูกพันกันมาจนยากที่จะสลัดให้หลุดพ้นออกไปได้แล้ว

          เมื่อเรานำเอาสิ่งที่ผูกพันกับชีวิตมาสร้างคุณค่าให้เกิดขึ้น ผู้รับจึงง่ายต่อการที่จะรับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น แล้วจากนั้นภูมิปัญญารวมไปถึงภูมิคุ้มกันที่ภาคสังคมต้องการสร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นกับตัวบุคคลภายในสังคมก็จะบังเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

          ปัจจุบันวัดไทยมีอยู่มากมายในทั่วทุกชุมชนของไทย นับเป็นร้อยเป็นพันแห่ง การจะมีการสร้างเสริมพัฒนาให้วัดกลายเป็นแหล่งสร้างคุณค่าให้กับชีวิตจึงสามารถกระทำได้ในทันทีเพราะมีความพร้อมรออยู่แล้ว

          ทั้งนี้ ทางสสส.จะเริ่มจากกระทำพร้อมกันในทุกภาค ของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก โดยคาดว่าจะกระทำจาก 600 แห่ง แล้วค่อยๆ ขยายต่อๆ ไป

          จากการที่สังคมไทยยุคใหม่ ห่างเหิน และลืมมองความสำคัญของวัดมานาน เมื่อสสส.มีโครงการที่จะดึงเอาวัดมาเป็นแหล่งพัฒนาเด็กและเยาวชนไทย จึงเป็นความหวังที่น่าติดตามเป็นอย่างมาก ในขณะที่สังคมไทยโดยเฉพาะสังคมของเด็กและเยาวชนที่กำลังต้องการที่พึ่งทางใจและต้องการภูมิคุ้มกันทางปัญญาที่กำลังถูกคุกคามจากอารยธรรม (ที่ไม่ดี) ของโลกในปัจจุบันนี้

 

 

 

 

 

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์แนวหน้า

 

 

Update 17-02-53

 

อัพเดทเนื้อหาโดย: ณัฏฐ์ ตุ้มภู่

Shares:
QR Code :
QR Code

ใส่ความเห็น

ระบุข้อความ