ฝึกสมอง 2 ซีก พัฒนาความจำด้วย ‘มายด์แม็ป’

ฝึกสมอง 2 ซีก พัฒนาความจำด้วย มายด์แม็ป thaihealth


"มายด์แม็ป" (Mind Map) เคล็ดไม่ลับกับการพัฒนาสมอง 2 ซีก" กิจกรรมสร้างสรรค์ เสริมสร้างจินตนาการ ของศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 26 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยมี อ.ธัญญา ผลอนันต์ ผู้บุกเบิกการใช้มาย์ด์แม็ปในเมืองไทย และ ลัดดาวัลย์ ชูช่วย แชมป์ความจำระดับประเทศในปี พ.ศ.2552 ได้สอนวิธีการใช้มายด์แม็ป และเทคนิคการจำอย่างมีจิตนาการให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเกือบ 300 คน ณ ห้องประชุมสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์กรุงเทพฯ


อ.ธัญญา ผลอนันต์ เล่าถึงพัฒนาการด้านความคิดของมนุษย์เมื่อสองล้านปีที่แล้วว่า มนุษย์เริ่มมีกระโหลกที่โตขึ้น และเริ่มแสวงหาสิ่งใหม่ๆ ความคิดจึงเริ่มพร้อมกับช่วงมนุษย์ผลิตเครื่องมือในยุคนั้น เราพยายามจดบันทึกข้อมูลมาเป็นแสนๆ ปีแล้วแต่มาตกผลึกเป็นภาษาเขียนเมื่อ 5 พันปีที่แล้ว โดยสองชาติแรกที่เริ่มค้นภาษาและมีความคล้ายกันในหลักการเขียนคือ จีนโบราณและอียิปต์โบราณ โดยเขียนจากบนลงล่าง และเป็นภาษาภาพ ต่อมามีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ฝึกสมอง 2 ซีก พัฒนาความจำด้วย มายด์แม็ป thaihealthและทุกชาติมีภาษาเป็นของตัวเองโดยมีการเขียน 3 วิธีคือ 1 จากบนลงล่าง 2.ขวามาซ้าย 3.ซ้ายไปขวา


"สมองซีกซ้ายทำหน้าที่ในเรื่องการใช้ภาษา การเขียน การอ่าน ทักษะด้านตัวเลข เป็นสมองในส่วนของการตัดสินใจส่วนสมองซีกขวาทำหน้าที่ในเรื่องความเข้าใจ ความมีสุนทรียะด้านดนตรี และการใช้จินตนาการ จึงเป็นส่วนของการสร้างสรรค์เราเริ่มใช้สมองซีกขวาก่อนวัยเด็กช่วงชั้นอนุบาล และเมื่อขั้นวัยประถมศึกษาเราจะใช้สมองซีกซ้าย เพื่อเรียนรู้ทางด้านวิชาการมากกว่า" อ.ธัญญา อธิบายถึงการทำงานของสมองเพิ่มเติม


"มายด์แม็ป (Mind Map) หรือแผนผังความคิด จัดเป็นวิธีการเขียนแบบที่ 4 ซึ่งถูกคิดค้นมาเมื่อสี่สิบปีที่แล้ว โดยโทนี้ บูซาน (Tony Buzan) ซึ่งการทำมายด์แม็ปเพื่อเชื่อมโยงการทำงานของสมองทั้งสองซีก สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในวิชาเรียน การทำงาน และช่วยบันทึกความคิดเพื่อให้เห็นภาพที่หลากหลายมุมมองลงบนกระดาษ โดยการใช้ภาพ สี เส้นและการโยงใยแทนการจดเป็นประโยคยาวๆ แบบเดิม" อ.ธัญญา กล่าว


"มายด์แม็ปสามารถเชื่อมโยงสมองทั้งสองซีกให้สมดุล แต่ต้องฝึกให้เกิดการเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ สร้างเสริมจินตนาการของสองซีกซ้าย ฝึกการจัดระบบความคิดของตัวเราโดยนำมาประยุกต์ใช้ในวิชาเรียนการทำงาน ฯลฯ ถ้าความจำดีขึ้นแม้จะ 5-10% เราจะมีชีวิตที่ดีขึ้น" อ.ธัญญา บอกถึงข้อดีของมายด์แม็ป


ด้าน ลัดดาวัลย์ ชูช่วย ชวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมทำเวิร์กช็อปง่ายๆ ด้วยการให้จำตัวเลข 1-25 และเชื่อมโยงกับภาพต่างๆ ฝึกสมอง 2 ซีก พัฒนาความจำด้วย มายด์แม็ป thaihealthพร้อมอธิบายเพิ่มเติมถึงความสามารถในการจดจำของมนุษย์ว่า ความจำเป็นพื้นฐานการเรียนรู้ ถ้าเราจำไม่ได้เราก็ต่อยอดการเรียนรู้ไม่ได้ หลักการง่ายๆ สองหลักการที่ทำให้เราสามารถจดจำได้ดีคือ 1.จินตนาการ 2.ความเชื่อมโยง โดยจะต้องเชื่อมโยงจินตนาการทั้งหมาดเข้าด้วยกันเป็นเรื่องเดียว โดยอาศัยการฝึกบ่อยๆ


"กฏของการเขียนมายด์แม็ปคือ 1.ไม่ล้อมข้อมูลความคิดไว้ด้วยการตีกรอบ เพราะหมายถึงการกักขังความคิดเรา 2.ไม่เขียนคำใต้กิ่ง คำที่เขียนต้องอยู่บนเส้น 3.เขียนเป็นประโยค หรืวลี 4.ทุกเส้นต้องเชื่อมกันเสมอ ไม่ขาดตอน 5.ใช้สีเดียวต่อกิ่งที่ขยายออกไป เพื่อจัดระบบทางความคิด 6.จัดวางกระดาษเป็นแนวนอน เพื่อให้สายตาทั้งสองข้างทำงานได้อย่างเต็มที่ 7.ไม่ควรใช้กระดาษที่มีตาราง" ลัดดาวัลย์ แนะนำวิธีการเขียนเพิ่มเติม


อภิชนา ธรรมศิริ ผู้จัดการฝ่ายเทคนิค บริษัทเอกชน อายุ 42 ปี เล่าถึงความประทับใจที่ร่วมกิจกรรมว่าเนื่องจากทำงานด้านวิทยาศาสตร์และใช้สมองซีกซ้ายเยอะเมื่อได้ความรู้จากการเขียนมายด์แม็ปก็จะมาประยุกต์ใช้กับงานที่ทำ รวมถึงเทคนิคการจำก็ทำให้เราจดจำได้ดีขึ้น ความรู้วันนี้จะนำไปสอนหลานต่อเพื่อจะได้พัฒนาความสามารถของเขาได้


การทำให้สมองทั้งสองซีกทำงานได้อย่างสมดุลกันนั้น เราจำเป็นที่จะต้องฝึกโดยฝสานหลักการและเหตุผลทางวิชาการพร้อมทั้งเชื่อมโยงจินตนาการ ศิลปะเข้าด้วยกัน การเขียนมายด์แม็ปจึงเป็นการฝึกสมองได้อย่างลงตัว


 


 


ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ 

Shares:
QR Code :
QR Code

ใส่ความเห็น

ระบุข้อความ