ชุมชน 3 วัย ใส่ใจสุขภาพ อบอุ่น-ลดช่องว่าง-สร้างสามัคคี
“อโรคยา ปรมา ลาภา ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” จะมีสิ่งใดเลิศไปกว่าการมีสุขภาพดี ต่อให้มีเงินล้นฟ้า มีบ้านใหญ่โต หากสุขภาพไม่ดี จะมีประโยชน์อะไร และไม่ว่าจะเป็นคนเพศใดหรืออยู่ในช่วงวัยใดก็ต้องการมีสุขภาพที่ดีปราศจากโรคภัยไข้เจ็บด้วยกันทั้งสิ้น
ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น จึงเป็นที่มาของโครงการ “ชุมชน 3 วัยใส่ใจสุขภาพ” ของชุมชนหลังไปรษณีย์สำเหร่ เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ที่ต้องการให้คนในชุมชนหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพตัวเองมากขึ้น
ตลอดจนมีกิจกรรมร่วมกันเพื่อสร้างสัมพันธภาพที่ดีของคนในชุมชน โดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โรงพยาบาลตากสิน และสถานีตำรวจสำเหร่
นางเกษร ศรีอุทิศ ผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชน กทม. กล่าวว่า บุคคลในชุมชนหลังไปรษณีย์สำเหร่มีช่วงวัยที่แตกต่างกัน ทั้งวัยเด็กและเยาวชน วัยกลางคน และวัยสูงอายุ ซึ่งคนในชุมชนส่วนใหญ่หาเช้ากินค่ำ ต่างคนต่างอยู่ ไม่ค่อยใส่ใจสุขภาพของตัวเองมากนัก
หากแต่ละช่วงวัย มีความตระหนักถึงพฤติกรรมการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสมกับวัยของตน เลือกดูแลตามหลัก 3 อ. โดยการรับประทานอาหารอย่างถูกต้อง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และดูแลสภาพจิตใจอารมณ์ของตนเอง หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ และเมื่อทุกคนมีสุขภาพดีย่อมส่งผลต่อความสุขโดยรวมของชุมชนด้วย
โครงการดังกล่าว ถือเป็นโครงการนำร่องที่มีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 30 คน โดยมีการแบ่งกลุ่มละ 3 คน โดยแต่ละกลุ่มจะประกอบไปด้วยบุคคลทั้ง 3 วัย ทำกิจกรรมร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหาร และออกกำลังกาย เพื่อสร้างความสามัคคี เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ดูแลซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ ยังสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กและเยาวชนที่มีความเสี่ยงให้ห่างไกลจากอบายมุขทั้งปวง ตลอดจนเรื่องเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร
น.ส.ศิรินาถ ปทุมบัวโต อายุ 16 ปี เยาวชนที่ร่วมกิจกรรมฯ กล่าวว่า หลังจากเข้าร่วมกิจกรรมทำให้รู้จักดูแลตัวเองมากขึ้น ทั้งในเรื่องการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยจะมีหมอจากโรงพยาบาลตากสินมาให้คำแนะนำ อีกทั้งยังทำให้รู้จักคนในชุมชนมากขึ้น ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนคติและได้ทำกิจกรรมร่วมกัน อย่างเช่น การนวด ได้เรียนรู้วิธีการนวดจากผู้สูงอายุ จนสามารถนำไปนวดให้พ่อแม่ หรือนวดให้ตัวเองได้
“นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้เรื่องเพศศึกษา และเรื่องพิษภัยของอบายมุขทุกชนิด ทั้งยาเสพติด เหล้า บุหรี่ รวมทั้งได้รู้เกี่ยวกับเรื่องเพศสัมพันธ์ การป้องกันตัวเอง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่ออีกด้วย” น.ส.ศิรินาถ กล่าว
ด้านนายอำนาจ ปทุมบัวโต อายุ 49 ปี กลุ่มวัยกลางคนที่ร่วมกิจกรรม เผยว่า ที่ผ่านมาไม่ค่อยสนใจเรื่องอาหารการกินหรือเรื่องสุขภาพมากนัก รวมทั้งไม่เคยออกกำลังกายเลย แต่พอได้มาร่วมกิจกรรมทำให้รู้สึกกระตือรือร้นที่จะดูแลตัวเองมากขึ้น เริ่มดูแลเรื่องอาหารการกินของคนในครอบครัว ตลอดจนหันมาออกกำลังกายมากขึ้น เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคนในครอบครัว และยังนำไปบอกต่อแก่เด็กและคนในชุมชนให้ปฏิบัติตาม ส่งผลให้ความสัมพันธ์ของคนในชุมชนดีขึ้นเรื่อยๆ
ส่วน นายทวี แก้ววิลัย อายุ 71 ปี ผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรม กล่าวว่า กิจกรรมนี้นอกจากจะแนะนำในเรื่องของการดูแลสุขภาพแล้ว ยังทำให้ช่องว่างระหว่างวัยระหว่างเด็ก ผู้ใหญ่วัยกลางคน และผู้สูงอายุ ลดน้อยลงไป เด็กกล้าที่จะเข้าหาผู้ใหญ่มากขึ้น กล้าพูดคุยหรือขอคำปรึกษา ส่วนผู้ใหญ่เองก็กล้าที่จะตักเตือนเด็กเมื่อเห็นว่าทำผิด ไม่ห่างเหินกันเหมือนเมื่อก่อน คนในครอบครัวใกล้ชิดกันมากขึ้น ครอบครัวอบอุ่น ชุมชนอบอุ่น
นับเป็นโครงการดีๆ อีกโครงการหนึ่งที่ควรสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดขึ้นในทุกชุมชน เพื่อลดช่องว่างระหว่างวัย เสริมสร้างความสามัคคี ส่งเสริมสุขภาพอนามัยที่ดีให้กับทุกคน นำมาซึ่งความอบอุ่นในครอบครัว ชุมชนเข้มแข็ง และประเทศชาติสงบสุข
ที่มา: หนังสือพิมพ์เอเอสทีวีผู้จัดการ