“My Super Dad พลังรักไม่ธรรมดา” เปลี่ยนพลังพ่อ-ลูก ต้านปัจจัยเสี่ยง
ที่มา: กิจกรรมรณรงค์ “My Super Dad พลังรักไม่ธรรมดา”

“พ่อ” คือ หนึ่งฮีโร่ในใจลูก เป็นต้นแบบและแบบอย่างในการดำเนินชีวิต หรือ “พ่อ” บางคนก็เป็นสายซับพอร์ตทุกความสำเร็จในการก้าวเดินของลูก ขณะเดียวกันสายสัมพันธ์ความรักที่มีของพ่อต่อลูก และลูกที่มีต่อพ่อล้วนเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งพฤติกรรมของทั้งคู่
โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับเครือข่าย มูลนิธิเด็ก เยาวชน และครอบครัว จัดกิจกรรมรณรงค์ “My Super Dad พลังรักไม่ธรรมดา” เนื่องในวันพ่อแห่งชาติที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามทุกวันก็สามารถเป็นวันพ่อได้เช่นกัน เพื่อสนับสนุนให้พ่อเปลี่ยนแปลงตนเองเพื่อครอบครัวที่รัก ลดพฤติกรรมเสี่ยงอย่าง “การสูบบุหรี่” และ “ดื่มแอลกอฮอล์” ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหาในครอบครัว ความสัมพันธ์ และความปลอดภัยบนท้องถนน

เหมือนเช่นเรื่องราวของ คุณพ่อไอ คงสุข เจ้าของเพจ ศูนย์ประสานงานคุณภาพชีวิตความปลอดทางถนน จังหวัดลพบุรี ที่ได้ใช้พลังรักจากคราบน้ำตาในวันสูญเสียลูกชายจากอุบัติเหตุบนท้องถนน เปลี่ยนเป็นพลังขับเคลื่อนให้เกิดศูนย์การเรียนรู้ “ศูนย์ประสานงานคุณภาพชีวิตความปลอดทางถนน” จังหวัดลพบุรี อบรมทักษะการใช้ชีวิตตั้งแต่การเรียนทำอาหาร การเลี้ยงไก่ไข่ และบ่มเพาะปลูกฝังเรื่องของความปลอดภัยทางถนน วินัยจราจรในการขับขี่ และการช่วยเหลืออุบัติเหตุบนท้องถนนให้กับเยาวชน ที่แต่เดิมเป็นความฝันร่วมกันกับลูกชาย ที่เป็นจิตอาสาช่วยเหลือชุมชนและสังคม แต่จุดเปลี่ยนนี้เกิดขึ้นทำให้ฝันนี้พ่อต้องทำเองเพียงลำพัง เมื่อลูกชายขอให้ซื้อรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ให้หลังเข้าเรียนต่อระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือ ปวช.ได้ ประกอบกับพฤติกรรมที่ผ่านมาลูกชายเป็นเด็กดีมาตลอด จึงตัดสินใจซื้อให้อย่างง่ายดาย แต่ไม่คิดว่า “ของขวัญของพ่อ” ชิ้นนี้ กลับคร่าชีวิตลูกไปตลอดกาล
แม้เรื่องนี้เกิดมาเกือบ 7 ปี แต่ทุกครั้งที่เล่าอดหวนคิดถึง ความรักความผูกพันธ์ ที่มีกับลูกชายไม่ได้ความสูญเสียในครั้งนี้ไม่มีสิ่งใดทดแทน แม้ครอบครัวจะมีบุตรสาวอีกคน แต่พ่อกับลูกสาวอาจไม่สนิทสนมหรือกับกิจกรรมร่วมกันเท่ากับลูกชาย ความคิดถึงลูกจึงทำให้ชีวิตจมดิ่งอยู่กับการดื่มเหล้า และสูบบุหรี่ทุกวัน มากถึงวันละ 2 ซอง เป็นเวลานาน 1 ปีเต็มจนสุขภาพทรุดโทรม
“คิดเสมอว่าหากวันนั้นลูกชายสวมหมวกกันน็อกคงไม่เสียชีวิต เพราะบาดแผลเกิดขึ้นที่ศีรษะ เขาเจ็บอยู่นาน 5 วันถึงจากไปอย่างสงบ หลังจากนั้นดื่มเหล้าอย่างหนักจนร่างกายตนเองรับไม่ไหว ทำให้ต้องเข้าโรงพยาบาลนี่จึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะมีโอกาสย้อนมองเพื่อนคนไข้ในห้องพักเดียวกัน รวมถึงญาติที่มาเยี่ยม ส่วนใหญ่มาด้วยโรคต่าง ๆ แต่เราตรวจไปไม่มีโรคร้าย เพราะมาจากพฤติกรรมการดื่มเท่านั้น จึงฉุกคิดอยากช่วยเหลือคนอื่นเปลี่ยนตัวเองไปเป็นจิตอาสาช่วยเหลือคนป่วยในโรงพยาบาล และเชื่อว่าลูกชายอยากให้เป็นแบบนั้น พร้อมนำบทเรียนของลูกชายมาถ่ายทอดช่วยเหลือคนอื่น” คุณพ่อไอ กล่าว

เช่นเดียวกับเรื่องราวของคุณพ่อนำโชค กระจ่างศรี อดีตเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษก ที่เปลี่ยนตัวเองได้เพราะวันนี้กลายเป็นคุณพ่อของหนูน้อยวัย 6 ขวบ เขาเล่าว่า ในช่วงวัยเด็กขาดพ่อเป็นต้นแบบจึงใช้ชีวิตโลดโผน หลังจบชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่ 6 ไปประกอบอาชีพกระเป๋ารถสองแถว ผ่านวีรกรรมโฉกโชน ตีรันฟันแทงต่อสู้กับสถาบันการศึกษาคู่อริ ทำให้เริ่มมีเพื่อนฝูงมากขึ้นจนในที่สุดเข้าสู่วงการค้ายาเสพติด ในวัย 17 ปี และถูกจับกุมในข้อหาครอบครองยาเสพติดมากถึง 76,000 เม็ด จากนั้นแวะเวียนเข้า-ออก สถานพินิจบ่อยครั้ง และการหวนกลับมาแต่ละครั้งได้ก่อคดีอุกฉกรรจ์ขึ้นเรื่อย ๆ แต่หลังจากได้รับโอกาสทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิต และมีครอบครัว จึงมีความตั้งใจที่จะเป็นแบบอย่างที่ดีกับลูก แม้กระทั่งการเลิกสูบบุหรี่
“เพราะไม่เคยรู้จักว่าคำว่า “พ่อ” และความรักของพ่อเป็นอย่างไร ไม่เคยได้รับจนกระทั่งวันนึงได้มาเป็นพ่อคน สัมผัสวิถีความเป็นพ่อได้เข้าใจในสิ่งที่ตัวเองขาด และไม่อยากให้ลูกต้องเผชิญเรื่องไม่ดี แม้แต่กระทั่งสารจากควันบุหรี่ไม่อยากให้ไปติดเสื้อผ้าลูก กลัวลูกได้รับผลกระทบเพราะเราเลี้ยงลูกเอง จึงตัดสินใจเลิกสูบบุหรี่เด็ดขาด” คุณพ่อนำโชค กล่าว

ขณะเดียวกันเรื่องราวความผูกพันระหว่างพ่อลูกของ นางสาวเมญาดา สาริสิทธิ์ อดีตเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรม มูลนิธิเด็กเยาวชน และครอบครัว สะท้อนแง่มุมความรักของลูกที่พร้อมทุ่มเท และทดแทนบุญคุญพ่อผู้ให้กำเนิดอย่างไม่ย่อท้อ เธอเล่าว่า เติบโตมากับคุณพ่อที่ดื่มเหล้ามาโดยตลอด พบเห็นการมีปากเสียงกันในครอบครัวระหว่างพ่อกับแม่ แต่พ่อกลับไม่เคยใช้อารมณ์ต่อว่าลูกเลยสักครั้ง ทำให้ทุกครั้งเมื่อแม่ไล่พ่อออกบ้านจากความเมาเป็นเหตุ ตนเลือกที่จะเคียงข้างพ่อเสมอกระโดดขึ้นรถตามพ่อไป
“ความเปลี่ยนแปลงของพ่อเกิดขึ้นครั้งแรกเริ่มจากป่วยมีปัญหาภาวะตับอ่อน ทำให้ลูกสาวคนนี้เลือกที่จะดร็อป เรียนที่กลางคัน ขณะเรียนมหาวิทยาลัยชั้นปีที่ 2 เพื่อกลับมาดูแลพ่อที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และจากคำเตือนของหมอทำให้พ่อเริ่มตระหนักถึงปัญหาสุขภาพ หยุดดื่มเหล้าได้นาน 3 ปี แต่คำชักชวนกลุ่มเพื่อนพ่อแถวบ้าน ทำให้พ่อกลับไปดื่มเหล้าอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ทำพ่อป่วยหนัก แถมมีวัณโรคร่วมด้วยจากการสูบบุหรี่อย่างหนัก ระหว่างนั้นเรียนจบแล้ว เริ่มทำงานที่กรุงเทพมหานคร อยากชวนพ่อมาอยู่ด้วยเพื่อเปลี่ยนสังคม ไม่ให้หันกลับไปดื่มเหล้าอีก แต่ยังไม่ทันถึงจุดนั้น พ่อป่วยหนักและจากไปในที่สุด หากย้อนเวลากลับไปได้อยากบังคับพ่อให้มาอยู่ด้วยกันก็คงดี เพื่อพ่อจะมีชีวิตยืนยาวขึ้นกว่านี้ เพื่อให้ลูกคนนี้ได้ตอบแทนบุญคุณก่อน ไม่อยากให้พ่อรีบจากไปแบบนี้เลย” นางสาวเมญาดา กล่าว

ด้าน ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า จากข้อมูลพบว่า “บุหรี่” ทำให้ประชากรโลกเสียชีวิตมากกว่า 8 ล้านคนต่อปี โดยกว่า 7 ล้านคน มาจากการสูบเอง และราว 1.2 ล้านคนจากควันบุหรี่มือสอง ทั้งนี้ บุหรี่ยังเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด 2-4 เท่า เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งปอด 25 เท่า สำหรับประเทศไทย ข้อมูล จากสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2567 พบผู้สูบบุหรี่ 9.8 ล้านคน หรือ 16.5% ของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป ลดจากเดิม 17.44% ในปี 2564
ส่วน ข้อมูลการสูญเสียทางเศรษฐกิจของประเทศไทยจากการดื่ม “เครื่องดื่มแอลกอฮอล์” ในปี 2564 เท่ากับ 165,450.5 ล้านบาท คิดเป็น 1.02% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) แบ่งเป็นการสูญเสียทางอ้อมจากการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร การขาดงานหรือสูญเสียผลิตภาพจากการทำงาน 96.3% การสูญเสียทางตรงจากค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายในกระบวนการยุติธรรม และความเสียหายต่อทรัพย์สินจากอุบัติเหตุจราจรทางบก 6,091.7 ล้านบาท ที่น่าตกใจคือ คนไทยเกือบ 80% เคยได้รับผลกระทบจากการดื่มของผู้อื่น ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และปัญหาครอบครัว โดยต้นทุนทางสังคมเฉลี่ยจากนักดื่มไทย 1 คนสูงถึง 498,196 บาท โดยเฉพาะนักดื่มชายมีต้นทุนสูงถึง 721,344 บาทต่อคน

“อยากชวนคุณพ่อร่วมกันเป็น My Super Dad เป็น Role Model เป็นต้นแบบให้กับลูก ๆ หลาน ๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรค หากหนึ่งคนในบ้านเปลี่ยน สังคมก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนตาม การเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูก ๆ นั้น คุณพ่อสามารถทำได้ทุกช่วงวัย อาทิ วัยเด็กแรกเกิด ต้องการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดี ความไว้เนื้อเชื่อใจเป็นสิ่งสำคัญ เริ่มจากการกอดการดูแลอย่างใกล้ชิด ในวัยเด็ก อายุ 2-5 ปี เริ่มจำความได้ เกิดพฤติกรรมเลียนแบบ ต้องเป็นตัวอย่างที่ดี เพื่อสร้างการจดจำ ส่วนวัยรุ่น เป็นวัยที่ต้องการอิสระ ต้องเป็นเหมือนเพื่อนที่เข้าใจ ซึ่งคุณพ่อสามารถอยู่กับลูกได้ทุกช่วงเวลา” ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าว
ในสายตาของลูก ๆ “พ่อ” ล้วนเป็น “My Super Dad ”เสมอ เป็นทั้งผู้รอบรู้การเดินทาง เป็นสาระพัดช่างซ่อม เป็นคนคุ้มครองป้องกันพวกเขาเสมอ และจะดีแค่ไหน ถ้า “พ่อ”คนนี้ จะกลายเป็นคนต้นแบบของคนสุขภาพดีประจำบ้าน ทั้งไม่สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า และออกกำลังกายเป็นประจำ


