เช็ก 5 ข้อต้องระวัง! หลังน้ำท่วมใหญ่ลด กู้ชีพบ้านและรถ เสี่ยงไฟดูด สัตว์มีพิษ
ที่มา : สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เมื่อสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มดีขึ้นในหลายพื้นที่ แต่ช่วง “หลังน้ำลด” ยังเสี่ยงหลายอย่าง ทั้งไฟฟ้าดูด รถพังจากการใช้งานผิดวิธี รวมถึงปัญหาสุขภาพ และมิจฉาชีพที่อาจฉวยโอกาสเข้ามาซ้ำเติม
แนะนำสิ่งที่ควรรีบทำเพื่อความปลอดภัยของทุกคนและทรัพย์สิน ดังนี้
- “ระบบไฟฟ้า” ห้ามสัมผัสถ้าตัวเปียก ก่อนเข้าบ้าน ต้องสวมรองเท้ายางและถุงมือแห้งเสมอ หากพบปลั๊กไฟหรือสวิตช์จมน้ำ ห้ามเปิดคัตเอาต์หรือสะพานไฟทันทีเด็ดขาด ให้ปลดคัตเอาต์ลงเพื่อตัดไฟ ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ถูกน้ำท่วม ห้ามเสียบปลั๊กใช้งานจนกว่าจะมั่นใจว่าแห้งสนิท หรือผ่านการตรวจสอบจากช่างผู้เชี่ยวชาญ เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรและไฟดูด
- “รถยนต์/จักรยานยนต์” ห้ามสตาร์ททันที เสี่ยงเครื่องยนต์เสียหาย หากรถจมน้ำห้ามบิดกุญแจสตาร์ทเครื่องยนต์เด็ดขาดเพราะน้ำที่ค้างอยู่ในเครื่องยนต์และท่อไอเสียจะทำให้ก้านสูบหักและระบบอิเล็กทรอนิกส์เสียหายถาวร ให้ถอดขั้วแบตเตอรี่ออก ตรวจสอบของเหลว เช่น น้ำมันเครื่อง หากมีสีคล้ายกาแฟใส่นมแสดงว่าน้ำเข้า และควรติดต่อประกันภัยหรือรถยกเพื่อนำเข้าอู่ซ่อมทันที
- “ระวังสัตว์มีพิษ” ที่มาหลบภัยในบ้าน ก่อนเข้าไปทำความสะอาดบ้าน ให้สำรวจซอกมุม ตู้ ลิ้นชัก หรือกองวัสดุต่าง ๆ อย่างระมัดระวัง เพราะอาจมี งู ตะขาบ หรือแมงป่อง หนีน้ำเข้ามาหลบซ่อนตัว หากถูกสัตว์มีพิษกัด ให้จดจำลักษณะสัตว์ (ถ้าทำได้) และรีบนำส่งแพทย์ทันที
- “โรคระบาด” ต้องป้องกันแม้น้ำลด สวมรองเท้าบูททุกครั้งที่ต้องเดินลุยโคลนหรือพื้นที่ชื้นแฉะ เพื่อป้องกันโรคฉี่หนู และโรคน้ำกัดเท้า หากมีบาดแผล ห้ามสัมผัสน้ำหรือดินโคลนโดยตรง และควรรีบอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดทันทีหลังจากสัมผัสน้ำ
- “ระวังมิจฉาชีพ” ในคราบพลเมืองดี กลุ่มคนที่แอบอ้างเป็นช่างซ่อมไฟ หรือช่างซ่อมรถ ตระเวนตามบ้านเพื่อหลอกให้บริการในราคาสูงเกินจริง หรือแอบแฝงเข้ามาดูลาดเลาเพื่อลักทรัพย์
หากพบเห็นสายไฟชำรุด หรือต้องการความช่วยเหลือด้านระบบไฟฟ้า สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 1129, หากเจ็บป่วยฉุกเฉิน โทร 1669 และหากพบมิจฉาชีพหรือเหตุด่วนเหตุร้าย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 191 หรือ สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ในช่วงหลังน้ำลด ความประมาทเพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู่อุบัติเหตุและความเสียหายที่หนักกว่าเดิมได้ ขอให้ทุกคนตรวจสอบความปลอดภัยรอบตัวอย่างละเอียด ช่วยกันระมัดระวัง แบ่งปันข้อมูลที่ถูกต้อง และดูแลกันและกัน เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปอย่างปลอดภัยและเข้มแข็งยิ่งขึ้น


