รู้ก่อนก้าวกับ “สสส.จอมบึงมาราธอน 2019”
เรื่องโดย : กิดานัล กังแฮ Team Content www.thaihealth.or.th
ข้อมูลประกอบจาก : http://www.chombuengmarathon.com
จอมบึงมาราธอน เริ่มต้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2528 โดยอาจารย์ของวิทยาลัยครูหมู่บ้านจอมบึงกลุ่มหนึ่งที่มีความสนใจการวิ่งเพื่อสุขภาพ มีอาจารย์ณรงค์ เทียมเมฆ และ อาจารย์สมจิต สง่าพันธุ์ เป็นผู้ริเริ่ม จากงานวิ่งเล็ก ๆ ที่ถูกจัดขึ้นเป็นประจำในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมกราคม กลายเป็นงานวิ่งที่มีมาตรฐานสากล และประเพณีของชาวจอมบึง มีนักวิ่งเข้าร่วมกว่า 10,000 คน และถูกกล่าวขานกันว่า “ใครไม่เคยวิ่งสนามจอมบึง ไม่ใช่นักวิ่งที่แท้จริง”
จอมบึงมาราธอนไม่ใช่งานของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เปรียบเสมือนงานวิ่งของมหาชน ประกอบด้วยหลายเสาหลักเริ่มจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง มูลนิธิวิทยาลัยหมู่บ้านจอมบึง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด พร้อมหน่วยงานภาคีเครือข่าย รวมไปถึงชาวบ้านในชุมชน นักวิ่ง ชมรมวิ่ง อาสาสมัครนักวิ่งในกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มเพซเซอร์ กลุ่มสวีปเปอร์ กลุ่มแฟนซี กลุ่มการแพทย์ และองค์กรที่เข้ามาให้การสนับสนุนมากมาย
จากงานวิ่งเล็ก ๆ สู่งานวิ่งที่มีมาตรฐานสากล
จอมบึงมาราธอน เป็นงานวิ่งที่ได้รับอนุญาตจัดการแข่งขันตามกติกาของสหพันธ์กรีฑานานาชาติ (IAAF) และสหพันธ์กรีฑาแห่งเอเซีย (AAA) ภายใต้การกำกับดูแลของสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งดำเนินงานภายใต้คำแนะนำของคณะทำงานมาตรฐานการจัดงานวิ่งในประเทศไทยเส้นทางการวิ่งของระยะมาราธอนและฮาล์ฟมาราธอนใช้เส้นทาง ซึ่งได้รับการวัดอย่างเป็นทางการจากผู้เชี่ยวชาญจากสหพันธ์กรีฑานานาชาติเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2558 นอกจากนี้ยังมีการเตรียมพร้อมรองรับนักวิ่งทั้งการต้อนรับ ที่พัก พร้อมทั้งการปิดถนนช่วงการแข่งขัน 100% โดยได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ว่าการอำเภอ หน่วยแพทย์และพยาบาล ชาวบ้าน นักศึกษาในจอมบึง
ในปีนี้ “สสส.จอมบึงมาราธอน 2019” กลับมาอีกครั้ง ภายใต้แนวคิด “มาราธอนแห่งการเรียนรู้ เป็น New Chapter of the Legend” ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 34 โดยจัดในระหว่างวันที่ 18-20 มกราคม 2562 ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง อ.จอมบึง จ. ราชบุรี ซึ่งกิจกรรมวิ่งในวันศุกร์ที่ 18 มกราคม 2662 เวลา 13.00 น. จะเป็นการแข่งขันของนักเรียน ระยะทาง 5 กม. ขณะที่วันที่ 19 มกราคม 2562 เวลา 16.00 น. จะเป็นการแข่งขันวิ่งสำหรับเด็กซึ่งจะแบ่งประเภทตามรุ่นอายุ และในวันที่ 20 ม.ค. 62 เริ่มเวลา 04.00 น. จะเป็นการแข่งขันวิ่งมาราธอน ฮาล์ฟมาราธอน และมินิมาราธอน โดยปีนี้มีนักวิ่งลงชื่อเข้าร่วมเพื่อผ่านการจับสลากหรือล็อตโต้กว่า 27,000 ราย
อีกหนึ่งไฮไลต์ของปีนี้คือ การเปิดเผยถึงแนวคิดการจัดตั้งเป็นศูนย์มาราธอนศึกษา เพื่อให้เป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลองค์ความรู้ ด้านมาราธอน ที่ทันสมัยและทันเหตุการณ์กับกระแสการเติบโตของการออกกำลังกาย ส่งเสริมสุขภาพของคนในประเทศที่สามารถต่อยอดไปสู่การพัฒนาการท่องเที่ยวกีฬา โดยที่ในปีนี้ จะมี Professor ที่สอนวิชามาราธอนจาก University of Tsukuba ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่จัดให้มีการแข่งขันมาราธอนเช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง จะได้มาเป็นแขกรับเชิญมาร่วมวิ่ง และร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์การวิ่งมาราธอนที่ถูกต้องให้กับนักวิ่งอีกด้วย
4 เรื่องควรรู้ก่อนวิ่งใน “สสส.จอมบึงมาราธอน 2019”
1. การเดินทาง
การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว : จากกรุงเทพฯ ขับมุ่งตรงสู่ จ.ราชบุรี โดยสามารถเลือกใช้เส้นทางหลักถนนพระรามที่ 2 หรือถนนเพชรเกษมได้ และเมื่อเข้าสู่ถนนเพชรเกษมในตัวเมืองราชบุรี ให้เลี้ยวเข้าบริเวณทางแยกเจดีย์หัก เส้นทางหลวงหมายเลข 3087 ถนนเส้นราชบุรี-ผาปก และมุ่งหน้าสู่อำเภอจอมบึง
การเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง : สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ มีรถทัวร์ กรุงเทพฯ- จอมบึง ให้บริการ โทร 032-337787
การเดินทางโดยรถตู้ : จุดให้บริการรถตู้ออกจากกรุงเทพฯ มีทั้งหมด 3 แห่ง ได้แก่ หมอชิต (เที่ยวแรก เวลา 4.00 น.) อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (เที่ยวแรก เวลา 5.30 น.) และสนามหลวง (เที่ยวแรกเวลา 4.30 น.) รถออกทุก 30 นาที โทร 081 572 0128
การเดินทางโดยรถไฟ : มีรถไฟออกจากสถานีหัวลำโพงมุ่งหน้าสู่สถานีรถไฟราชบุรี ทุกวัน
2. ประเภทระยะทางและกลุ่มอายุ
ผู้ชนะเลิศในระยะทางมาราธอน, ฮาล์ฟมาราธอน และมินิมาราธอน (Overall) ทั้งชายและหญิงที่มีสัญชาติไทย ได้รับถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้านนักวิ่งที่เข้าเส้นชัยอันดับ 1-10 ประเภทมาราธอน ชาย/หญิง รับถ้วยเกียรติยศ นักวิ่งที่เข้าเส้นชัยอันดับ 1-5 ประเภทฮาล์ฟมาราธอน มินิมาราธอน ชาย/หญิง รับถ้วยเกียรติยศ ทั้งนี้ ผู้ชนะเลิศในประเภทระยะทางแล้ว จะไม่สามารถรับรางวัลในประเภทกลุ่มอายุได้อีก
3. กติกาการแข่งขัน
ผู้จัดไม่อนุญาตให้ผู้เข้าร่วมการแข่งขันเข้าวิ่งในสนามแข่งโดยละเมิดกติกา กฎหมาย และคำสั่งต่างๆ ในกรณีที่ผู้เข้าร่วมการแข่งขันไม่ปฏิบัติตาม ผู้จัดอาจไม่อนุญาตให้ร่วมงาน หรือเข้าร่วมแข่งขัน หรือตัดสิทธิ์แข่งขัน (Disqualify) โดยมีกติกาดังนี้
1. ต้องมาถึงจุดปล่อยตัวก่อนเวลาปล่อยตัวตามประเภทระยะทางที่สมัคร
2. ต้องเข้าบริเวณปล่อยตัวตามกลุ่มเวลาที่คาดว่าจะใช้ตามที่ระบุไว้ตอนสมัคร และระบุเป็นอักษรไว้บนหมายเลขวิ่ง การไม่เข้าบริเวณปล่อยตัวตามโซนอักษรที่กำหนดไว้ถือว่าผิดกติกาการแข่งขัน
3. ต้องเริ่มวิ่งไปพร้อมกับกลุ่มปล่อยตัว การเริ่มวิ่งจากจุดสตาร์ทหลังปล่อยตัวเกิน 15 นาทีจะถือว่าลงแข่งขันผิดประเภทการแข่งขัน หรือผิดกติกาการแข่งขัน และตัดสิทธิ์แข่งขัน (Disqualify)
4. ต้องติดหมายเลขวิ่งไว้ที่หน้าอกให้เห็นได้อย่างชัดเจน ผู้จัดไม่อนุญาตให้นักวิ่งที่ไม่ติดหมายเลขวิ่งผ่านจุดปล่อยตัว และเข้าสู่เส้นชัย
5. ต้องวิ่งตามเส้นทางที่กำหนด (ตามลูกศร ริบบิ้น และป้าย/สัญลักษณ์บอกทาง) ห้ามใช้ทางลัด
6. การช่วยเหลือนักวิ่ง สามารถทำได้เฉพาะในบริเวณจุดพักเท่านั้น ไม่อนุญาตให้มีผู้ติดตามคอยช่วยเหลือนักวิ่งบนเส้นทางการแข่งขัน
7. ไม่แต่งกายหรือมีอุปกรณ์ใดๆ ที่อาจเป็นอันตรายต่อนักวิ่งอื่น
8. ไม่แต่งกายอย่างไม่เหมาะสมอันสร้างความไม่สบายใจแก่นักวิ่งอื่นหรือผู้เข้าชม เช่น ไม่สุภาพ โป๊ แสดงความเห็นทางการเมือง ลบหลู่ศาสนาหรือความเชื่อ โฆษณาสินค้า โฆษณาชวนเชื่อ เป็นต้น
9. ไม่ใช้อุปกรณ์หรือเสียงที่จะทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดว่าเป็นสัญญาณปล่อยตัว
10. ไม่กระทำการใดๆ ซึ่งทำให้เกิดการล่าช้าในการแข่งขัน หรือกีดขวางการเข้าเส้นชัย
11. หยุดหรือหลีกทางให้ยานพาหนะหรือเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือฉุกเฉิน
12. ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ควบคุมเส้นทาง หรือกรรมการจัดการแข่งขันอย่างเคร่งครัด
13. การตัดสินใช้ระบบ Gun Time (เวลาจากนาฬิกากลางของการแข่งขัน) โดยใช้การคล้องป้ายอันดับเป็นหลัก และใช้ชิปในการจับเวลาและตรวจสอบการผ่านจุดตรวจสอบ (Check Point)
14. นักวิ่งที่ได้รับรางวัลทุกประเภทจะต้องแสดงบัตรประชาชนหรือบัตรที่ออกโดยหน่วยงานราชการที่มีเลขบัตรประชาชนและติดรูปถ่าย หรือหนังสือเดินทางมาแสดง เพื่อขอรับรางวัลตามประกาศภายในเวลาที่กำหนด มิฉะนั้นจะถือว่าไม่สามารถรายงานตัวได้และถูกตัดสิทธิ์การรับรางวัล
15. กติกาอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้จะอ้างตามกติกาการแข่งขันของสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย (ในพระบรมราชูปถัมภ์)
16. คำตัดสินของผู้ชี้ขาดถือว่าสิ้นสุด
4. เส้นทางวิ่ง
เสน่ห์ของเส้นทางวิ่งในจอมบึงมาราธอนคือ สภาพอากาศที่เย็นสบาย กลิ่นไอของความเป็นวิถีชาวบ้าน ความน่ารัก คนที่มาร่วมงานจะได้รับการต้อนรับจากชาวบ้านจอมบึงด้วยความอบอุ่น ถือเป็นประสบการณ์ที่นักวิ่งต้องไปสัมผัสด้วยตัวเอง
เชื่อว่าระหว่างวันที่ 19-20 มกราคม 2562 พื้นที่ของตำบลจอมบึง จะเต็มไปด้วยบรรดานักวิ่งจากต่างถิ่นทั้งใกล้ และไกลจำนวนมาก เตรียมกายและใจให้พร้อมแล้วไปสัมผัสงานวิ่งที่มีมาตรฐานโลกที่ “สสส.จอมบึงมาราธอน 2019”กันนะค่ะ
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.chombuengmarathon.com