โชว์แชร์เชื่อม สานพลังเกษตรอินทรีย์หนองบัวลำภู

ที่มา : สำนักข่าวสร้างสุข


โชว์แชร์เชื่อม สานพลังเกษตรอินทรีย์หนองบัวลำภู thaihealth


แฟ้มภาพ


สสส. เปิดเวทีโชว์ แชร์ เชื่อม ภาคีเครือข่ายอีสานบน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ทำงานลดปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพหลากมิติ พร้อมยกหนองบัวลำภูเป็นต้นแบบเกษตรปลอดภัย “จากท้องนาสู่พาข้าว” โชว์สวนปราชญ์พ่อบัวพันธ์ มาตรฐานระดับ Organic Thailand


ที่ศูนย์ปราชญ์พ่อบัวพันธ์ ต.ด่านช้าง อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดย นายสุรินทร์ กิจนิตย์ชีว์ คณะกรรมการบริหารแผนคณะที่ 5 และคณะที่ 8 สสส. เป็นประธานพิธีเปิดเวทีโชว์ แชร์ เชื่อม : ตอน “สุข 3D ที่หนองบัวลำภู”


โชว์แชร์เชื่อม สานพลังเกษตรอินทรีย์หนองบัวลำภู thaihealth


นายสุรินทร์ กล่าวว่า สสส. จัดเวทีโชว์แชร์เชื่อมครั้งนี้ขึ้นเพื่อเชิญภาคีเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพและภาคีเครือข่ายเกษตรกรรมจาก 4 จังหวัดภาคอีสานตอนบนมาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทำงานสร้างเสริมสุขภาพ ลดปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิด ทุกขภาวะ ได้แก่ ภาคีจากจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี และขอนแก่น ทั้งในประเด็นการลดปัจจัยเสี่ยงจากบุหรี่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การขาดกิจกรรมทางกาย การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น การจัดการขยะ การจัดการอุบัติเหตุในพื้นที่ การเสริมสร้างความเข้มแข็งของประชากรกลุ่มเฉพาะ ฯลฯ


โชว์แชร์เชื่อม สานพลังเกษตรอินทรีย์หนองบัวลำภู thaihealth


โดยที่ผ่านมา สสส. ได้จัดกิจกรรมลักษณะนี้ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในลักษณะเวียนไปทั่วประเทศ โดยได้รับความร่วมมือจากเขตสุขภาพเพื่อประชาชน เขตที่ 8 ภาคอีสาน ที่มาร่วมรับฟังแนวทางวิธีการทำงานของแต่ละพื้นที่ เพื่อจะนำไปพัฒนากำหนดเป็นนโยบายสาธารณสุขที่สอดคล้องกับความต้องการของคนในพื้นที่ต่อไป


โชว์แชร์เชื่อม สานพลังเกษตรอินทรีย์หนองบัวลำภู thaihealth


ดร.ณัฐพันธุ์ ศุภกา ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาภาคีสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ สสส. กล่าวว่า ที่มาของการจัดเวทีเชื่อมความสัมพันธ์ภาคีเครือข่ายที่จังหวัดหนองบัวลำภูนั้น เป็นเพราะที่นี่มีการขับเคลื่อนงานเกษตรปลอดภัยที่มีความโดดเด่น สสส. จึงเล็งเห็นว่าเป็นโอกาสดีที่ภาคีต่างพื้นที่จะได้มาศึกษาดูงาน เพื่อจุดประกายความคิดในการกลับไปเปลี่ยนแปลงพื้นที่ตนเอง เนื่องจากอาชีพหลักของประชากรในภาคอีสานคือการปลูกพืชเชิงเดี่ยว เช่น ปลูกข้าว ทำไร่อ้อย ไร่มันสำปะหลัง มีโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปน้ำตาลขนาดใหญ่ของประเทศตั้งอยู่ที่นี่


พบว่าการเกษตรกรรมในจังหวัดหนองบัวลำภูก่อนปี 2560 นั้นเป็นแบบพึ่งพาสารเคมีเป็นหลัก มีการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชหลายชนิด ได้แก่ พาราควอต ไกลโฟเซต อะมิทรีน และอาทราซีน เกษตรกรใช้สารเคมีเกษตรเฉลี่ย 1.33 ลิตรต่อไร่ แต่หลังจากจังหวัดหนองบัวลำภูได้เริ่มแก้ไขปัญหา ลด ละ เลิกการใช้สารเคมี โดยมีพื้นที่ต้นแบบคือ ตำบลบุญทัน อ.สุวรรณคูหา และได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจคือ การใช้สารเคมีเกษตรลดลงจาก 1.42 ลิตร/ไร่ เหลือ 0.56 ลิตร/ไร่ และถูกกำหนดให้โมเดลนี้ขยายไปทุกอำเภอ


โชว์แชร์เชื่อม สานพลังเกษตรอินทรีย์หนองบัวลำภู thaihealth


ด้านนายบัวพันธ์ บุญอาจ ปราชญ์ชาวบ้าน จ.หนองบัวลำภู กล่าวว่า ตนเริ่มทำเกษตรอินทรีย์มาเป็นเวลากว่า 10 ปี เพราะเล็งเห็นว่าการเกษตรที่พึ่งพาแต่สารเคมีทำให้เกษตรกรและผู้บริโภคมีสุขภาพย่ำแย่ และมีหนี้สิน ตนจึงน้อมนำเอาหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทในพื้นที่ เริ่มจากการปลูกพืชแนวกันชน ป้องกันสารเคมีที่อาจพัดปลิวมาจากสวนอื่น พร้อมปลูกพืชผักตามฤดูกาล เพราะไม่ต้องดูแลมาก และไม่ต้องใช้สารเคมีเหมือนพืชนอกฤดู


โชว์แชร์เชื่อม สานพลังเกษตรอินทรีย์หนองบัวลำภู thaihealth


ขณะเดียวกันได้แบ่งพื้นที่บางส่วนสร้างโรงเรือนปลูกผัก ซึ่งปัจจุบันส่งขายตามซูเปอร์มาเก็ตชั้นนำในตัวเมืองและจังหวัดใกล้เคียง โดยได้รับมาตรฐานระดับ Organic Thailand เครื่องหมายรับรองในระดับสูงสุดของประเทศไทย และยังเปิดพื้นที่ให้คนมาศึกษาดูงาน สอดรับนโยบายจังหวัด “เกษตรอินทรีย์วิถีหนองบัวลำภู จากท้องนาสู่พาข้าว” โดยเกษตรกรตั้งใจมอบอาหารปลอดภัยถึงมือผู้บริโภค

Shares:
QR Code :
QR Code

ใส่ความเห็น

ระบุข้อความ