วิถีเฮลท์ตี้ที่บ้าน แบบ 2:1:1

ที่มา : Social Marketing of Thaihealth สื่อสารการตลาดเพื่อสังคม


วิถีเฮลท์ตี้ที่บ้าน แบบ 2:1:1 thaihealth


สิ่งสำคัญที่สุดของคนอยากลดอ้วน ลดพุง ลดโรค ก็คือการยอมรับความจริงข้อแรกที่ว่า ไม่มียาวิเศษชนิดใดช่วยท่านได้ ! ไม่มีหนทางใดลดไขมันเฉพาะส่วน !!และไม่มีวันเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จในชั่วข้ามคืน !!!


หลักการพื้นฐานแต่เป็นสุดยอดของหนทางที่ว่ามานี้ จึงมีทางเลือกให้แค่สองทางที่ต้องทำควบคู่กันไป หนึ่งคือการเอาไขมันที่มีอยู่แล้วในร่างกายออกไป และสองคือการควบคุมไม่เอาไขมันส่วนเกินเพิ่มเข้าไปในร่างกายอีก ด้วยการออกกำลังกาย ควบคู่ไปกับ การควบคุมอาหาร !!!


บอกเลยว่า “สูตรอาหาร 2:1:1” สามารถช่วยท่านได้ทั้งสองประเด็น แถมทำง่าย ไม่ต้องจ่ายแพง ทุกอย่างเริ่มต้นได้ทันทีที่บ้าน ด้วยการจัดแบ่งจานอาหารออกเป็น ผัก 2 ส่วน แป้ง 1 ส่วน เนื้อสัตว์ 1 ส่วน


ถ้ายังคิดไม่ออกว่าจะสร้างสรรค์เมนูอย่างไร ขอให้ยึดหลักต่อไปนี้เอาไว้


1.ใช้หลัก “ลดหวานมันเค็ม” ทุกครั้งที่เลือกเมนูขึ้นโต๊ะอาหาร ต้องเป็นเมนูที่ถูกปรุงแต่งรสชาติให้น้อยที่สุด สำหรับน้ำตาลหรือเครื่องปรุงรสเค็มควรใช้แต่น้อย และหลีกเลี่ยงอาหารที่มันๆ


อย่าลืม “เติมเต็มด้วยผัก” คือให้มีผักสด ผักต้ม ผักนึ่ง หลากหลายตามชอบ เป็นสัดส่วนครึ่งหนึ่งหรือ 2 ใน 4 ส่วนของเมนูอาหารทุกมื้อ การกินแบบ 2-1-1 ช่วยให้กินผักได้ประมาณวันละ 400 กรัมขึ้นไป ซึ่งจะสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ได้ ตามข้อแนะนำขององค์การอนามัยโลก


ใช้โปรตีนจากปลาและถั่ว” สำหรับเมนูเนื้อสัตว์ 1 ส่วน ควรเลือกสัตว์ประเภทที่ให้ไขมันน้อย เนื้อไก่ไม่ติดหนัง ปลา หรือถั่ว ไข่ เต้าหู้ โปรตีนเกษตร


อีก 1 ส่วนที่เหลือ “กินแป้งได้แต่ให้เลือกแป้งที่ดี” ไม่ว่าจะเป็นข้าวกล้อง ข้าวไม่ขัดสี เส้นก๋วยเตี๋ยว หรือแม้แต่ขนมปังโฮลวีต ลูกเดือย และธัญพืชชนิดต่างๆ


ลองหาเมนูอร่อยๆที่ “ใช้วิธี ต้ม ตุ๋น ยำ อบ นึ่ง แทนการทอด” ถ้าต้องผัดหรือทอด ก็เน้นว่าให้ใช้น้ำมันน้อย หรือจะใช้กะทะเทฟลอน รวมทั้งตัวช่วยสมัยใหม่อย่างหม้ออบลมร้อน ซึ่งทำให้เราไม่ต้องง้อน้ำมันกันเลยทีเดียว


หลังมื้ออาหาร หรือถ้าหิวนอกมื้อ “ขอแถมได้ไม่เกินหนึ่งกำมือ” ด้วยผลไม้หวานน้อย เช่น ฝรั่ง ชมพู่ ฯลฯ โดยกินครั้งละปริมาณไม่เกิน 1 กำมือ เช่น ฝรั่งครึ่งลูก แอปเปิ้ล 1 ลูก สับปะรดหรือมะละกอหั่น 6 ชิ้นเล็ก  ชมพู่ 2 ลูก


*** มารู้เรื่อง ลดพุง ลดโรค กันต่อได้ที่ http://www.thaihealthlifestyle.com/ หรือเฟซบุ๊กเพจ ลดพุง ลดโรค

Shares:
QR Code :
QR Code