ข้ามสู่เนื้อหาหลัก

หนึ่งเสียงหยุดความรุนแรงต่อผู้หญิง

คุณพร้อมเป็นหนึ่งเสียง เพื่อหยุดความรุนแรงต่อผู้หญิงแล้วหรือยัง 

 

 

 

 

 

 

หนึ่งเสียงหยุดความรุนแรงต่อผู้หญิง

คุณพร้อมที่จะเป็นหนึ่งเสียง

เพื่อหยุดความรุนแรง ต่อผู้หญิง...แล้วหรือยัง

 

 

 

 

 

ความเป็นมา

 

               ปัจจุบัน 1 ใน 3 ของเด็กและสตรีโดนทารุณกรรม โดยการทุบตี ล่อลวงหรือล่วงละเมิด รวมไปถึงการปล่อยคลิปฉาว เหล่านี้ล้วนเป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรงทั้งทางกาย วาจา ใจ ปัญหาเหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วมักไม่ได้รับการช่วยเหลือ บุคคลที่พบเห็นเกิดความเพิกเฉยไม่ให้ความช่วยเหลือ โดยเกิดความคิดที่ว่าเป็นปัญหาครอบครัว ปัญหาของคนสองคน จึงไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยว อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ เหยื่อที่ถูกกระทำส่วนใหญ่ไม่ได้ดำเนินการเอาเรื่องกับผู้กระทำ เนื่องจากหวาดกลัวการถูกทำร้ายซ้ำ และเกรงสังคมจะตราหน้าให้อับอาย

 

               สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องรีบแก้ไข โดยเริ่มจากจุดเล็กๆของสังคม คือ สถาบันครอบครัว โดยจะเพิ่มความสำคัญกับทุกคนในครอบครัว เพื่อให้เกิดความอบอุ่น ความรัก และความสามัคคีกันภายในครอบครัว เพราะปัจจุบันปัญหาความรุนแรงดังกล่าว มักจะเกิดจากบุคคลใกล้ตัวเป็นส่วนมาก เช่น แฟน สามี ส่วนคนร้ายมีจำนวนน้อยมากๆ จำแนกตามสาเหตุการกระทำ พบว่า การทำความรุนแรงเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ความใกล้ชิด การยินยอม ปัญหาสุขภาพ ปัญหาครอบครัว พ่อแม่ไม่ยอมรับ ถูกข่มขืน หรือถูกจี้ รองลงเป็นการหึงหวงนอกใจ ทะเลาะวิวาท การเมาสุรา ติดสารเสพติด

 

               กองทุนการพัฒนาเพื่อสตรีแห่งประชาชาติ (UNIFEM) เป็นองค์กรให้ความช่วยเหลือสตรี ในด้านความรุนแรงความเสมอภาคของสตรี จัดตั้งโดยสมัชชาสหประชาชาติ เมื่อปี ค.ศ 1976 โดยมีวัตถุประสงค์เป็นหน่วยงานระดมทุนที่ให้การสนับสนุนทางวิชาการและงบประมาณ แก่โครงการที่ส่งเสริมการสร้างพลังแก่ผู้หญิง และความเสมอภาคระหว่างเพศ โดยมุ่งที่ความก้าวหน้าในสิทธิมนุษยชนของผู้หญิงเป็นหลัก เพื่อให้ครอบคลุมประเด็นยุทธศาสตร์ 4 ด้าน คือ

 

 

                    - การลดภาวะความยากจนของผู้หญิง

                    - การยุติความรุนแรงต่อสตรี

                    - การลดอัตราการแพร่เชื้อ เอชไอวี/เอดส์ ในสตรีและเด็กหญิง

                    - ความเสมอภาคระหว่างเพศในการปกครอง

 

 

          ซึ่งโครงการที่ดำเนินการมีทั้งในระดับประเทศ และระดับภูมิภาค โดยปัจจุบันดำเนินการครอบคลุม 8 ประเทศ ได้แก่ ไทย ลาว กัมภูชา เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ จีน และติมอร์ตะวันออก และอาจมีประเทศอื่นๆที่อยากจะเข้าร่วมโครงการเพื่อร่วมกันยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง

 

 

จุดเริ่มต้นโครงการ Say NO to Violence Against Women

 

          โครงการ Say NO to Violence Against Women เริ่มขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2550 โดย

ยูนิเฟมสำนักงานใหญ่ ริเริ่มโครงการนี้ในอินเทอร์เน็ต โดยเปิดให้คนเข้าไปลงชื่อ เพื่อเรียกร้องให้ประชาคมโลกตระหนักถึงปัญหาความรุนแรงต่อสตรี ซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้หญิงอย่างรุนแรง และเป็นอุปสรรคในการพัฒนามนุษย์

 

          โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนให้ กองทุนสหประชาชาติเพื่อยุติความรุนแรงต่อสตรี (UN Trust Fund to End Violence Against Women) กองทุนนี้เป็นกองทุนรวมของสหประชาชาติ โดยมียูนิเฟมเป็นองค์กรบริหารทุน   ทุกๆปี กองทุนนี้จะให้ทุนสำหรับโครงการต่างๆที่เป็นความคิดริเริ่มเพื่อแก้ปัญหาด้านนี้ทั่วโลก

 

          เมื่อต้นปี 2551 ดร. จีน เดอคูน่า ผู้อำนวยการสำนักงานภูมิภาคเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ ได้รับอนุญาตจากทางสำนักงานใหญ่ให้นำโครงการนี้มารณรงค์อย่างจริงจังในประเทศไทยและเอเชียตะวันออก โดยได้สร้างหน้าเว็ปเก็บลายเซ็นในส่วนของประเทศไทย คือ http://www.novaw.or.th มีเป้าหมายที่จะหาผู้เข้าร่วมสนับสนุนให้ได้ถึง 500,000 ชื่อ ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้

 

 

จุดเริ่มต้นในไทย

 

          สำหรับในประเทศไทยนั้น นับได้ว่าเป็นพระกรุณาธิคุณอันล้นพ้นเมื่อ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงรับเป็นองค์ “ทูตสันถวไมตรี” ให้กับกองทุนการพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติในการต่อต้านความรุนแรงต่อผู้หญิง เมื่อวัน ศุกร์ที่ 5 กันยายน 2551 ซึ่งในส่วนของการร่วมกันรณรงค์นั้นมีหลายภาคส่วนที่เข้ามาช่วยกันรณรงค์ อาทิ ยูนิเฟม กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงยุติธรรม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ มูลเพื่อนหญิง ตลอดจนเครือข่ายยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง จึงเป็นที่มาของการจัดกิจกรรมรณรงค์

 

          ในวันที่ 25 พฤศจิกายนของทุกปีจะถือเป็นวันสากลเพื่อยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก เป็นเดือนยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก โดยมีวัตถุประสงค์คือ ป้องกัน ด้วยการแก้ไขทัศนคติ และอคติทางสังคม อันเป็นบ่อเกิดของความต้องการผู้หญิงที่เป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ และบ่อเกิดของความรุนแรงต่อสตรี

 

          โครงการ หนึ่งเสียงหยุดความรุนแรงต่อผู้หญิง จะมีการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเกิดขึ้นตลอดทั้งเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม

 

 

การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน

          สามารถร่วมกันลงนามได้ที่  www.novaw.or.th

          และเชิญชวน เป่านกหวีด เพื่อแสดงออกถึงหนึ่งเสียงหยุดความรุนแรงต่อผู้หญิง

 

 

สื่อที่ใช้ในโครงการ

 

          นกหวีด สัญลักษณ์แห่งการหยุดความรุนแรงต่อผู้หญิง ร่วมกันเป่านกหวีด เพื่อประสานเสียงนกหวีดเป็นหนึ่งเสียงเดียวกัน

 

 

           สัญลักษณ์โครงการ นกหวีดไขว้รูปหัวใจ แสดงให้เห็นถึงการรวมพลังของการร่วมมือเพื่อหยุดความรุนแรงต่อผู้หญิง โดยส่วนที่ซ้อนทับกันอยู่เสมือนการคล้องสายใย ร่วมสานต่อจากหนึ่งเสียงเป็นอีกหลายๆเสียง รวมพลังเป็นหนึ่งเสียงเพื่อผสานหัวใจแสดงความรัก และไม่เพิกเฉยเมื่อพบความรุนแรงต่อผู้หญิง

 

            สีชมพู แทน ความเป็นผู้หญิง

            สีเหลืองส้ม แทน พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา

 

            ซึ่งได้นำทั้ง 2 สีนี้มาใช้ในสัญลักษณ์โครงการ 1 เสียงหยุดความรุนแรงต่อผู้หญิง ที่สัญลักษณ์ของโครงการจะเป็นรูปนกหวีด 2 ตัวไขว้กัน นกหวีดด้านซ้ายสีชมพูซ้อนกับนกหวีดสีเหลืองส้มทางด้านขวา เมื่อนำมาไขว่กันแล้วจึงกลายเป็นรูปหัวใจ ทำให้เกิดสีใหม่อีกหนึ่งสีนั่นคือ สีแดง แสดงให้เห็นถึงพลังความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส.

 

 

 

Update 18-11-51

 

เรื่องที่น่าสนใจ

 

ทูตสันถวไมตรียูนิเฟม ชวนคนไทยลงชื่อต่อต้านความรุนแรงต่อผู้หญิง

ดาวน์โหลดรายละเอียดโครงการตามประกาศคัดเลือกบุคคล/องค์กรต้นแบบและบุคคล ตัวอย่างในด้านการยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก

หนึ่งเสียงหยุดความรุนแรงต่อผู้หญิง คุณพร้อมที่จะเป็นหนึ่งเสียง เพื่อหยุดความรุนแรง ต่อผู้หญิงแล้วหรือยัง

ทำไม..ความรุนแรงต่อผู้หญิงยังมีอยู่ในสังคมโลก พร้อมเผยที่มาวันยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง 25 พ.ย.

เหล้า...ตัวกระตุ้นให้ผู้หญิงไทยถูกกระทำความรุนแรงจากคนใกล้ชิด

ฮูชี้ "ความรุนแรง" เป็นสาเหตุหลักการตายของผู้หญิงอายุ 14-44 ปี

หลากหลายความรุนแรงต่อผู้หญิง...ที่สังคมไม่ควรควรมองข้าม

คุณเอง...ก็เป็นหนึ่งเสียงหยุดความรุนแรงต่อผู้หญิงได้

 

 

ความคิดเห็น

#1 อยากได้นกหวีด

หนึ่งอยากได้นกหวีดบ้างค่ะ

อยู่ชลบุรีติดต่อหาอย่างไรบ้างค่ะ

#2 อยากได้นกหวีด

สวัสดีคะ หนูเป็นแกนนำนักเรียน8โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการปฏิบัติการหยุดความรุนแรงต่อเด็กและสตรีด้วยมือเด็กและเยาชน ที่จังหวัดอุดรธานี

 

หนูอยากได้นกหวีดไม่ทราบว่าจะต้องติดต่ออย่างไร ?!

 

รบกวนช่วยติดต่อกลับที่

083-4666545

น้องป๋ำ

#3 ความรุนแรงต่อผู้หญิงที่ไม่อยากเห็น

พ่อผู้ให้กำเนิดลูกมาบังคับและขั่มขืนลูกตัวเอง โดยเฉพาะพวกผู้ชายบ้ากาม ให้เลิกทำเถอะค่ะ เวรกรรมมีจริงนะคะ เกิดเป็นหญิงต้องดูแลตัวเองให้ดีนะคะ อย่าเชื่อคนง่าย

#4 หนึ่งเสียงหยุดความรุนแรงต่อผู้หญิง

เราเป็นผู้หญิง
ผู้หญิงเป็นเพศที่อ่อนแอ
อ่อนหวาน
ไม่เหมือนผู้ชายที่รุนแรง ใจร้อน กระทำร้ายแรง รุนแรงต่อผู้หญิง
เราควรหยุดมันไว้เท่านี้ ขอให้มันหยุดจริงๆ
ถ้ามันยังไม่หยุดเพียงเท่านี้
ประเทศชาติ อาจจะไม่มีผู้หญิงอีกต่อไป

#5 การยุติความรุนแรง

การยุติความรุนแรง
จะทำให้ไม่มีปัญหา
ต่อสังคม
ประเทศชาติ
และตัวเรา

   ขอให้ทุกคนช่วยกัน ยุติความรุนแรง ต่อผู้หญิง ต่อเด็ก ต่อสัตว์

แสดงความคิดเห็น