เกี่ยวกับ สสส.

  

 เกี่ยวกับ สสส.

 

 

             สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นหน่วยงานของรัฐที่มิใช่ส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ.2544 อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี มีรายได้จากภาษีสรรพสามิตยาสูบและสุราในอัตราร้อยละ 2 ต่อปี ทำหน้าที่ จุดประกาย กระตุ้น สนับสนุน ประสานความร่วมมือเพื่อ ให้คนไทยริเริ่มกิจกรรมหรือโครงการสร้างเสริมสุขภาพโดยไม่จำกัดกรอบวิธีการ และยินดีเปิดรับแนวทาง ปฏิบัติการใหม่ๆ ที่เป็น ความคิดสร้างสรรค์สามารถนำไปสู่การขยายค่านิยมและการสร้างพฤติกรรมสร้าง เสริมสุขภาพแก่ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและกว้างขวาง นับเป็นองค์กรด้านสุขภาพรูปแบบใหม่ที่สอดคล้องกับมติของสมัชชาสุขภาพโลก ด้านการสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (World Health Assembly Resolution 12.8 : Health Promotion and Health Life-Style)

 

รายงานประจำปี

วิสัยทัศน์

 

            คณะกรรมการกองทุนฯได้กำหนดวิสัยทัศน์ สสส. ไว้ว่า คนไทยมีสุขภาวะอย่างยั่งยืนและพันธกิจของ สสส. คือ สนับสนุนและพัฒนาขบวนการสร้างเสริมสุขภาพ อันนำไปสู่สุขภาวะของประชาชนและสังคมไทย โดย มุ่งหวังให้ สสส. เป็นหน่วยงานขนาดเล็กที่ปฏิบัติงานใหญ่ให้เกิดผลยกระดับคุณภาพชีวิต ของประชาชนชาวไทยให้ดีขึ้น ด้วยการปฏิบัติงานท่ามกลางเครือข่ายโยงใยของกลไกหลายชิ้นหลายส่วน ที่ล้วนอยู่นอกองค์กร สสส. ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้ประกอบกันขึ้นเป็น ระบบสุขภาพไทยกลไกเหล่านี้มีความหมายกว้างกว่าเพียงโรงพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข หรือส่วนราชการกระทรวงต่างๆ แต่ยังครอบคลุมไปถึงหน่วยงานส่วนท้องถิ่น องค์กรชุมชน องค์กรสาธารณประโยชน์ และหน่วยงานเอกชนอีกด้วย

 

 

ยุทธศาสตร์ของ สสส.

 

           สสส. ดำเนินงานโดยไม่เน้นการใช้อำนาจรัฐ ด้วยบุคลากรและงบประมาณที่จำกัด จึงเปรียบเสมือนกลไกเล็กๆ ในระบบสุขภาพอันใหญ่โตและซับซ้อนของประเทศ เพื่อให้การดำเนินงานตามภารกิจบังเกิดผลสำเร็จเป็นประโยชน์ต่อสุขภาวะคนไทยอย่างคุ้มค่า สสส. ได้พัฒนายุทธศาสตร์ซึ่งก่อให้เกิดการผลักดันการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง แม้จะมีทรัพยากรจำกัด ทั้งนี้ โดยการพยายามพินิจพิเคราะห์ปัจจัยแห่งความสำเร็จรอบด้าน เพื่อประกันผลงานที่คุณค่าที่สุดแก่สังคม

 

           ยุทธศาสตร์ไตรพลังในการขับเคลื่อนขบวนการเปลี่ยนแปลง สังเคราะห์ขึ้นด้วยความรู้สึกที่สั่งสมจากการดำเนินงานสร้างเสริมสุขภาพซึ่งประสบผลสำเร็จมาแล้วหลายด้าน เช่น การควบคุมการบริโภคยาสูบ การลดอุบัติเหตุการจราจร และการควบคุมโรคเอดส์ เป็นต้น

ยุทธศาสตร์ 3 พลัง คืออะไร

 

           พลังปัญญา ได้แก่ การขยายพื้นที่ทางปัญญา (wisdom space) อย่างกว้างขวาง ในการสร้างเสริมสุขภาพให้บรรลุผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นต้องมีองค์ความรู้อย่างเพียงพอจากทุกภาคส่วนของสังคม รวมทั้ง พัฒนาความรู้ต่อเนื่องให้เท่าทันสถาณการณ์ เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายและบริบท องค์ความรู้ ( body of knowledge ) ประกอบกับกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันของฝ่ายต่างๆ ทำให้มีการขยายพื้นที่ทางปัญญา และก่อให้เกิดพลังทางปัญญาที่ยิ่งใหญ่ในการสร้างเสริมสุขภาพ

           พลังสังคม ได้แก่ การขยายพื้นที่ทางสังคม (social space) อย่างกว้างขวาง เครือข่ายภาคีทางสังคมก่อให้เกิดการระดมพลังซึ่งมีบทบาทสำคัญในการทำงาน การรณรงค์ และการเฝ้าระวัง ในการสร้างเสริมสุขภาพอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี จำเป็นต้องมีการบูรณาการ และพัฒนาทักษะการร่วมงานกันในลักษณะเครือข่ายที่มีอุดมการณ์และมีเป้าหมายร่วม การทำงานของเครือข่ายที่มีการเชื่อมโยงกันดี คือการขยายพื้นที่ทางสังคม ก่อให้เกิดพลังผลักดันที่ยิ่งใหญ่ในงานสร้างเสริมสุขภาพ

           พลังนโยบาย ได้แก่ การขยายพื้นที่การมีส่วนร่วมในกระบวนการนโยบายสาธารณะ (space of participatory policy process) อย่างกว้างขวาง นโยบายก่อให้เกิดระบบและโรงสร้าง เป็นองค์ประกอบสำคัญของการสร้างเสรอมสุขภาพ เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้างและมีผลสืบเนื่องยาวนานกว่ากิจกรรมรณรงค์เพียงชั่วครั้งชั่วคราว โดยเฉพาะหากนโยบายได้พัฒนาขึ้นมาโดยพื้นฐานทางปัญญา และทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมก็จะยิ่งเป็นที่ยอมรับ เกิดความร่วมมือดีในทางปฎิบัติ และมีความยั่งยืนยิ่งขึ้น

 

 

 

           ในทางปฏิบัติกรณีศึกษาที่ผ่านมาชี้ชัดว่า พลังทั้งสามข้างต้นควรดำเนินสอดประสานพร้อมกันไปจึงจะเกิดพลังมากที่สุด

 

พันธกิจของ สสส.

 

ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาขบวนการสร้างเสริมสุขภาพอันนำไปสู่สุขภาวะยั่งยืนของประชาชนและสังคมไทย

 

           พันธกิจการสร้างเสริมสุขภาพของ สสส. สะท้อนโดย 3 ถ้อยคำสำคัญ คือ ส่งเสริม” “พัฒนาและ สนับสนุนและวัตถุประสงค์ตามพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544 ซึ่งได้แก่

 

- มุ่งเพิ่มสุขภาวะให้กับประชาชนไทยทุกวัย ตามนโยบายสุขภาพแห่งชาติ

- มุ่งลดการบริโภคสุราและยาสูบ

- มุ่งลดปัจจัยเสี่ยงอื่น อันได้แก่ สารและสิ่งอื่นที่ทำลายสุขภาพ

- พัฒนาขีดความสามารถในการสร้างเสริมสุขภาพของชุมชนหรือองค์กรต่างๆ

- ให้มีการศึกษาวิจัยหรือพัฒนาทางวิชาการในการสร้างเสริมสุขภาพ

- ให้มีการรณรงค์สร้างความตระหนักและความเชื่อเกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพแก่ประชาชน

คณะกรรมการกองทุนได้มีนโยบายให้ยึดถือพันธกิจข้างต้นมานับแต่การก่อตั้งมาจนถึงปัจจุบัน

 

หน่วยปฏิบัติงาน 9 สำนักของ สสส.

 

          มีหน้าที่นำนโยบายของคณะกรรมการกองทุนฯ และแผนหลักทั้ง 12 ด้านมาดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ การสนับสนุนภาคีสร้างเสริมสุขภาพมีส่วนร่วมพัฒนาและดำเนินกิจกรรม ตลอดจนการพัฒนาระบบและวิธีปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพและมีธรรมาภิบาล ประกอบด้วย 9 สำนัก ดังต่อไปนี้

 

สำนัก 1 สำนักสนับสนุนการสร้างสุขภาวะและลดปัจจัยเสี่ยงหลัก

สำนัก 2 สำนักสนับสนุนการสร้างสุขภาวะและลดปัจจัยเสี่ยงรอง

สำนัก 3 สำนักสนับสนุนการสร้างสุขภาวะในพื้นที่และชุมชน

สำนัก 4 สำนักสนับสนุนการสร้างการเรียนรู้และสุขภาวะองค์กร

สำนัก 5 สำนักรณรงค์และสื่อสารสาธารณะเพื่อสังคม

สำนัก 6 สำนักสนับสนุนโครงการเปิดรับทั่วไป

สำนัก 7 สำนักวิชาการและ ทุนทางสังคม

สำนัก 8 สำนักพัฒนายุทธศาสตร์ แผนและสมรรถนะ

สำนัก 9  สำนักพัฒนาวิชาการ

 

โครงสร้างองค์กรของ สสส.

 

ภาคนโยบายและการบริหารจัดการ

 

           คณะกรรมการกองทุน มีบทบาทควบคุมดูแลการดำเนินกิจการกองทุนในระดับนโยบายและกำหนดงบประมาณใน ภาพรวม รวมทั้งออกกฎระเบียบข้อบังคับที่สำคัญในการดำเนินงาน

           คณะอนุกรรมการ ซึ่งคณะกรรมการกองทุนแต่งตั้งขึ้นเพื่อมอบหมายงาน ได้แก่

           คณะกรรมการบริหารแผน ปัจจุบันมี 7 คณะ มีบทบาทในการพัฒนาแผน กำกับดูแลให้การดำเนินงานตามแผนแต่ละด้านที่รับผิดชอบบรรละเป้าหมาย

           คณะอนุกรรมการเฉพาะด้าน ได้แก่ คณะอนุกรรมการกำกับดูแลการตรวจสอบภายใน คณะอนุกรรมการที่ปรึกษาสำนักงานกองทุน คณะอนุกรรมการนโยบายทางการเงิน ผู้อำนวยการสำนักต่าง ๆ และบรรดาเจ้าหน้าที่

           สำนักงาน ประกอบด้วยผู้จัดการกองทุน ซึ่งเป็นผู้บริหารสูงสุด ผู้อำนวยการสำนักต่าง ๆ และบรรดาเจ้าหน้าที่มีบทบาทหน้าที่ในการนำนโยบายมาดำเนินงานให้บรรลุวัตถุ ประสงค์ การสนับสนุนภาคีเครือข่ายมีส่วนร่วมพัฒนาและดำเนินกิจกรรม ตลอดจนการพัฒนาระบบและวิธีปฏิบัติให้มีประสิทธิภาพ

 

ภาคการประเมินผลการดำเนินงาน

 

           ได้แก่ คณะกรรมการประเมินผล มีบทบาทในการประเมินผลการดำเนินงานของกองทุนในภาพรวม ทั้งด้านนโยบาย ด้านผลกระทบต่อสังคม และด้านการบริหารจัดการ อันจะเป็นหลักประกันความรับผิดชอบของ สสส. ต่อสาธารณะ (public accountability)

 

ภาคภาคีเครือข่าย

 

           แม้กฎหมายจะไม่ระบุโดยตรงว่าเป็นโครงการของ สสส. แต่ภาคีเครือข่ายการสร้างเสริมสุขภาพถือเป็นผู้ปฏิบัติงานที่แท้จริงของ โครงการและกิจกรรมต่าง ๆ นอกจากนี้ ภาคีเครือข่ายยังมีบทบาทในการร่วมคิดร่วมเรียนรู้ ร่วมพัฒนา และร่วมลงทุนในบางกรณีด้วย

 

สสส. ทำงานอย่างไร

 

          คณะกรรมการกองทุนสสส.กำหนดให้มีแผนหลักจำนวน 13 แผน เพื่อให้การดำเนินงานของกองทุนมีวัตถุประสงค์ เป้าหมาย แนวทางการดำเนินงาน ตัวชี้วัดที่ชัดเจน รวมถึงการจัดสรรงบประมาณอย่างคุ้มค่า ประกอบด้วย

 

แผน 1 ควบคุมการบริโภคยาสูบ

แผน 2 ควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

แผน 3 สนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุทางถนนและอุบัติภัย

แผน 4 ควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ

แผน 5 แผนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ

แผน 6 สุขภาวะชุมชน

แผน 7 สุขภาวะ เด็ก เยาวชน และครอบครัว

แผน 8 สร้างเสริมสุขภาวะในองค์กร

แผน 9 ส่งเสริมการออกกำลังกายและกีฬาเพื่อสุขภาพ

แผน 10 สื่อสารการตลาดเพื่อสังคม

แผน 11 สนับสนุนโครงการทั่วไปและนวัตกรรม

แผน 12 สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพระบบบริการสุขภาพ

แผน 13 พัฒนาระบบและกลไกสนับสนุนเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ

 

 

 

 

1. แผนควบคุมการบริโภคยาสูบ

วัตถุประสงค์


1. พัฒนากลไกและการประสานงานของภาคีต่างๆที่เกี่ยวข้อง
2. พัฒนาข้อเสนอทางนโยบายในการควบคุมการบริโภคยาสูบ
3. สนับสนุนให้เกิดการบังคับใช้กฎหมาย
4. การพัฒนาฐานข้อมูล องค์ความรู้และการจัดการความรู้ที่จำเป็น
5. พัฒนาการรับรู้และตระหนักในสังคมและในประชาชนกลุ่มต่างๆ
6. พัฒนาเครือข่ายการมีส่วนร่วมจากประชาชนและองค์การต่างๆ
7. พัฒนารูปแบบและบริการอดบุหรี่ที่มีประสิทธิภาพ

เป้าหมาย


1. เกิดกลไกและการประสานงานร่วมกันของภาคีต่างๆ
2. เกิดการขยายจำนวนและประสิทธิภาพของเครือข่ายการทำงานทังในระดับชาติ ระดับองค์กร และระดับพื้นที่
3. ข้อเสนอทางนโยบายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของมาตรการ และเอนสกัดกั้นกลยุทธ์ใหม่ๆของธุรกิจยาสูบ
4. รูปแบบการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มแข็งขึ้น โดยการมีส่วนร่วมจากประชาชน
5. ฐานข้อมูลที่จำเป็นในการเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลง และประเมินการควบคุมการบริโภคบุหรี่ เช่น ผลกระทบต่อสุขภาพจากการบริโภคยาสูบในด้านต่างๆ อัตราการสูบบุรี่ในกลุ่มพิเศษ
6. ศูนย์วิชาการที่สนับสนุนการวิจัย การจัดการความรู้ การฝึกอบรม การประชุมวิชาการประจำปี เวทีวิชาการต่างๆ และรายงานวิชาการประจำปี
7. การเกิดการรับรู้และตระหนักมากขึ้นในกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน สตรี และประชาชนในชนบท
8. เกิดผู้นำและเครือข่ายต้านภัยบุหรี่ที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะในกลุ่ม เยาวชน วิชาชีพสุขภาพและองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น
9. เกิดต้นแบบบริการอดบุหรี่ที่มีประสิทธิภาพ

โครงการที่อยู่ในแผนงานนี้

2. แผนควบคุมการบริโภคแอลกอฮอล์
วัตถุประสงค์
1. พัฒนากลไกและการประสานงานของภาคีต่างๆที่เกี่ยวข้อง
2. พัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อการควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
3. พัฒนาองค์ความรู้และระบบการเรียนรู้
4. พัฒนาเครือข่ายการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างการลดการการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสังคมและในกลุ่มเป้าหมายต่างๆ
5. พัฒนารูปแบบและบริการเลิกสุราที่มีประสิทธิภาพ
6. พัฒนาการเชื่อมประสานองค์กรและเครือข่ายการควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับสากล
เป้าหมาย
1. เกิดเป้าหมาย ยุทธศาสตร์และการการประสานงานร่วมกันของภาคีต่างๆ
2. เกิดนโยบายสาธารณะใหม่ที่ส่งผลต่อการควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลออฮอล์ เช่น การกำจัดสถานที่จำหน่าย การเพิ่มภาษี พรบ. ควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
3. ระบบการเฝ้าระวัง และเครือข่ายในการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพ
4. การขยายจำนวนและประสิทธิภาพของเครือข่ายการทำงานทั้งในระดับชาติและระดับพื้นที่
5. ศูนย์วิจัยปัญหาสุราร่วมกับภาคีการร่วมกันสนับสนุนให้เกิดชุดโครงการวิจัย ที่สอดคล้องต่อการดำเนินงาน ตลอดจนมีข้อมูลในการเฝ้าระวังสถานการณ์
6. เกิดกิจกรรมรณรงค์เพื่อนการควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่เกิดจากภาคีและมีส่วนร่วมจากภาคีประชาชนอย่างกว้างขวางและก่อให้เกิดนโยบายสาธารณะ ความตระหนักและการร่วมมือในการลดการบริโภคแอลกอฮอล์จากประชาชนทั่วไปและในกลุ่มเป้าหมายเฉพาะต่างๆ โดยเฉพาะในเยาวชน
7. เกิดกิจกรรมเพื่อทดแทนทุนอุปถัมภ์ของธุรกิจแอลกอฮอล์ พร้อมทั้งเผยแพร่ข้อมูลสุขภาพผ่านช่องทางดังกล่าวทดแทน
8. เกิดรูปแบบบริการสนับสนุนการเลิกดื่มสุราที่มีประสิทธิภาพ
9. เกิดความร่วมมือประสานงานด้านข้อมูลข่าวสารและการชี้แนะนโยบายการควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับสากล
โครงการที่อยู่ในแผนงานนี้

 

3. แผนสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุทางถนนและอุบัติเหตุ
วัตถุประสงค์
1. สนับสนุนการวางรากฐานการป้องกันอุบัติเหตุทางถนนอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
2. พัฒนาสมรรถนะบุคลากรที่เกี่ยวข้องในด้านการป้องกันอุบัติเหตุทางถนนให้เข้มแข็ง
3. ประสานและส่งเสริมความเข้มแข็งของเครือข่ายลดอุบัติเหตุภัยทางถนน
4. รณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อลดปัญหาอุบัติเหตุภัยทางถนนอย่างมีส่วนร่วม
5. สนับสนุนการวิจัยและการจัดการความรู้ด้านอุบัติเหตุที่จำเป็น
6. สนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุภัยที่สำคัญในประเทศตามสถานการณ์และความจำเป็น
เป้าหมาย
1. เกิดการพัฒนานโยบาย เป้าหมายร่วมและการประสานงานของภาคส่วนต่างๆ
2. เกิดการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรและศักยภาพองค์กรด้านป้องกันสาธารณภัยทั้งในส่วนกลาง ในส่วนต่างๆตามยุทธศาสตร์หลัก
3. เกิดกระแสสังคมและความตื่นตัวของประชาชนอย่างต่อเนื่องในด้านอุบัติภัยจราจร รวมทั้งการสร้างกระแสสำนึกและวัฒนธรรมความปลอดภัย
4. เกิดเครือข่ายการรณรงค์ของภาคส่วนต่างๆอย่างกว้างขวางและมีประสิทธืภาพ
5. เกิดการพัฒนาโครงสร้างการทำงานและบรูณาการการป้องกันและลดอุบัติภัยทางถนนในระดับพื้นที่
6. เกิดการพัฒนาระบบข้อมูล องค์ความรู้และการจัดการความรู้ด้านอุบัติภัยด้านต่างๆที่จำเป็น
โครงการที่อยู่ในแผนงานนี้
4. แผนควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ
วัตถุประสงค์
1. สนับสนุนให้มีการพัฒนายุทธศาสตร์และการดำเนินงานอย่างครบวงจร ในการลดปัจจัยเสริมสร้งสุขภาพ ด้านอาหาร สารเสพติด มลภาวะ และการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ ตามสถานการณืปัญหาและบริบทของปัจจัยนั้นๆ
2. สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพสำหรับกลุ่มคนพิการ กลุ่มแรงงานนอกระบบ กลุ่มมุสลิม กลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มผู้ด้อยโอกาสอื่นๆ
3. พัฒนาการศึกษาและแนวทางดำเนินงานในการลดปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ
เป้าหมาย
1. เกิดกลุ่มแกนในการดำเนินการที่มีเป้าหมายร่วมในการควบคุมปัจจัยเสี่ยงและส่งเสริมปัจจัยเสริม ตลอดจนการสร้างเสริมสุขภาพในกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเฉพาะของแผน
2. ชุดโครงการที่ดำเนินงานตามยุทธศาตร์ในการควบคุมปัจจัยเสี่ยงและส่งเสริมปัจจัยเสริม ตลอดจนการสร้างเสริมสุขภาพในกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเฉพาะของแผนที่กำหนดอย่างมีประสิทธิภาพ
3. เกิดแผนงานใหม่จากผลการพัฒนาการศึกษาและแนวทางดำเนินงานในการลดปัจจัยเสี่ยงอื่น ที่จำเป็น
โครงการที่อยู่ในแผนงานนี้
5. แผนสร้างเสริมสุขภาวะในพื้นที่และชุมชน
วัตถุประสงค์
1. สนับสนุนการบูรณาการกระบวนการสร้างเสริมสุขภาวะของประชาชน โดยใช้พื้นที่เป็นฐาน ประชาชนและท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญ
2. สนับสนุนกลไกภาคีความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมและเครือข่ายองค์กรอาสาสมัครต่างๆ ในการขับเคลื่อนขบวนการสร้างเสริมสุขภาพอย่างมีพลัง
3. สนับสนุนการประมวลและสังเคราะห์ความรู้ประสบการณ์ การพัฒนาสร้างเสริมสุขภาพและเผยแพร่รณรงค์สู่สังคมวงกว้างและยกระดับเชื่อมโยงสู่นโยบายการบูรณาการสุขภาวะอย่างเป็นรูปธรรม
4. สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถของคน องค์กรผู้ประกอบการทางสังคม และการเพิ่มทนทางสังคมเพื่อยกระดับและพัฒนาการสร้างเสริมสุขภาวะ
เป้าหมาย
1. เกิดพื้นที่สำรองขององค์กรชุมชน ประชาชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ผนึกกำลังกันพัฒนาขบวนการสร้างเสริมสุขภาวะแบบบูรณาการ สอดคล้องกับวิถีชุมชน เพื่อความอยู่เย็นเป็นสุขของประชาชน
2. เกิดพื้นที่รูปธรรมเป็นกรณีศึกษาถึงวิถีการสร้างกลไกในพื้นที่/ชุมชน และการเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายสร้างสุขภาวะอย่างมีพลัง ของภาคีความร่วมมือทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านยุทธศาสตร์ แผนงาน และงบประมาณ ที่สามารถยกระดับเชื่อมต่อนโยบายของรัฐนะดับต่างๆ และสู่สาธารณชนได้อย่างน้อย 40 จังหวัดทั่วประเทศ
3. เกิดชุดความรู้ และสื่อต้นแบบในการทำงานแบบบูรณาการสร้างเสริมสุขภาวะในพื้นที่และชุมชนที่มาจากการประมวล การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการจัดการความรู้ รวมทั้งมีช่องทางเพื่อการเผยแพร่และขยายผลสู่สังคมกว้าง
4. เกิดการพัฒนาศักยภาพแกนนำบุคลากรทั้งในภาครัฐ และภาคประชาชน ผ็นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่นและกลุ่มคนที่มีจิตอาสาสมัครที่มีคุณภาพ อย่างน้อย 300 คน และมีอาสาสมัครเพียงพอที่กำลังพัฒนาเป็นแกนนำในการขับเคลื่อนงานสร้างสุขภาวะในพื้นที่และชุมชนครอบคลุมในพื้นที่หลัก ไม่น้อยกว่า 2000 คนทั่วประเทศ
โครงการที่อยู่ในแผนงานนี้
6. แผนบูรณาการนโยบายสุขภาพแห่งชาติ(เมืองไทยแข็งแรง)
วัตถุประสงค์
1. สนับสนุนการตั้งศูนย์อำนวยการบริหารยุทธศาสตร์เมืองไทยแข็งแรง(ศอม.) และสนับสนุนให้เกิดการบริหารศูนย์แบบบูรณาการรวมถึงกระบวนการขับเคลื่อนนโยบายเมืองไทยแข็งแรง จากทุกภาคส่วนให้เป็นพลังสำคัญในการดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ
2. สนันสนุนให้เกิดการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ ให้เกิดการร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมทำ เรื่องใหญ่ๆ ประสานให้เกิดกลไกภาคีความร่วมมือของภาครัฐ หน่วยงานวิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และเครือข่ายองค์กรประชาชนต่างๆ ในการขับเคลื่อนเมืองไทยแข็งแรงอย่างมีพลัง
3. สนับสนุนการพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสาร การสร้างและการจัดการความรู้ การสรุปและสังเคราะห์บทเรียนจากการปฏิบัติ การติดตามและประเมินผล เพื่อให้เกิดรูปธรรมของการบูรณาการการสร้างเสริมสุขภาพที่นำไปสู่การเผยแพร่ ขยายผล และยกระดับสู่นโยบายของประเทศ
4. สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพและระบบการจัดการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความสุขเข้มแข็งของคน กลุ่มองค์กรชุมชน และเครือข่ายภาคประชาชนให้มีส่วนร่วมในการสร้างเสริมสุขภาพของตนเพื่อนำไปสู่ "คนไทยแข็งแรง เมืองไทยแข็งแรง" ได้อย่างทั่วถึง
เป้าหมาย
1. เกิดศูนย์อำนวยการบริหารยุทธศาสตร์เมืองไทยแข็งแรง ที่มีการดำเนินงานแบบบริหารเชิงยุทธศาสตร์ ทั้งเกิดการพัฒนาเป็นระบบ
2. เกิดพลังเคลื่อนไหวทางสังคม เกิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกิดนวัตกรรมสร้างสุขภาวะเชิงรุกที่เกิดจากการร่วมกันพัฒนา ร่วมแรง ร่วมใจ และร่วมทุนจากหน่วยงาน องค์กรสนับสนุน และเครือข่าย องค์กรประชาชนทุกหมู่เหล่า ทุกเพศ ทุกวัย อย่างกว้างขวางและทั่วถึง
3. เกิดรูปธรรมความรู้ของกระบวนการ แนวคิด และวิธีการในการสร้างเสริมสุขภาพที่ยกระดับเชื่อมโยงจากพื้นที่ชุมชนระดับท้องถิ่นสู่นโยบายเมืองไทยแข็งแรงอันเป็นวาระแห่งชาติ
4. เกิดการสร้างและพัฒนาผู้นำและบุคลากรโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ทั้งผู้นำชุมชนในพื้นที่ และบุคลากรจากหน่วยงานภายนอก ให้เข้าใจภาพรวมและระบบความสัมพันธ์ของการพัฒนาสุขภาพ เพื่อให้มีความในการบริหารยุทธศาสตร์เมืองไทยแข็งแรงอย่างบูรณาการได้
โครงการที่อยู่ในแผนงานนี้
7. แผนการเรียนรู้สู่สุขภาวะ
วัตถุประสงค์
1. สนับสนุนการพัฒนาระบบการเรียนรู้ในสถานศึกษาให้บูรณาการกับชีวิต
2. สนับสนุนการพัฒนาเครือข่ายการเรียนรู้และตัวย่างที่ดีของการเรียนรู้นอกระบบสถานศึกษา
3. พัฒนาระบบการปกป้องเยาวชนจากภัยคุกคาม ความรุนแรงและสิ่งยั่วยุ
4. สนับสนุนมติคณะรัฐมนตรีให้มีการพัฒนาสื่อเพื่อการเรียนรู้ ที่เหมาะสมกับวัยและเงื่อนไขเฉพาะของเยาวชนกลุ่มต่างๆ
5. สนับสนุนให้เกิดเครือข่ายสร้างการเรียนรู้เพื่อครอบครัวเข้มแข็ง
6. สร้างแนวทางการพัฒนาจิตเพื่อสุขภาพ ผ่านรูปธรรมกิจกรรมที่หลากหลาย
7. พัฒนาองค์ความรู้และกลไกขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติเพื่อสร้างสร้างเสริมสุขภาวะของเยาวชนและสังคมโดยรวม
เป้าหมาย
1. ข้อเสนอเชิงนโยบาย หรือมาตรการสำคัญที่ส่งผลต่อการปรับระบบการเรียนรู้เพื่อสุขภาวะของเยาวชน
2. โครงการนำร่องในสถานศึกษาทุกระดับ ที่ประจักษ์ว่า สามารถปรับระบบการเรียนรู้สู่การบูรณาการกับชีวิตจริง
3. โครงการต้นแบบ ที่มุ่งสนับสนุนการเคลื่อนไหวหรือการเรียนรู้เพื่อสุขภาวะนอกระบบการศึกษาในพื้นที่ต่างๆ
4. การพัฒนาระบบปกป้องเยาวชนโดยองค์กรเครือข่าย และมีหน่วยงานหลักรับผิดชอบ
5. ต้นแบบสื่อเพื่อการเรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชนที่ได้รับการพัฒนา และเผยแพร่ ตลอดจนการสร้างช่องทางการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ
6. โครงการนำร่องที่สนับสนุนให้เกิดพื้นที่การเรียนรู้สำหรับครอบครัว
7. องค์ความรู้ และรูปธรรม ในการพัฒนาจิตเพื่อสุขภาพ ที่เชื่อมโยงสนับสนุนการเรียนรู้เพื่อสุขภาวะ
โครงการที่อยู่ในแผนงานนี้
8. แผนสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กร
วัตถุประสงค์
1. พัฒนาและปรับปรุงมาตรฐานคุณภาพชีวิตในสถานประกอบการ พร้อมไปกับการทดลองใช้เพื่อพัฒนากระบวนการและคู่มือปฏิบัติ อันจะนำไปสู่การขยายผลได้อย่างกว้างขวาง
2. พัฒนาระบบและโครงสร้างในหน่วยราชการ พร้อมทั้งตัวชี้วัดการสร้างเสริมสุขภาพแบบองค์รวม เพื่อสนับสนุนให้เกิดสร้างเสริมสุขภาวะแก่บุคลากรทุกระดับในหน่วยงานราชการ
3. พัฒนาต้นแบบระบบที่เอื้อต่อสุขภาวะในสถานศึกษา เพื่อเป็นเครื่องมือในการขยายผล
4. สร้างเครือข่ายสถานประกอบการ สถานศึกษาและหน่วยราชการ เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และร่วมพัฒนาให้เกิดกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาวะในองค์กรที่ยั่งยืน
5. การพัฒนาสถานประกอบการ หน่วยราชการและสถานศึกษาต้นแบบ
6. พัฒนานโยบายที่สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพในที่ทำงาน พัฒนาระบบงานและองค์ความรู้ของการสร้างสุขภาพองค์กรให้มีประสิทธิภาพ
เป้าหมาย
1. มาตรฐานคุณภาพชีวิตในสถานประกอบ รวมถึงคู่มือการดำเนินงานที่เหมาะสม
2. สถานประกอบการนำร่องการพัฒนาคุณภาพชีวิต ไม่น้อยกว่า 100 แห่ง กรมนำร่องไม่น้อยกว่า 5 กรม และสถานศึกษาระดับประถมศึกษาต้นแบบไม่น้อยกว่า 1000แห่ง
3. จังหวัดนำร่องที่มี ที่มีเครือข่ายพัฒนางานสร้างเสริมสุขภาพในสถานประกอบการอุตสาหกรรมครอบคุลมสถานประกอบการส่วนใหญ่ในแต่ละจังหวัด ไม่น้อยกว่า 5 จังหวัด
4. มาตราการหรือข้อเสนอเชิงนโยบายด้านการสร้างเสริมสุขภาพในสถานประกอบการหน่วยราชการและสถานศึกษา
5. มีตัวชี้วัดที่ชัดเจน ในการสร้างเสริมสุขภาพและการลดการเจ็บป่วยในหน่วยราชการ
โครงการที่อยู่ในแผนงานนี้
9. แผนส่งเสริมการออกกำลังกายและกีฬาเพื่อสุขภาพ
วัตถุประสงค์
1. เพื่อสร้างและพัฒนาระบบการตัดการเพื่อการส่งเสริมกิจกรรมส่งเสริมกิจกรรมการออกกำลังกายและกีฬาเพื่อสุขภาพที่มีประสิทธิภาพ
2. เพื่อขยายจำนวนผู้ออกกำลังกายและเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพให้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนประชากรในปี พ.ศ. 2550
3. เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านการจัดการและสาระสำคัญของการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพ ผ่านกระบวนการจักการความรู้
4. เพื่อพัฒนาวัตกรรมการออกกำลังกายและกีฬาเพื่อสุขภาพที่เหมาะสมกับบริบทสังคมไทย
5. เพื่อสนับสนุนองค์กรกีฬาภาครัฐ และเอกชนให้ดำเนินกิจกรรมกีฬาด้วยภาพลักษณ์ของกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ
เป้าหมาย
1. ชุดโครงการเพื่อสนับสนุนกิจกรรมการออกกำลังกายและกีฬาเพื่อสุขภาพ โดยเน้นกิจกรรมที่ปลอดแอลกอฮอล์ และสิ่งทำลายสุขภาพ ไม่ต่ำกว่าปีละ 150 โครงการ
2. มีการสนับสนุนรูปแบบการเรียนการสอนในสถาบันการศึกษาทุกระดับที่สร้างเสริมให้เยาวชนรักการออกกำลังกายและเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพ
3. พัฒนาผู้นำ และเครือข่ายการออกกำลังกาย/กีฬาเพื่อสุขภาพ ที่ร่วมกันเป็นภาคีทั้งในระดับชาติและระดับพื้นที่
4. ชุดความรู้และข้อมูลด้านกีฬาและการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่เผยแพร่ทางสื่ออย่างต่อเนื่อง
5. เกิดกิจกรรมรณรงค์เพื่อสร้างกระแสการออกกำลังกายโดยภาคีอย่างต่อเนื่อง
6. มีโครงการที่เป็นวัตกรรมการออกกำลังกายและกีฬาเพื่อสุขภาพที่เป็นต้นแบบ และสามารถขยายผลในวงกว้างได้ ไม่ต่ำกว่าปีละ 10 โครงการ
โครงการที่อยู่ในแผนงานนี้
10. แผนสื่อสารการตลาดเพื่อสังคม
วัตถุประสงค์
1. สร้างความตระหนักแก่สังคมในระดับกว้าง ในเรื่องอันเป็นโทษภัยของการบริโภคสุรา ยาสูบ และประเด็นสร้างเสริมสุขภาวะของ สสส.
2. เป็นส่วนหนึ่งของระบบสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพของภาคี เพื่อนำไปสู่การเคลื่อไหวเปลี่ยนแปลงทางสังคมในประเด็นสุขภาวะ
3. ส่งเสริมและสนับสนุนสื่อมวลชน สื่อสมัยใหม่ สื่อพื้นบ้าน สื่อเฉพาะกิจ และสื่อทางเลือกอื่ๆ ให้เกิดความร่วมมือในกาสื่อสารเพื่อสุขภาวะ
4. ส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาระบบการสื่อสารเพื่อสุขภาวะ
เป้าหมาย
1. การรณรงค์ระดับกว้างจะสามารถสร้างการรับรู้และความตระหนักในกลุ่มประชาชนในประเด็นที่สื่อสารได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 65
2. การรณรงค์ระดับเชิงพื้นที่และประเด็นที่เน้นกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น เยาวชน สามารถสร้างการรับรู้ ความตระหนัก และมีส่วนร่ม ในประเด็นที่สื่อสารได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50
3. เกิดกระแสสนับสนุนข้อเสนอนโยบายในการแก้ไขปัญหาสุขภาวะที่สำคัญที่มีการรณรงค์ในปีนั้นๆ
4. เกิดการพัฒนาบทบาทของสื่อมวลชนในการสร้างเสริมสุขภาพ และมีกลไกระดับชาติในการขับเคลื่อนระบบการสื่อสารเพื่อสุขภาวะ
5. เกิดกลไกและช่องทางที่มีประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกับสื่อสารมวลชน และเกิดการพัฒนาสื่อต้นแบบ
6. เกิดการพัฒนาศักยภาพของภาคีในการสื่อสาร และเกิดต้นแบบของการสื่อสารสุขภาวะ
7. เพิ่มสัดส่วนการทดแทนทุนอุปถัมภ์จากธุรกิจที่ก่อให้เกิดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาวะผ่านรูปแบบของกิจกรรมการสื่อสารต่างๆ ในพื้นที่เสี่ยงหลัก อย่างน้อยร้อยละ 5 ของสัดส่วนการให้ทุนอุปถัมภ์และโฆษณาของภาคธุรกิจ
8. เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ด้านการสื่อสารเพื่อสุขภาวะ ผ่านหลักสูตร งานวิจัย และกระบวนการจัดการความรู้ ร่วมกับสถาบันกาศึกษา ไม่น้อยกว่า 3โครงการต่อปี
โครงการที่อยู่ในแผนงานนี้
11. แผนสนับสนุนโครงการเปิดรับทั่วไปและนวัตกรรม
วัตถุประสงค์
1. เปิดโอกาสให้ กลุ่มบุคคล องค์กรและชุมชน ทั่วไปทำโครงการสร้างเสริมสุขภาพที่มี ความคิดสร้างสรรค์และมีคุณภาพ กับกลุ่มเป้าหมายหลัก(กลุ่มเด็กและเยาวชน,กลุ่มผู้สูงอายุ,และกลุ่มผู้ขาดโอกาส) กระจายอย่างกว้างขวางครอบคลุมพื้นที่และกลุ่มเป้าหมาย
2. กระตุ้นและสนับสนุนโครงการที่เป็นนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ
3. สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพภาคีรับทุนผ่านกระบวนการติดตามและประเมินผล และกระบวนการอื่นๆ ที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่
4. สนับสนุนให้มีการจัดระบบสังเคราะห์และจัดการความรู้จากการปฏิบัติจริงและเผยแพร่ใช้ประโยชน์
5. พัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อการจัดการ การบริหารแผนงาน การติดตามประเมินผล และการใช้ประโยชน์
เป้าหมาย
1. สนับสนุนโครงการจำนวนไม่ต่ำกว่า 600 โครงการ และเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ในปีต่อไป โดยมีจำนวนโครงการขนาดเล็กไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของโครงการทั้งหมด
2. สนับสนุนให้มีโครงการนวัตกรรม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ต่อปีของจำนวนโครงการทั้งหมด
3. สนับสนุนชุดโครงการพัฒนาโยบายสาธารณสุขด้านสุขภาพของท้องถิ่นอย่างน้อย 5 ชุดโครงการ
4. ดำเนินการให้มีการพัฒนาศักยภาพและทักษะในการดำเนินงานตามโครงการ
5. ดำเนินการคัดสรรบทเรียน กระบวนการ และผลผลิตจากโครงการที่สามารถเป็น Good Practice เพื่อนำไปขยายผลต่อในวงกลมจำนวนอย่างน้อยร้อยละ 10
6. พัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อการจัดการ การพิจารณาโครงการ การติดตามประเมินผล และการใช้ประโยชน์จากผลการดำเนินโครงการ
โครงการที่อยู่ในแผนงานนี้
12. แผนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพระบบบริการสุขภาพ
วัตถุประสงค์
1. พัฒนาศักยภาพการจัดการบุคลากรสุขภาพ และสมรรถนะของเครือข่ายบุคลากรสุขภาพในด้านการสร้างเสริมทั้งด้านภาคการผลิตและด้านบริการ รวมทั้งการสนับสนุนองค์กรชุมชนในการจัดการพัฒนาบุลากรสุขภาพ
2. สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพ ในลักษณะภาคีความร่วมมือกับองค์กำหลักที่เกี่ยวข้อง
3. ส่งเสริมการปรับเงื่อนไขเชิงระบบให้ระบบบริการสุขภาพพัฒนาไปสู่การสร้างเสริมสุขภาพที่เป็นรูปธรรมและมีความยั่งยืน ทั้งระบบบริการสุขภาพแผนปัจจุบัน แผนไทยและทางเลือก รวมทั้งระบบบริการสุขภาพเฉพาะกลุ่มต่างๆด้วย
เป้าหมาย
1. มีการดำเนินการแผนงานพัฒนาบุคลากรสร้างเสริมสุขภาพอย่างบูรณาการ ร่วมกับองค์กรภาคีต่างๆทั้งการสร้างและจัดการความรู้ การสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนและการเคลื่อนไหวนโยบาย โดยเน้นการพัฒนาศักยภาพการจัดการบุคลากรสุขภาพ การผลิตและการพัฒนาบุคลากรสุขภาพ ทั้งนี้เพื่อให้ได้บุคลากรสุขภาพที่มีเจตคติและทักษะในการสร้างเสริมสุขภาพกระจายอย่างทั่วถึงเท่าเทียมและปฏิบัติงานสร้างเสริมสุขภาพอย่างไดผล
2. ดำเนินการตามแผนงานสร้างเสริมสุขภาพภายใต้ระบบหลักประกันสุขถ้วนหน้าร่วมกับองค์กรภาคีต่างๆ จนเกิดองค์ความรู้ รูปแบบการดำเนินการและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย รวมทั้งเกิดนโยบายและมีการดำเนินการอย่างไรผล ในการสร้างเสริมสุขภาพและป้องโรคภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ซึ่งรวมถึงการจัดชุดสิทธิประโยชน์ด้านการสร้างสุขภาพการจัดการด้านการเงิน การพัฒนาระบบบริการสุขภาพชุมชน การพัฒนาระบบบริการสุขภาพเฉพาะกลุ่ม และระบบบริการสุขแผนไทยและทางเลือกด้วย
3. มีระบบการรับรองคุณภาพโรงพยาบาลที่พัฒนาองค์ประกอบของการสร้างเสริมสุขภาพเข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบ เกิดโรงพยาบาลนำร่องจำนวน 200 แห่ง และขยายผลร้อยละ 60 ของจำนวนโรงะยาบาลทั้งหมด รวมทั้งแสงหากลไกการเงินที่จะสนับสนุนระบบในระยะยาว
โครงการที่อยู่ในแผนงานนี้
13. แผนพัฒนาระบบและกลไกสนับสนุนเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ
วัตถุประสงค์
1. พัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพของชาติ เพื่อให้ได้ดัชนีชี้วัดสุขภาพและปัจจัยเสี่ยง รวมทั้งมีระบบข้อมูลที่ถูกต้อง ทันสมัย และต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองต่อดัชนีดังกล่าว ทั้งในระดับชาติและระดับท้องถิ่น รวมทั้งการพัฒนาระบบเทคโนโลยีข้อมูลข่าวสารที่เอื้ออำนวยให้ข้อมูลข่าวสารสามารถสื่อไปถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. พัฒนากลไกสนับสนุน และพัฒนาศักยภาพขององค์กรภาคี/เครือข่าย ให้สามารถเคลื่อนไหวประเด็นสำคัญของแผนต่างๆ ให้เป็นนโยบายสาธารณะ ที่มีการนำไปปฏิบัติอย่างได้ผล
3. พัฒนากลไกการสนับสนุนการสร้างและจัดการความรู้รวมทั้งการประเมินยุทธศาสตร์ และเทคโนโลยีการสร้างเสริมสุขภาพ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจบนฐานแห่งปัญญา
4. เสริมสร้างศักยภาพภาคีและสนับสนุนการสร้างเครือข่ายการทำงานทั้งในและต่างประเทศ
5. พัฒนาระบบงานและกลไกตลอดจนบุคลากรของสำนักงานกองทุน สสส. ให้สามารถสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรภาคี/เครือข่ายภายใต้แผนทุกแผนอย่างมีประสิทธิภาพ
เป้าหมาย
1. เกิดระบบข้อมูลข่าวสารเพื่อสุขภาพแห่งชาติ ภายใต้องค์กรที่อิสระ คล่องตัว ยืดหยุ่น และมีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีศักยภาพในการพัฒนาและเชื่อมโยงองค์กรภาคี/เครือข่ายระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพทั้งในและต่างประเทศ
2. เกิดกลไกและกระบวนการที่มีประสิทธิภาพในการสนับสนุนให้องค์การภาคี/เครือข่ายต่างๆ สามารถพัฒนาศักยภาพและทักษะในการเคลื่อนไหวประเด็นสุขภาพที่สำคัญ ไปสู่นโยบายสาธารณะที่มีการปฏิบัติอย่างได้ผล เช่น กลไกสมัชชาสุขภาพแห่งชาติและกลไกคณะกรรมการปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ
3. สถาบันจัดการความรู้เพื่อการพัฒนาสังคม สามารถสนับสนุนให้องค์กรภาคี/เครือข่ายภายใต้แผนต่างๆ ใช้การจัดการความรู้ เป็นเครื่องมือสำหรับเรียนรู้ และการพัฒนางานของตน อย่างน้อย 10 เครือข่าย ต่อปี
4. เกิดระบบการจัดการงานวิจัยของ สสส. ที่สามารถสร้างความรู้หรือแนวความคิดเทคโนโลยีใหม่ๆที่สนับสนุนการขับเคลื่อนงานของแผนต่างๆ
5. ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะสามารถแสดงบทบาทหลักร่วมกับภาคีต่างๆ ในกระบวนการเคลื่อนไหวในการพัฒนานโยบายสำคัญด้านการเสริมสร้างสุขภาพ ในระดับภูมิภาคและระดับโลก อย่างน้อย 5 ประเด็น
6. ภาคีเครือข่าย และระบบงานตลอดจนบุคลากรของสำนักงานกองทุน สสส. ได้รับการพัฒนาให้มีศักยภาพสูงในการทำงานให้บรรลุผล
โครงการที่อยู่ในแผนงานนี้

 

 

 

ที่มา : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส.

Update 10-02-52