เหตุผล ‘ดื่มเพื่อสังคม’ ติดง่าย-เลิกยาก-ประสาทกิน

 

เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา ที่หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ (สวนโมกข์ กรุงเทพฯ) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) เปิดตัวกิจกรรม “เซียนเลิกเหล้า ผ่านเฟซบุ๊คNoAlcoholreality” ต้อนรับเทศกาลงดเหล้าเข้าพรรษา2554 เชิญชวน ผู้ที่ตั้งใจเลิกเหล้าเข้าพรรษาเข้ามาอัพเดทสถานะ วิธีการเลิกเหล้าอย่างสร้างสรรค์ และเชิญชวนให้ผู้อื่นเลิกเหล้าผ่านหน้าเฟซบุ๊ค http://www.facebook.com/Noalcoholreality โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 1-15 ก.ค.นี้

จากงานดังกล่าว ทำให้เรานึกไม่ถึงว่า บางสิ่งบางอย่างที่เราคิดว่า “ทำเพื่อสังคม” นั้น มันสามารถทำลายชีวิตเรา และชีวิตครอบครัวได้อย่างน่าตกใจทีเดียว

ตัวอย่างคือ คนที่ ดื่มเหล้าด้วยเหตุผลที่ว่า “ดื่มเพื่อการเข้าสังคม” นั้น คนพวกนี้ มีโอกาสที่จะกลายเป็น คนติดเหล้าได้ง่ายๆ และเมื่อติดมันซะแล้ว สิ่งที่เป็นปัญหาคือ ตอนติดน่ะง่ายแต่ตอนเลิก มันยากแสนยาก และเมื่อกลายเป็นคนขี้เหล้าไปซะแล้วปัญหาชัวร์ๆ แน่นอน แบบหลีกเลี่ยงลำบากคือ จะทำให้กลายเป็นคนป่วยทางจิต ที่ นายแพทย์หลายโรงพยาบาล ออกมายืนยันให้ทราบว่า “แนวโน้มข้างหน้า คนที่ป่วยทางจิต เพราะติดเหล้าจะมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เพราะทุกวันนี้ มีคนป่วยประเภทนี้ เข้ามารักษายังโรงพยาบาลถึงเฉลี่ยวันละ 20 รายต่อเดือน”

ที่สำคัญมีตัวเลขของการต้องควักเงินซื้อเหล้ามาดื่ม มากินสำหรับพวกวัยรุ่นถึงวันละเป็นพันทีเดียว

เพราะฉะนั้น หากใครที่ติดเหล้าอยู่ แล้วสามารถเลิกได้นับว่าเป็น วาสนาอย่างสูง แต่ใครที่ไม่เคยดื่ม หากจะต้องหลงเข้าไปอยู่ในวังวนของคนดื่ม โดยเหตุผลที่ว่า ดื่มเพื่อสังคมเห็นทีว่า คนผู้นั้นวาสนาช่างอับเฉา และมีกระแสดึงดูดจากนรกอย่างแรงทีเดียว

ลองมาฟัง ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ รองผู้จัดการ สสส. กล่าวในการเสวนา “Don’t Drink We Can งดเหล้าเข้าพรรษาใครๆ ก็ทำได้” ท่านพูดไว้ดีทีเดียว ดังต่อไปนี้…

การรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษา ที่ สสส. ทำมาโดยตลอดกลายเป็นวัฒนธรรมที่ได้รับความสนใจจากสังคม ส่งผลให้ระบบสุขภาพ ระบบเศรษฐกิจดีขึ้น ที่ผ่านมาจะพบว่าประชาชนที่ดื่มเหล้าจะงดเหล้า ในช่วงเข้าพรรษาเพิ่มขึ้นในปี 2553 เป็น 55.1% จากเดิม 46.4% เห็นว่าประชาชนที่ระบุว่าจะงดเหล้าตลอดชีวิตเพิ่มขึ้น ในปี 2553 เป็น 39.5% จากเดิม 35% เพราะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย และไม่มีประโยชน์

“ข้อมูลจากศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) ได้อ้างอิงผลสำรวจเอแบคโพลล์ พบว่าประชาชนที่งดดื่มเหล้าในช่วงเข้าพรรษาของปี 2553 สามารถประหยัดรายจ่ายสำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ถึง 3.4 หมื่นล้านบาท และจากรายงานสุขภาพคนไทยระบุว่าประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป ดื่มเหล้าในระดับที่เป็นอันตรายลดลง อยู่ที่ 7.3% ในปี 2552 เมื่อเทียบกับปี 2547 ซึ่งอยู่ที่ 9.1% ในการรณรงค์ที่ผ่านมาได้รับการตอบรับจากทั้งภาครัฐ เอกชน ขณะนี้มีบุคคลต้นแบบเลิกเหล้า ทหาร ตำรวจ ครอบครัว โรงเรียนหน่วยงานร้านค้า หมู่บ้านชุมชน ที่เป็นต้นแบบเลิกเหล้ามากกว่า10,759 แห่ง อีกทั้งปีที่ผ่านมายังสามารถรวบรวมรายชื่อปฏิญาณตนงดเหล้าได้มากถึง 410,878 คน ซึ่งเชื่อว่าภายในปีนี้จะเพิ่มจำนวนคนงดดื่มได้อย่างแน่นอน” ดร.สุปรีดา กล่าว

พญ.บุญศิริ จันทรศิริมงคล นายแพทย์ชำนาญการพิเศษหัวหน้ากลุ่มงานยาเสพติดและสุรา สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา กรมสุขภาพจิตกล่าวว่า อายุผู้ติดเหล้าเฉลี่ยจากที่มีอายุ 30-45 ปีขึ้นไป ลดเหลือเพียง 20-30 ปีเท่านั้น ขณะที่ข้อมูลจากการสำรวจระบาดวิทยาระดับชาติครั้งล่าสุด พบว่า ผู้ป่วยที่มีอาการติดสุรามีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น อายุระหว่าง 25-34 ปีมีอาการติดสุรา 8.4% อายุระหว่าง 35-44 ปี อยู่ที่ 7.4% และ อายุระหว่าง 45-54 อยู่ที่ 5.2% ขณะที่เยาวชนอายุระหว่าง 15-25 ปีมีอาการติดเหล้าอยู่ที่ 5.9% นอกจากนี้ในผู้ที่มีอาการติดสุราและมีอาการของโรคจิตเวชร่วมด้วยมีจำนวน 7.1% หากดูสถิติการรับผู้ป่วยฉุกเฉินในห้องฉุกเฉินจะพบว่าภายใน 1 เดือน มีผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาด้วยอาการติดเหล้าและป่วยทางจิตมากถึง 20 ราย

สำหรับ วิธีทดสอบว่าตนเองเป็นคนติดเหล้าขั้นรุนแรงหรือไม่ เบื้องต้นต้องถามตนเองว่า 1.เคยดื่มถึงขั้นอยากจะหยุดหรือไม่ 2.เคยดื่มจนคนรอบข้างบอกให้หยุดหรือไม่ และ 3.ตื่นเช้าแล้วดื่มจนควบคุมตนเองไม่ได้หรือไม่ ทั้งนี้ ผู้ที่ชอบดื่มสามารถปฏิบัติตัวได้ ด้วยการตั้งสติ นึกถึงปัญหา ผลกระทบจากการดื่มและปฏิญาณตนว่าจะเลิกดื่มไม่ใช่ลดการดื่ม ซึ่งช่วงเทศกาลเข้าพรรษานี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นในการงดเหล้าได้ สำหรับผู้ที่ต้องการรับคำปรึกษา สามารถ โทร.ไปที่ ศูนย์ปรึกษาปัญหาสุรา สายด่วน 1413

ฟังผู้ที่รู้อันตรายจากเหล้ากันมาแล้ว ลองมาฟังคนที่เคยหลงเข้าไปอยู่ใน ดงวงเหล้า อย่างนายปิ่นทอง ฤทธิธรรม อายุ 40 ปี เครือข่ายชุมชนไทยเกรียง สมุทรปราการ บ้าง เขากล่าวว่าก่อนหน้านี้เคยทำงานอยู่ในโรงงานแห่งหนึ่ง หลังเลิกงานมักจะไปดื่มเหล้ากับเพื่อนเป็นประจำทุกวันจนมีอาการติด ต้องดื่มตลอดเวลาหนักสุดต้องแอบพกเหล้าเข้าไปดื่มขณะทำงาน จนเกิดผลกระทบต่อการทำงาน เพราะร่างกายอ่อนแอ ประสิทธิภาพการทำงานลดลง และขาดงานบ่อย จนถูกไล่ออกจากงานในที่สุดขณะที่ครอบครัวต้องมาแตกร้าว ภรรยาขอหย่า เนื่องจากไม่สามารถทนรับสภาพของตนเองได้ ส่วนลูกๆ ก็ไม่มีความสุขที่เห็นพ่อติดเหล้า จึงเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ตนตัดสินใจเลิกดื่มเหล้าโดยเด็ดขาด และตั้งใจว่าจะไม่ดื่มเหล้าอีกตลอดชีวิต

แม้จะเคยหลงผิดมาก่อน แต่เมื่อมาสำนึกได้ในภายหลังนับว่า ยังมีบุญวาสนามาเสริมส่ง แล้วคุณล่ะ?? วันนี้ มีความคิดและการตัดสินอย่างไร ต่อการจะปฏิญาณตนว่าจะเลิกดื่มเหล้าในวันเข้าพรรษานี้ ตลอดไปจนชั่วชีวิต

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า โดย ปานมณี

Shares:
QR Code :
QR Code

ใส่ความเห็น

ระบุข้อความ