เฝ้าระวังโรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้ออาร์เอสวี

ที่มา: กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์


เฝ้าระวังโรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้ออาร์เอสวี thaihealth


แฟ้มภาพ


กระทรวงสาธารณสุข ร่วมมือกับ องค์การอนามัยโลก ใช้ฐานระบบเฝ้าระวังโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งดำเนินการโดย    ความร่วมมือระหว่าง กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมควบคุมโรค และศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐด้านสาธารณสุข (TUC)   ในการกำหนดนโยบายและมาตรการในการควบคุม ป้องกันโรคปอดบวมจากการติดเชื้อ RSV (respiratory syncytial virus)  เล็งร่วมมือกันศึกษาวิจัยคุณลักษณะทางพันธุกรรมของเชื้อด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง


นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการประชุมนานาชาติเรื่อง WHO Meeting of Review of the RSV Surveillance Pilot Based on the Global Influenza Surveillance and Response System   ซึ่งจัดโดยองค์การอนามัยโลก ว่า ปัญหาการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตของเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ด้วยโรคปอดบวมจากการติดเชื้อ RSV  มีความรุนแรง องค์การอนามัยโลก (WHO) ประมาณการว่า เชื้อ RSV คร่าชีวิตเด็กทั่วโลกถึงปีละ 160,000 ราย โดยมีเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีทั่วโลก ติดเชื้อไวรัสดังกล่าว 33.8 ล้านคน ในจำนวนนี้ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลถึง 3.4 ล้านคน แต่หลายประเทศ ยังขาดข้อมูลที่แสดงถึงผลกระทบที่เกิดจากโรคนี้  ฤดูกาลระบาดของโรค และกลุ่มเสี่ยงในช่วงอายุต่างๆ ที่มีความแตกต่างกัน  ในแต่ละประเทศ การเฝ้าระวังโรคจากการติดเชื้อจาก RSV มีความสำคัญที่แต่ละประเทศ จะได้นำข้อมูลมาใช้ในการกำหนดนโยบาย  และมาตรการในการควบคุม ป้องกันโรค ตลอดจนการบริหารวัคซีนที่อาจนำมาใช้ได้ในอนาคต จึงได้จัดตั้งโครงการ The RSV Surveillance Pilot ขึ้นมา และขอความร่วมมือจากกระทรวงสาธารณสุขไทย ที่มีระบบเฝ้าระวังโรคที่มีความเข้มแข็ง ซึ่งดำเนินการโดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมควบคุมโรค และศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐด้านสาธารณสุข (TUC)


นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการ The RSV Surveillance Pilot  ประเทศไทยเป็น 1 ใน 14 ประเทศที่ร่วมโครงการ มีโรงพยาบาล 9 แห่งทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการตามแนวทางขององค์การอนามัยโลก ตั้งแต่ปี พ.ศ.2560 -2561 ผลการตรวจวิเคราะห์โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์พบว่าเชื้อ RSV ระบาดมากในช่วงปลายฤดูฝนจนถึง ต้นฤดูหนาว โดยในปี พ.ศ.2560 พบฤดูกาลระบาดระหว่างเดือนสิงหาคม-ตุลาคมพบผู้ป่วยร้อยละ 17.63  และในปี พ.ศ.2561 มีการระบาดเร็วกว่าเดิมคือเริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม และในช่วงฤดูกาลระบาดมีจำนวนผู้ป่วยสูงกว่า ปีที่ผ่านมาเฉลี่ยร้อยละ 30.26


สำหรับการประชุมครั้งนี้นอกจากจะนำผลการดำเนินงานที่ผ่านมา มาวิเคราะห์ในภาพรวมของโลกแล้ว  องค์การอนามัยโลกยังได้ขอให้ประเทศไทยร่วมมือดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562 – 2564 เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการประเมินภาระของโรคในแต่ละประเทศได้อย่างถูกต้องแม่นยำขึ้น รวมถึงความร่วมมือในการศึกษาวิจัยคุณลักษณะ  ทางพันธุกรรมของเชื้อด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เครื่องหาลำดับสารพันธุกรรมที่มีประสิทธิภาพสูง (Next Generation Sequencing) ไปพร้อมกันด้วย รวมถึงเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการพิจารณาการใช้วัคซีนป้องกันโรคในอนาคตต่อไป


“โรคปอดบวมจากเชื้อ RSV การติดต่อหลักติดต่อโรคทางเดินหายใจ เชื้อโรคจะอยู่ในน้ำมูก เสมหะของผู้ป่วย ขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนที่มีประสิทธิภาพดีพอ รวมถึงยังไม่มียารักษาโดยเฉพาะ ดังนั้น การป้องกันที่สำคัญ คือ หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ผู้ป่วยที่มีอาการต้องใส่หน้ากากอนามัยเมื่อไปอยู่ในที่ชุมชน รวมถึงมาตรการกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ  การใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปาก จมูกเวลาไอจาม ยังคงเป็นสุขลักษณะที่ดีที่ทุกคนควรปฏิบัติในการป้องกันโรคต่างๆ”  อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าว


 

Shares:
QR Code :
QR Code

ใส่ความเห็น

ระบุข้อความ