อย่าประมาท “ลืมง่ายไข้หวัด 2009”

ใส่ใจ ป้องกัน เริ่มต้นที่ตัวเราเอง

 

 

          เพลงลูกทุ่งเพลงหนึ่งชื่อ “คนงามลืมง่าย” โด่งดังมากในอดีต บ่งบอกถึงลักษณะนิสัยคนไทย ไม่ว่าเรื่องร้ายไม่จำนาน ยิ่งเรื่องผลกระทบแก่ตัวเองแท้ๆ ยังไม่อยากจำ

 

          เรื่องการป้องกันภัยที่กำลังทำลายความสุขความสงบทั้งกายและใจให้คนไทยทั้งประเทศ ได้แก่ “โรคไข้หวัดใหญ่ 2009” ต้องย้ำคนไทยทั้งประเทศว่า “อย่าได้ลืมง่าย” เป็นอันขาด อยากให้ฟังและเชื่อความหวังดีดังต่อไปนี้ครับ

 

          “คณะอนุกรรมการสนับสนุนป้องกันควบคุม และการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 สสส.ร่วมกับ กระทรวงคมนาคม องค์การเภสัชกรรม แถลง “รถเมล์ไทยปลอดภัยรวมพลังสู้หวัด 2009 (Hygiene Bus)” โดย นพ.มงคล ณ สงขลา ประธาน และอนุกรรมการฯ กล่าวว่า การรณรงค์ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 ยังต้องดำเนินการอย่างเข้มข้นต่อไปเพราะการแพร่เชื้อยังเกิดขึ้นได้ในทุกที่ทุกเวลา โดยเฉพาะในที่สาธารณะ หรือสถานที่ที่ให้บริการร่วมกันของคนจำนวนมาก ขณะที่อีก 2 เดือนต่อจากนี้คือ ก.ย.และ ต.ค. จะเป็นช่วงที่มีการระบาดของโรคไข้หวัดสูงเป็นปกติทุกปี จึงประมาทไม่ได้ การรณรงค์ป้องกันจึงต้องเดินหน้าต่อไป คณะอนุกรรมการฯ จึงร่วมกับ กระทรวงคมนาคม องค์การขนส่งมวลชน (ขสมก.) จัดโครงการ “รถเมล์ไทยปลอดภัย รวมพลังสู้หวัด 2009″ เนื่องจากในแต่ละวันมีประชาชนใช้บริการรถเมล์ ไม่ต่ำกว่า 1 ล้าน 6 แสนคน”

 

          นพ.มงคล กล่าวอีกว่า จุดสัมผัสร่วมกัน อาทิ ราวบัดได ราวจับทั้งที่นั่ง ที่ยืน กริ่ง จึงเป็นจุดเสี่ยงที่แพร่เชื้อโรคได้ ไม่เฉพาะเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 คณะอนุกรรมการฯจึงร่วมสนับสนุน ขสมก.ในมาตรการ 1. ติดตั้งจุดบริการแอลอฮอล์ล้างมือบนรถโดยสารทั้ง 3,514 คัน และประสานความร่วมมือกับองค์การเภสัชฯ ที่มอบแอลกอฮอล์ล้างมือจำนวน 10,000 ขวด ขนาด 500 ซีซี มูลค่า 990,000 บาท ให้กับ ขสมก.จากนั้นจะจำหน่ายเจลล้างมือให้ในราคาพิเศษ

 

          2. จัดกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพของพนักงานขสมก.16,676 คน 3.มอบสื่อรณรงค์ 15,000 ชิ้น อาทิ โปสเตอร์ สติกเกอร์ ให้ติดตั้งในรถโดยสาร รวมถึงข้อมูลการป้องกันโรค ที่จะวางอยู่ในท่ารถทุกแห่ง และให้ประชาชนร่วมลงคะแนนรถเมล์สายใด คันไหนสะอาดปลอดภัย ผ่านคลื่น 103 เอฟเอ็มโดยจะมอบรางวัลให้กับรถที่ได้รับคะแนนสูงสุด ทุกสัปดาห์และประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อหนังสือพิมพ์รายวัน

 

          นายธวัชชัย ทัศแทน รอง ผอ.ขสมก. กล่าวว่า “นอกจากการคุ้มครองให้ผู้โดยสารปลอดภัยจากอุบัติเหตุจราจรแล้ว การป้องกันให้ผู้โดยสารปลอดภัยจากไข้หวัดใหญ่ 2009 ถือเป็นนโยบายสำคัญที่ชาว ขสมก.ทุกคนจะร่วมพลังกันปฏิบัติ เพื่อร่วมกันลดการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ 2009 โดยจะมีการตรวจวัดอุณหภูมิของผู้ใช้บริการ ทั้งพนักงาน ขับรถยนต์ เจ้าหน้าที่เก็บค่าโดยสารก่อนปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้มั่นใจว่าบุคลากรมีสุภาพแข็งแรงพร้อมให้บริการ และได้สั่งการให้รถ ขสมก. และผู้ประกอบการรถเอกชนร่วมบริการทุกประเภท ปฏิบัติตาม 5 มาตรฐานนี้อย่างเคร่งครัด คือ 1. พนักงานขับรถ และเจ้าหน้าที่เก็บค่าโดยสารจะต้องสวมหน้ากากอนามัยขณะปฏิบัติหน้าที่ 2. ติดตั้งแอลอกฮอล์ล้างมือ ในรถทุกคัน 3. เมื่อรถเข้าสู่ท่ารถ พนักงาน ประจำรถจะต้องใช้แอลกอฮอล์ทำความสะอาดบันได ราวจับ มือจับประตู

 

          ข้อที่ 4. ในกรณีรถปรับอากาศ จะต้องเปิดพัดลมระบายอากาศทุกๆ 10 นาที 5. ผ้าม่านในรถทุกคัน จะถูกถอดเพื่อนไปทำความสะอาด และงดเง้นการติดม่านในรถ 6. เมื่อรถหมดเวลาให้บริการในแต่ละวัน จะทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคทั้งคัน ซึ่งรถโดยสารทุกคันจะสะอาดทั้งภายนอกและภายใน และมีพนักงานที่มีความรู้ในเรื่องการป้องกันเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 โดยเจ้าหน้าที่เก็บค่าโดยสารจะถือกระบอกเก็บค่าโดยสาร และจะทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียง ประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารป้องกันตนเองจากไข้หวัดใหญ่ 2009 ด้วย” นายธวัชชัย กล่าว         

 

          ย้ำกันตรงนี้อีกสักหน คนไทยแม้จะชอบเพลงลูกทุ่งอย่าง คนงามลืมง่าย แต่ฟังแล้วก็เตือนสติตัวเองเอาด้วยว่า เรื่องจะก่ออันตรายแก่ตัวเองและสังคมอย่าได้ลืมง่ายเป็นอันขาด ไม่ใช่ไม่ลืมธรรมดาแต่ต้องเอาใจใส่ป้องกันตามกฎกติกาที่ฝ่ายห่วงใยเขาแนะนำ

 

          อย่างเรื่อง “ไข้หวัดใหญ่ 2009” ถึงวันนี้ไม่จบง่ายๆ แน่ เว้นเสียแต่เราจะช่วยกำจัดมันไม่ให้เกิดลุกลามมาทำร้ายกันได้อีก นั่นคือ การป้องกันตามวิธีที่ฝ่ายห่วงใยให้ไว้ข้างต้น

 

          นี่ไม่ได้หมายถึงในเมืองหลวงเท่านั้นนะบ้านนอกต่างจังหวัดก็เช่นกัน ถ้าไม่ได้ไปสู่จุดสัมผัสดังกล่าว ก็ต้องระวังการใช้ชีวิตอย่างปกติ เช่น กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ เป็นต้น ต้องทำอย่างน้อยก็เป็นส่วนหนึ่งของหลักการป้องกัน

 

          อย่าประมาท “ลืมง่ายไข้หวัดใหญ่ 2009” เด็ดขาดนะจะบอกให้

 

 

 

 

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

 

 

Update 27-08-52

อัพเดทเนื้อหาโดย : กันทิมา ลีจันทึก

 

 

 

อ่านเนื้อหาทั้งหมดในคอลัมน์คลิกที่นี่

 

 

 

 

Shares:
QR Code :
QR Code

ใส่ความเห็น

ระบุข้อความ