‘น้ำกัดเท้า’ ในวันที่ฝนตก

ที่มา : นิตยสารหมอชาวบ้าน


‘น้ำกัดเท้า’ ในวันที่ฝนตก thaihealth


ระยะนี้เป็นฤดูฝนต้องลุยน้ำลุยโคลนบ่อย จึงมักพบโรคผิวหนังที่เท้า ที่พบบ่อยคือ โรคที่เรียกกันติดปากว่า โรคน้ำกัดเท้า หรือจะเรียกให้โก้ ก็ว่าฮ่องกงฟู้ต หรืออะไรอื่นๆอีก แต่ถ้าจะเรียกให้เป็นภาษาวิชาการ ก็ต้องเรียกว่า โรคเชื้อราที่เท้า(Ringworm  of  foot หรือ Tineapedis) เพราะมันเกิดจากเชื้อราชนิดหนึ่ง


อันที่จริงโรคผิวหนังของเท้าที่เกิดจากเชื้อรานั้นมีหลายชนิด แต่ชนิดที่พบบ่อยที่เราเรียกว่า โรคน้ำกัดเท้า คือโรคที่มักเกิดจากเชื้อราพวกที่ชอบอยู่ตามส่วนผิว ๆ ของหนัง(dermatophytes)


แล้วมันมาจากไหนละ


โดยทั่วไปจะมีเชื้อโรคต่าง ๆ ปลิวกระจายอยู่ตามอากาศ ตามผิวหนัง และตามที่ต่าง ๆ เช่น ในน้ำ พื้นดิน โต๊ะ เก้าอี้ เตียงนอน เป็นต้น แต่เชื้อโรคถึงมาเกาะหรือถูกต้องกับร่างกายของเรา หรือเข้าไปในร่างกายด้วยการหายใจเข้าไปหรือกินเข้าไปก็ตาม ถ้าร่างกายของเราแข็งแรงสมบูรณ์ ร่างกายของเราก็จะมีวิธีกำจัดมันให้ตายหรือขับมันออกจากร่างกายด้วยวิธีต่างๆ แต่ถ้าร่างกายไม่แข็งแรงสมบูรณ์ เชื้อโรคก็จะไม่ถูกกำจัดหรือขับออก และจะแพร่พันธุ์ ทำให้เราเกิดเป็นโรคขึ้น


โรคน้ำกัดเท้ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร


ที่มันเกิดขึ้นได้ก็เพราะผิวหนังเท้าของเรา โดยเฉพาะที่ง่ามเท้าเกิดเปียกชื้นและสกปรก เวลาที่เท้าสกปรก สิ่งสกปรกจะเป็นอาหารอย่างหนึ่งที่ทำให้เชื้อราหรือเชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดี เท้าที่แช่น้ำหรือเปียกชื้นอยู่ตลอดเวลา จะทำให้ผิวหนังที่เท้าอ่อนส่วนผิว ๆของหนังจะเปื่อยและหลุดออก เศษผิวหนังที่เปื่อยนี้จะทำให้เชื้อโรคที่ปลิวไปปลิวมาเกาะติดได้ง่าย และผิวที่เปื่อยก็เป็นอาหารของเชื้อราได้ดี เชื้อราจึงไปอาศัยทำให้เกิดแผลเล็กๆขึ้นตามซอกนิ้วเท้าเกิดเป็นโรคน้ำกัดเท้าขึ้น


โรคน้ำกัดเท้า มักพบว่ามีอาการคันและอักเสบตามซอกนิ้วเท้า (หรือนิ้วมือ) และถ้ามีเชื้อแบคทีเรียเข้าแทรกซ้อนด้วย ก็จะทำให้อักเสบเป็นหนอง และเจ็บปวดจนเดินลำบากได้


ถ้าเป็นแล้วจะทำอย่างไร


ก.ให้บริเวณที่เป็น แห้งให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้


ข.ใช้ยารักษากลากเกลื้อนทา


ค.ถ้ามีน้ำเหลืองเยิ้ม ต้องใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำด่างทับทิมหรือน้ำเกลืออ่อนๆโปะจนผ้าหมาดหรือใกล้จะแห้ง ให้เอาผ้าทำเช่นนี้บ่อย ๆ จนกว่าผื่นคันจะแห้ง ให้เอาผ้าทำเช่นนี้บ่อยๆจนกว่าผื่นคันจะแห้ง จึงใช้ยารักษากลากเกลื้อนได้


มาป้องกันกันดีกว่า


ก.อย่าให้มือหรือเท้าแช่น้ำไม่สะอาดจนผิวเปื่อย


ข.ถ้าจำเป็นต้องทำงานโดยมือและเท้าต้องแช่น้ำ ต้องพยายามล้างและเช็ดให้สะอาดและแห้งอยู่


เสมอ ๆทันทีที่ขึ้นจากน้ำ


ค.ใช้สารส้มถูผิวหนังบริเวณที่ต้องถูกน้ำบ่อย ๆ จะช่วยให้ผิวหนังบริเวณนั้นเปื่อยน้อยลง


ในฤดูฝนเรามักน้ำท่วมทำให้ต้องย่ำน้ำ จึงควรหมั่นทำความสะอาดเท้าอย่างสม่ำเสมอ เช่น ตามซอกเท้า เล็บเท้า ระมัดระวังอย่าให้เท้ามีบาดแผล ทุกครั้งที่ย่ำน้ำมา ให้ล้างเท้าให้สะอาดและเช็ดให้แห้งทุกครั้งอาจโรยด้วยแป้ง เพื่อช่วยดูดความชื้นให้แห้งเร็วขึ้น หรือถูด้วยสารส้มเพื่อกันผิวหนังเปื่อย


ผู้ที่ใส่ถุงเท้า ซึ่งโดยมากมักอับชื้นหรือเปียกแฉะ ควรถอดออกซักและตากให้แห้งทุกครั้งก่อนที่จะใช้ เพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อโรคที่อาจติดอยู่


สำหรับผู้ที่ต้องทำงานที่ชื้นแฉะ ก็ควรหมั่นสำรวจและทำความสะอาดเท้าของตนเองอยู่เสมอด้วยวิธีดังกล่าวข้างต้น นอกจากนั้นควรทำความสะอาดสถานที่ที่ทำงานให้สะอาดอยู่เสมอ เพราะการหมักหมมของความสกปรกของสถานที่ทำงาน ทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดี และโอกาสที่จะทำให้เราเกิดโรคได้ง่ายขึ้น


นอกจากนั้นการรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ ก็จะมีส่วนทำให้ร่างกายของเรา มีภูมิต้านทานเชื้อโรคสูงด้วย

Shares:
QR Code :
QR Code

ใส่ความเห็น

ระบุข้อความ