ปวดท้องประจำเดือน.. อาการที่ไม่ควรมองข้าม
9 สิงหาคม 2559
1K

ปวดท้องประจำเดือนเรื่องปกติของผู้หญิง ผู้หญิงส่วนใหญ่จะมีประสบการณ์เรื่องอาการปวดท้องประจำเดือน อาการปวดจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคน บางเดือนไม่ปวด บางเดือนปวด หรือปวดเป็นประจำทุกเดือน จึงเป็นเรื่องสลับซับซ้อนของสรีระผู้หญิง อาการปวดจะมีได้ในช่วงวันแรกๆ ของการมีประจำเดือน มีอาการตั้งแต่เล็กน้อย ปวดเกร็ง พอทนได้ รับประทานยาแก้ปวดก็หาย ไปจนถึงอาการปวดมากรับประทานยาแก้ปวดแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น หน้าซีด ปวดจนตัวงอ จนกลายเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตก็เป็นได้ รศ.นพ. สมชาย ธนวัฒนาเจริญ สูตินรีแพทย์ จาก ศูนย์การแพทย์นวบุตรสตรีและเด็ก ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) กล่าวว่า เรื่องอาการปวดประจำเดือนเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้ เพราะในช่วงมีประจำเดือน กล้ามเนื้อจะมีการบีบรัดตัว เพื่อกดเส้นเลือดทำให้เลือดออกน้อยลง คนที่ไวต่อความรู้สึกนี้จะมีอาการปวด ถือเป็นเรื่องปกติ ซึ่งลักษณะของประจำเดือนโดยทั่วๆ ไปจะมีลักษณะดังนี้คือ • ลักษณะของเลือด จะต้องเป็นสีแดงธรรมดา เหมือนเวลามีแผลเลือดไหล เลือดต้องไม่มีการแข็งตัว หรือเป็นลิ่ม • ปริมาณของเลือดที่ออกมาจะอยู่ที่ 30-80 มิลลิลิตร/รอบเดือน โดยประมาณ ในส่วนเรื่องปริมาณอาจวัดกันค่อนข้างลำบาก เพราะบางคนอาจมีประจำเดือนมากหรือน้อยอยู่แล้ว ให้สังเกตจากความเปลี่ยนแปลงของตนเองที่ไม่เหมือนเดิม • จำนวนวัน ควรมีประมาณ 3-7 วัน • ระยะห่างของรอบเดือนต้องไม่มาถี่เกินไป หรือห่างมากเกินไป ระยะห่างของแต่ละรอบเดือน จะนับจากวันแรกของเดือนที่ประจำเดือนมาไปจนถึงวันแรกของรอบเดือนหน้า ประมาณ 21-35 วัน โดยเฉลี่ยสำหรับคนทั่วไปอยู่ที่ 28 วัน • อาการข้างเคียงเวลามีประจำเดือนที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น ท้องอืด ตัวบวม คัดเต้านม หรือปวดหลัง บางคนมีอาการไมเกรนร่วมด้วย ถ้าเคยมีอาการแบบนี้ถือว่าปกติ แต่ถ้าไม่เคยมีอาการมาก่อน แล้วเป็นในภายหลัง ควรมาปรึกษาแพทย์ ถ้าประจำเดือนของคุณผู้หญิงมีลักษณะหรืออาการที่กล่าวมาข้างต้นถือว่าเป็นเรื่องปกติ อาการของประจำเดือนที่ผิดปกติ เช่น มีประจำเดือนแต่ละเดือนมากเกินไป แต่ละรอบเดือนมามากกว่า 7 วัน มีอาการปวดมากเป็นประจำทุกเดือน ทำให้รบกวนการดำเนินชีวิต ก็ควรพบสูตินรีแพทย์ เพื่อปรึกษาหาสาเหตุของการปวดที่แท้จริง ซึ่งส่วนใหญ่อาการปวดท้องที่ผิดปกติ อาจมีเนื้องอกโพรงมดลูก หรือเยื่อบุโพรงมดลูกผิดที่ร่วมอยู่ด้วย ดังนั้นการหมั่นคอยสังเกตความผิดปกติของตนเองจึงมีความสำคัญ หลายคนเมื่อถามเกี่ยวกับการมีรอบของประจำเดือน มักจะไม่ค่อยทราบคำตอบที่แท้จริง การจดรอบของประจำเดือนจึงมีความสำคัญ เพราะคำถามประจำที่สูตินรีแพทย์จะถามคือ มีประจำเดือนครั้งสุดท้ายวันที่เท่าไร ประจำเดือนมาบ่อยแค่ไหน มีรอบเดือนกี่วัน เพื่อที่แพทย์จะสามารถวินิจฉัยโรคได้ และยังเป็นการบ่งบอกนัยที่สำคัญของร่างกาย เป็นสัญญาณเตือนของร่างกายว่าควรไปพบแพทย์ อย่าอายที่จะไปพบแพทย์ เพราะการรู้ก่อนสามารถแก้ไขได้ทันการค่ะ.......

โดย daosaowanee pongprapansiri

0 ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น