sook by สสส

ติดต่อเรา สสส.

ความจริงเรื่องไขมัน

จากกระแสไขมันทรานส์ที่มีการพูดถึงเป็นอย่างมาก ทำให้หลายๆ คนเริ่มตื่นตัวหันมาให้ความสำคัญ วันนี้ SOOK By สสส. จะพาทุกคนไปรู้จักกับไขมันชนิดต่างๆ ให้มากขึ้น เรามาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าจะมีไขมันประเภทไหนที่ดีหรือส่งผลร้ายต่อร่างกายอย่างไร…

ไขมันทรานส์ (Trans-Fat) คือ ไขมันที่เกิดจากกระบวนการแปลงสภาพไขมันจากพืชให้กลายเป็นของแข็งหรือกึ่งเหลวด้วยกระบวนที่เรียกว่า “ไฮโดรจีเนชั่น (Hydrogenation)” ทำให้อาหารไม่เหม็นหืน เก็บไว้ได้นาน และช่วยลดต้นทุนในการผลิตได้มาก จึงเป็นที่นิยมมากในอุตสาหกรรมอาหาร แต่ส่งผลร้ายต่อร่างกายมากกว่าไขมันอิ่มตัว คือ เป็นการเพิ่มคอเลสเตอรอลและทำให้ไขมันดีอย่าง HDL-Cholesterol ลดลง ส่งผลให้น้ำหนักและไขมันส่วนเกินเพิ่มมากขึ้น และอาจเสี่ยงกับการเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด เป็นต้น โดยอาหารที่มีไขมันทรานส์ที่เราพบเจอกันมากและบริโภคกันจนคุ้นเคยก็อาหารที่มีส่วนผสมของมาการีน เนยเทียม เนยขาว เช่น ขนมอบหรือเบเกอรี่ หรืออาหารทอดต่างๆ ที่ทอดโดยใช้น้ำมันซ้ำ ก็เป็นอีกหนึ่งชนิดที่มีไขมันทรานส์สูง

ไขมันอิ่มตัว (Saturated-Fat) เป็นไขมันให้โทษที่มีลักษณะแข็งตัวได้ ไขมันกลุ่มนี้รวมถึงไขมันคอเลสเตอรอล และไขมันไตรกลีเซอไรด์ มักพบในแหล่งอาหารจำพวกเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์เนยนม หากรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวมากอาจเสี่ยงมีระดับคอเลสเตอรอลสูงหรือเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง แต่ก็ยังจำเป็นต่อร่างกายในการเจริญเติบโตของเซลล์ต่างๆ เพียงแต่ในปริมาณที่ต้องจำกัด

ไขมันไม่อิ่มตัว (Unsaturated-Fat) หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่า ไขมันดี มักเป็นไขมันที่มาจากพืช และพบในปลาทะเลและปลาน้ำจืดบางชนิด หรือจะเป็น ไข่ อาหารไฟเบอร์สูง น้ำมันมะกอก อัลมอนด์ หอมหัวใหญ่ อะโวคาโด นอกจากนี้ยังพบได้ในถั่วต่างๆ ไขมันนี้มีผลต่อการเกิดโรคน้อยกว่าไขมันอิ่มตัว ลองสับเปลี่ยนหมุนเวียนทานไปเรื่อยๆ ก็จะทำให้เราได้รับไขมันดี พร้อมกับคุณค่าทางสารอาหารอื่นๆ ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นนะคะ

ไม่ว่าจะไขมันจากพืชหรือสัตว์ มักมีไขมันพวกนี้อยู่เสมอในปริมาณที่แตกต่างกัน แต่ทางที่ดีขอแนะนำว่า ในการบริโภคอาหารควรจำกัดไขมันทุกชนิดรวมกันให้ไม่เกิน 30% ของพลังงานที่ร่างกายได้รับทั้งหมดต่อวัน โดยเฉพาะไขมันทรานส์และไขมันอิ่มตัว นอกจากเลือกบริโภคอาหารที่อย่างถูกวิธีแล้ว อย่าลืมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและพักผ่อนให้เพียงพอ แล้วคุณก็ได้ร่างกายสมบูรณ์ แข็งแรงแน่นอนค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : สถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต