sook by สสส

ติดต่อเรา สสส.

SOOK
ACTIVITY

12 Sense (Twelve Senses) ชีวิตมีความสุขมากขึ้นได้ .. หากเข้าใจสัมผัสทั้ง 12


12 Sense (Twelve Senses) ชีวิตมีความสุขมากขึ้นได้ .. หากเข้าใจสัมผัสทั้ง 12

 
ผ่านไปแล้วค่ะ สำหรับกิจกรรม "12 Sense (Twelve Senses) ชีวิตมีความสุขมากขึ้นได้ .. หากเข้าใจสัมผัสทั้ง 12" โดย ครูณา-อังคณา มาศรังสรรค์ นักวิชาการ ที่ปรึกษาด้านการศึกษาเพื่อเด็กกระบวนการ และนักเรียน ผู้ละทิ้งอาชีพวิศวกร มาจัดตั้งโรงเรียนตามความใฝ่ฝันเพราะอยากเห็นเด็กๆ เรียนอย่างมีความสุข
ช่วงแรก ครูณา ได้เสวนานำเข้าสู่บทเรียน รู้จัก 12 Sense ให้ทุกคนได้รู้จัก 12 Senses ของ Steiner ตามต่อด้วยการให้ความรู้และพูดคุยเกี่ยวกับพัฒนาการของเด็กช่วงวัยต่างๆ กับ 12 Senses ที่เริ่มต้นพัฒนาจากการเรียนรู้ผ่านฐานกาย ผ่านประสาทการรับรู้ทั้ง 4 ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่เกิด ที่เมื่อเขาได้รับการพัฒนาการรับรู้ทั้ง 4 นี้ ในช่วงวัย 7 ปีแรกก็จะทำให้เขาได้รู้จักศีลธรรม และได้สมาธิ 4 Sense ในช่วง 7 ปีแรก ได้แก่
- Sense of Touch การสัมผัสทำให้เราไม่กลัว
- Sense of Life การรู้ถึงการดำรงอยู่ทำให้รู้สึกสบาย
- Sense of Own Movement การเคลื่อนไหวทำให้จิตใจเรารู้ถึงความมีอิสระ
- Sense of Balance ความสมดุลย์ทำให้รู้สึกถึงความสงบ ในทางกลับกัน การที่เด็กได้รับการปกป้องมากเกินไป ไม่ให้ฝึกเดินหรือล้มด้วยตัวเอง ห้ามปีนป่าย จะทำให้ขาดความรู้สึกว่าทำได้ ถ้าปล่อยให้เด็กได้เคลื่อนไหวปีนป่ายเขาจะเรียนรู้ด้วยตัวเองว่าเขาสามารถทำได้มากน้อยแค่ไหนโดยไม่เกิดอันตราย
 
ตามต่อด้วย Sense ที่ 5 -12 คือ ที่คุณณาให้เหตุผลว่า Sense เหล่านี้จะพัฒนาดีขึ้น ต้องมาจากการพัฒนาของ 4 Sense แรก
- Senses of Smell กลิ่นที่ทำให้เกิดอารมณ์(emotion) เราเกิดมาพร้อมกับกลิ่นของเรา บางกลิ่นผลิตขึ้นขณะที่มีกิจกรรมบางอย่าง การรับรู้กลิ่นเป็นสิ่งที่ทำให้จิตใจเกิดการตัดสิน นำมาซึ่งสุขภาพที่ดีหรืออาจทำให้เกิดสุขภาพไม่ดีก็ได้
- Senses of Taste รสชาติ รับรู้รสโดยลิ้น ลิ้นรับรู้เฉพาะสารที่อยู่ในรูปของเหลว ถ้าอาหารหรือสารแตะลงบนลิ้นน้ำลายจะทำให้สารอยู่ในรูปของเหลวแล้วลิ้นก็รับรส เวลาได้รสขมจะกระตุ้นให้เราถ่มทิ้ง รสเปรี้ยวจะกระตุ้นให้เราตื่น(awake) รสเข้มที่พอเหมาะจะทำให้รสของอาหารออกมา(food characters)ขณะที่รสหวานทำให้เรารู้สึกสบาย
- Senses of Sight การมองเห็นด้วยตา ตาจะเห็นได้ชัดเมื่อแสงที่ผ่านจากเลนส์ตาไปตกกระทบที่จอรับภาพ ตาซ้ายจะรายงานไปที่สมองส่วนขวา ตาขวารายงานไปที่สมองส่วนซ้าย เวลาที่เรามองอีกคน เรามักมองที่ตาข้างขวาฝ่ายตรงข้ามจะแสดง(crossing) ทางตาซ้าย ขณะที่เรามองตาของอีกคน เรามองส่วนที่เป็นสีดำซึ่งดูราวจะไม่มีอะไรเลยบอกทุกสิ่งกับเรา จะห็นจิตวิญญาณจากดวงตา
- Senses of Balance ก็ทำงนร่วมกับตา Horst บอกว่าตอนที่ไปไต้หวัน(เพิ่งเกิดแผ่นดินไหว) เวลาที่เดินเข้าไปในตึกเอียงๆเขาจะรู้สึกลำบากที่จะยืนตรงๆเพราะสิ่งรอบๆตัวเอียงไปหมด และการมองเห็นยังทำงานรวมกับการรับรู้ความเคลื่อนไหวการที่เราเห็นสิ่งต่างๆจะเป็นการกระตุ้นความมุ่งมั่นด้วย
- Senses of Warmth หรือ Temperature แต่ละคนมีความรู้สึกถึงความอุ่น-เย็นไม่เท่ากัน อุณหภูมิของร่างกายมักจะอยู่ 35-37 องศา การรู้รับรู้ถึงอุณหภูมิของสิ่งต่างๆจะส่งผลลึกถึงภายใน ความอุ่นร้อนนี้เกี่ยวเนื่องกับสีโดยตรง เช่น สีน้ำเงินทำให้เรารู้สึกถึงความเย็นสงบ ขณะที่สีแดงทำให้รู้สึกอุ่น
- Senses of Sight ก็ทำให้เกิดการความชอบและไม่ชอบ ความรู้สึกนี้เองเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทั้งสอง
- Sense of hearing หูเป็นอวัยวะในการรับเสียง เมื่อคลื่นเสียงเข้าสู่หูทำให้ของเหลวที่อยู่ในหูสั่นการสั่นนี้จะรายงานไปยังสมอง
- Sense of Language/ Words/ Speed การฟัง การฟังภาษาใช้อวัยวะการรับรู้ตัวเดียวกับ Sense of hearing คือหูและสมองส่วนหนึ่ง ที่เป็นคนละส่วนกับการได้ยินจะทำงาน เวลาที่ผู้พูดส่งภาษาไม่เพียงกล่องเสียงหรือสายเสียงเท่านั้นที่สั่น (vibrate) แต่ทุกส่วนทั้งตัวนับตัวแต่กระโหลกศีณษะ แขน ขา อก ผิวหนัง จะทำหน้าที่เป็นตัวสร้างเสียง สิ่งนี้ได้รับการพิสูจน์เมื่อนักวิทยาศาสตร์ได้ใช้กล้องที่สามารถจับภาพที่มีความไว้สูงได้ (72 ภาพ/วินาที)
- Sense of thought ประสาทการรับความคิด การรับความคิดของผู้อื่นจะเกิดได้ดี เมื่อเราไม่นึกถึงตัวตนของเรา เอาความรู้สึกชอบหรือไม่ชอบออกไปจากจิตใจในขณะฟัง จึงจะสามารถรับรู้ความคิดของคนอื่นได้อย่างสมบูรณ์

การทำงานของ Sense ตัวที่ 12 จะเกิดจากตัวที่ 1-11 ร่วมกัน ผลการทำงานของ Sense ตัวนี้จะทำให้เราเข้าใจรู้จักผู้อื่นอย่างที่เขาเป็น เราจะรู้จักผู้อื่นอย่าสงที่เขาเป็นจริงๆโดยต้องไม่นำสิ่งต่างๆมาบดบัง เช่น เชื้อชาติ เพศ อายุ รูปร่าง การทำงานของ Sense แต่ละตัวไม่สามารถแยกออกจากตัวอื่นๆ ได้อย่างโดดเดี่ยว ทุกตัวจะทำงานร่วมกันอย่างสอดคล้องและประสานกันอย่างซับซ้อน

Rudolf Steiner กล่าวเกี่ยวกับประสาทสัมผัสทั้ง 12 ไว้ว่า มนุษย์จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ จากสัมผัส Sense of Touch จะนำไปสู่ Sense of Ego เด็กที่ได้รับการสัมผัส การโอบกอดที่อบอุ่น เมื่อเขาโตขึ้น ย่อมเกิดความรู้สึกต่อตนเอง ที่แตกต่างไปจากเด็กที่ได้รับการสัมผัสที่รุนแรงค่ะ