sook by สสส

ติดต่อเรา สสส.

SOOK
ACTIVITY

"ตะลุยทุ่ง เรียนรู้วิถีไทย ที่บ้านครูธานี"


"ตะลุยทุ่ง เรียนรู้วิถีไทย ที่บ้านครูธานี"

"เล่นให้ได้ความรู้" แนวคิดสนุกๆ ส่งเสริมการเรียนรู้จากกิจกรรม "ตะลุยทุ่ง เรียนรู้วิถีไทย" ที่ SOOK by สสส. พาไปเที่ยวกันในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเพื่อนๆ สมาชิกทุกเพศทุกวัยได้รับทั้งความสนุก เรียนรู้วิถีชีวิตของชาวนา การเห็นคุณค่าของการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ความเห็นอกเห็นใจ และที่สำคัญที่ คือการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ค่ะ 
 
สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ เราได้รับเกียรติจาก "ครูธานี" หรือ "คุณธานี หอมชื่น" ผู้ซึ่งมีครอบครัวเป็นชาวนาแท้ๆ และหลังจากครูธานีสำเร็จการศึกษา และได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์การเป็นครูในโรงเรียนมาแล้ว คุณครูก็ผันตัวนำ "ความรู้เรื่องการทำนา และเกษตรแบบผสมผสาน" มาบูรณาการเข้ากับ "การสอนทักษะชีวิต" และสร้างพื้นที่สำหรับถ่ายทอดความรู้ชื่อว่า "บ้านครูธานี" ตั้งแต่ปี 2542 เพื่อให้เยาวชน และประชาชนทั่วไปที่สนใจ ได้เรียนรู้ทักษะสำคัญที่อาจหาไม่ได้ในห้องเรียน ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง 
 
เริ่มแรกกิจกรรมในวันนี้ หลังจากคุณครูธานีได้แนะนำตัว และเล่าประวัติความเป็นมา "กว่าจะมาเป็นบ้านครูธานี" ให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ฟัง คุณครูธานีได้เล่าถีงวิถีชีวิตของคนไทย แนวทางการปฏิบัติของคนไทยสมัยก่อนเมื่อเดินทางมาถึงบ้านของใครก็ตาม แขกควรขึ้นบ้านด้วยบันไดหลักเสมอเพื่อเป็นการให้เกียรติกับเจ้าของบ้าน รวมไปถึงให้ความรู้เกี่ยวกับการสร้างบ้าน คุณสมบัติของไม้ที่ดีที่คนไทยมักเลือกใช้เวลาจะสร้างบ้าน และขนบทำเนียม ประเพณีที่สวยงามของคนไทย 
 
กิจกรรมแรกของวันนี้ก็คือ "จากข้าวเปลือกสู่ข้าวสาร" คุณครูธานีให้ความรู้เกี่ยวกับข้าว อาหารหลักของคนไทย ให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้สนุกกับกิจกรรมที่ได้ลงมือทำเองทุกกิจกรรม ทั้งการฟาดข้าว นวดข้าว ฝัดข้าว และการกระทาย ซึ่งก่อนที่จะให้ทำจริงนั้น คุณครูธานีมีทีมงานมืออาชีพแนะนำการทำทุกขั้นตอน และดูแลอย่างใกล้ชิดขณะลงมือทำด้วยค่ะ 
 
ถัดมาเป็นกิจกรรม "แอดเวนเจอร์ตะลุยท้องนา" ที่ให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้ขึ้นขี่หลังควายจริงๆ เพื่อรับประสบการณ์ที่หาไม่ได้ที่ไหนง่ายๆ กันทุกคน รวมถึงมีกิจกรรมให้เด็กๆ และผู้ที่สนใจเก็บไข่ไก่สดๆ จากฟาร์มเพื่อเตรียมนำไปปรุงอาหารต่อไปในช่วงพักกลางวัน ส่วนใครที่อยากผจญภัยหน่อย จะมีกิจกรรมให้พายเรือจริงๆ ซึ่งก็ไม่อันตรายค่ะ เพราะทุกคนที่ลงเรือจะต้องใส่เสื้อชูชีพค่ะ กิจกรรมนี้เด็กๆ จะชอบเป็นพิเศษ เพราะน่าจะไม่เคยพายเรือกัน และมีการเดินบนสะพานไม้ไพ่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมวัดใจให้ได้เสียว และสนุกกันค่ะ

ต่อมาก็จะให้คุณพ่อ และคุณแม่ ร่วมกันทำอาหารให้ลูกๆ ทานกันค่ะ โดยใช้วัสถุดิบจากที่เราทำกิจกรรมเมื่อตอนเช้ามาทำกันเมื่อคุณพ่อ คุณแม่ และหนูๆ รับประทานข้าวกันดสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณครูธานี หอมชื่น ก็จะมาเล่าเรื่องไม้พยุงให้ฟังกันว่า สมัยก่อนมักจะนำมาสร้างเป็นบ้านเรือน เพราะลายไม้จะสวย และเป็นชื่อเป็นมงคล เพื่อจะได้พยุงบ้านเราได้ตลอด

และคุณครูก็ยังนำไม้อีกชนิดนึ่งที่คล้ายๆ ไม้พยุงก็คือ ไม้ชิงชัง แต่ราคาจะไม่แพงเหมือนไม้พยุง ซึ่งไม้ชิงชังเมื่อผ่าครึ่งออกมาจะเห็นได้ชัดว่าเป็นไม้สองสีนั่นเอง เมื่ออธิบายเรื่องไม้เสร็จแล้ว คุณครูก็มีกิจกรรมเล็กๆ น้อย ให้หนูได้ตอบคำถามกัน ใครตอบถูกก็จะได้ ม้าก้านกล้วย, ปืนก้านกล้วย และดาบก้านมะพร้าว ที่คุณครูทำเองมาเป็นของรางวัลกันค่ะ

เด็กๆ ได้ของรางวัลกันแล้วเราก็มาต่อกับกิจกรรม "หลังสู้ฟ้า หน้าสู้ดิน เรียนรู้วิถีชีวิตชาวนา" ซึ่งเริ่มต้นด้วยว่าการดูควายดีต้องดูแบบไหน โดยคุณครูยกตัวอย่าง "พาสุข" ควายรูปดีทั้งหน้าตา และสัดส่วน การเดินจะมีความนุ่มนวล ต้องเดินสง่าเดินไม่ก้มหัวเวลาเดินข้อขาหลังไม่ขวิดกันช่วงก้าวเดินท้าวหลังจะทับรอยเท้าหน้า ซึ่งจะเลยรอยเท้าหน้าเล็กน้อย ส่วนหน้าของพาสุข จะเหมือนตัวเมีย ซึ่งจะเรียกกันว่า "ควายหน้าตัวเมีย"

เมื่ออธิบายเกี่ยวกับความเสร็จแล้วคุณครูก็จะพาเด็กไปลองปักต้นข้าวลงดินกัน อธิบายเสร็จแล้วเด็กๆ ลองมาทำตามกันดูนะ แต่ตอนลงไปในนาจะลำบากหน่อยงั้นเรานั่ง และไหลลงไปเลยดีกว่า เมื่อลองปักต้นข้าวแล้ว เราไปพักผ่อนกันก่อน ซึ่งคุณครูมีขนมหวานมาให้เด็กๆ กันด้วยนะ 

ทานกันเสร็จแล้วเรามาปิดท้ายด้วยการสอนคุณพ่อ คุณแม่ ทำม้าก้านกล้วย, ปืนก้านกล้วย และดาบก้านมะพร้าว ให้ลูกๆ ได้เล่นกันทุกคนนะค่ะ คุณพ่อ คุณแม่อยากให้ลูกๆ เล่นกี่ชิ้นก็จัดเลยค่ะ และเรามาสรุปกิจกรรมทั้งหมดที่เราได้ร่วมสนุกกันตั้งแต่เช้าจนถึงเย็นวันนี้กัน และ SOOK by สสส. หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรมที่จัดขึ้นนี้ จะทำให้คุณพ่อ คุณแม่ และน้องๆ ทุกคนได้ความรู้ และความสนุกกลับไปนะค่ะ