หน้าแรก
หน้าแรก

Organic Tourism ท่องเที่ยววิถีออแกนิกส์

ปฏิเสธไม่ได้ว่า หนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศคือ “การท่องเที่ยว” ในปี 2560 ที่ผ่านมา จึงมีการผลักดันการท่องเที่ยวในรูปแบบ Organic Tourism เพื่อสร้างระบบอาหารที่สมดุลเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ

เมื่อไม่นานมานี้ ผู้ประกอบการธุรกิจด้านการท่องเที่ยวกว่า 20 แห่งในพื้นที่นำร่องกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ได้แถลงความสำเร็จ 1 ปี Organic  Tourism การท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ โดยการขับเคลื่อนของ แล็บอาหารยั่งยืน (ประเทศไทย) Sustainable Food Lab Thailand โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และความร่วมมือจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ณ โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพฯ

​            “เราใช้สามพรานโมเดลเป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวการท่องเที่ยววิถีอินทรีย์เพื่อสร้างระบบอาหารสมดุล” อรุษ นวราช กรรมการผู้จัดการสวนสามพราน และผู้ร่วมก่อตั้งแล็บอาหารยั่งยืน (ประเทศไทย) เผย และให้ข้อมูลต่อว่า นอกจากนี้ยังมีกระบวนการทางสังคมที่ดำเนินการตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เริ่มจากพื้นที่ในกรุงเทพฯ และจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งใน 1 ปีที่ผ่านมานี้มีผู้ประกอบการโรงแรม และร้านอาหารชั้นนำ กว่า 20 แห่งเข้าร่วม

อรุษ มองว่า การที่ระบบอาหารจะยั่งยืนอย่างสมดุลได้นั้นต้องเกิดการเชื่อมโยงระหว่างต้นน้ำ คือเกษตรกร โดยเราต้องทำให้พวกเขาหยุดใช้สารเคมี และหันมาปลูกผัก ผลไม้แบบอินทรีย์ ซึ่งเราได้หาช่องทางการตลาดให้กับพวกเขาได้เจอกับผู้บริโภคโดยตรง จนเกิดความเข้าใจและซื้อขายระหว่างกัน ต่อจากนั้นผู้ประกอบการโรงแรม และเจ้าของร้านอาหารที่มีอุดมการณ์เดียวกัน จึงเข้ามามีส่วนร่วมวนการสร้างความสมดุล

วันนี้มีผู้ประกอบการธุรกิจ ท่องเที่ยวเริ่มทยอยมาร่วมโครงการมากขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ เช่น โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล แบงค็อก, โรงแรมเดอะ สุโกศล กรุงเทพ, บมจ.เอส แอนด์ พี ซินดิเคท, บริษัท ห้องอาหารสีฟ้า จำกัด เป็นต้น ส่วนในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ มีโรงแรมรายาเฮอริเทจ, โรงแรมแทมมาริน วิลเลจ, ร้านอาหารอิ่มเอม และในพื้นที่เชียงใหม่ยังเกิดวิสาหกิจเพื่อสังคม เจียงใหม่ ออร์แกนิก ทำหน้าที่เชื่อมโยงเชฟ และผู้ประกอบการท่องเที่ยวในเชียงใหม่ให้มาเรียนรู้ เข้าใจผู้ผลิต และเปลี่ยนวิถีการทำอาหารมาใช้วัตถุดิบอินทรีย์ ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์มื้อค่ำอินทรีย์ เจียงใหม่ ออร์แกนิก เชฟเทเบิล

ด้าน มาริสา สุโกศล หนุนภักดี รองประธานกรรมการบริหารกลุ่มโรงแรมเดอะสุโกศล เล่าว่า เมื่อ 3 ปีที่แล้วเริ่มสนใจเรื่องของสุขภาพและสิ่งแวดล้อม เมื่อมีการดูงานจากโครงการ Organic Tourism ถือเป็นการเปิดโลกใหม่ให้กับโรงแรมเดอะสุโกศลและในเครือ โดยเราเสนอทางเลือกให้ลูกค้าด้วย ออร์แกนิกคอฟฟี่เบรก มีการปรับเปลี่ยนเมนูในบุฟเฟ่ต์ของห้องอาหาร และขยายผลไปยังแผนกจัดเลี้ยง และที่สำคัญการใช้วัตถุดิบออร์แกนิกกลับไม่ได้ทำให้ต้นทุนในการผลิตอาหารสูงขึ้น  ที่สำคัญการที่เราเข้าร่วมโครงการครั้งนี้ต้องตอบโจทย์ธุรกิจของเราด้วย แม้จะต้องมีการประชาสัมพันธ์ช่วยบ้างเพื่อให้เกิดสตอรี่ และการสร้างแบรนด์ขึ้นมา แต่ก็ทำให้เกิดความท้าทาย และเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร และช่วยเหลือสังคม

สำหรับ จ.เชียงใหม่ อย่างร้านอาหารอิ่มเอม พรหมวิหาร บำรุงถิ่น เจ้าของร้านอาหารมังสวิรัติ แลกเปลี่ยนให้ฟังว่า เริ่มปลูกผักในพื้นที่ของตนเอง เพื่อทำเกษตรแบบอินทรีย์ เพราะมองว่าปัจจุบันคนกินผักผลไม้แบบปลอดสารพิษมากขึ้น และเข้าใจวิถีแบบออแกนิกส์ แต่เนื่องจากราคาสูงมากและเกษตรกรส่งผลผลิตไปที่โรงแรมเท่านั้น ทำให้ชาวบ้านทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้ จึงได้ทำร้านอาหารขึ้น และติดต่อกับเกษตรโดยตรง เมื่อมีโครงการ Organic Tourism จึงทำให้เรารู้จักเกษตรกรมากขึ้น พวกเขาสามารถป้อนสินค้าให้เราได้

“เมื่อเราทำร้านอาหารได้พบเจอลูกค้าชาวต่างชาติ พวกเขาบอกว่า หาช็อกโกแลตแท้ ๆ ที่ปลูกจากโกโก้ปลอดสารพิษยากมากในประเทศไทย เราจึงสร้างจุดเด่นของร้าน ด้วยการเริ่มศึกษาเรื่องของโกโก้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ต่อจากนั้นจึงเริ่มปลูก เพื่อทำช็อกโกแลตแบบอินทรีย์ และกล้าพูดได้ว่าสินค้าของเราเป็นแบรนด์แรก ๆ ที่ทำช็อกโกแลตไทยแบบอินทรีย์”

Organic Tourism ไม่เพียงแต่จะสร้างรายได้ให้เจ้าของกิจการ และเกษตรกรเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญคือ สุขภาพประชาชน ที่พวกเขามุ่งส่งต่ออาหารที่ปราศจากสารพิษ-ยาฆ่าแมลง และสร้างความยั่งยืนให้กับการท่องเที่ยวของประเทศไทย

Share on facebook
Share on google
LittleBear

LittleBear

LEAVE AND REPLAY