หน้าแรก
หน้าแรก

เพราะ ‘ความตาย’ ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว

หากเอ่ยถึง “ความตาย” เชื่อว่าหลายๆ คนต้องบอกว่าพูดเรื่องไม่เป็นมงคล แต่เราคงลืมกันไปว่า ความตาย เป็นวัฏสงสารที่เราทุกคนล้วนต้องหมุนเวียน และไม่มีใครร้องขอความเป็นนิรันดร์ได้

หลากหลายองค์หน่วยงานพยายามทำให้ความตายเป็นเรื่องธรรมดา และไม่น่ากลัวอย่างที่เรากำลังตีความ และยังทำให้การตายอย่างสงบเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ป่วยระยะท้ายที่จะสามารถบอกครอบครัว คนรอบข้าง ถึงแนวทางการเลือกจากไปของตนได้อีกด้วย

“เผชิญความตายอย่างสงบ” โครงการที่จัดขึ้นโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เครือข่ายพุทธิกา สมาคมบริบาลผู้ป่วยระยะท้าย (THAPs) และภาคีเครือข่าย จึงเป็นอีกหมุดหมาย ที่หวังจะ “เปลี่ยน” ค่านิยมใหม่ในสังคมไทยให้หันมาเข้าใจและเรียนรู้กับวาระสุดท้ายในชีวิตด้วยความมีสติ

เมื่อกลางปี 2560 สังคมค่อนข้างฮือฮากับการออกแบบงานศพของ  ‘อุ๋ย บุดดาเบลส’ หรือ นที เอกวิจิตร์ โดยออกแบบโรงศพของตัวเองเป็นโรงแก้วใสๆ ครอบร่างที่วางบนกองไม้ธรรมดา ซึ่ง อุ๋ย มองว่าศพก็เหมือนขยะ มันไม่มีประโยชน์ แต่ขยะยังสามารถนำกลับไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ หนึ่งอวัยวะที่พอใช้ได้ก็ไปบริจาค กรณีนี้สามารถใช้ได้กับทั้งทางโลก ในการเป็นครูใหญ่ให้กับนักศึกษาแพทย์ และในทางธรรม ก็สอนให้เราพิจารณาศพตามหลักความเป็นจริง แต่คงทำได้ยากสำหรับพื้นที่ในกรุงเทพฯ เพราะติดเรื่องกฎหมายสิ่งแวดล้อม ซึ่งอยากให้งานศพออกมาเรียบง่ายที่สุด และสะท้อนเรื่องความตายกลับไปยังผู้คน

“ถ้าวุ่นวายหรือติดข้อกฎหมายทำไม่ได้ ก็ใช้เผาเชิงตะกอนก็ได้ครับ คือ วางศพไว้บนแคร่ไม้แล้วจุดไฟเผา ก็ขอร้องถ้าทำได้ช่วยทำให้ด้วย” อุ๋ย บอกเล่าในคำสั่งเสียประกอบวิดิโอพินัยกรรม

ช่วงปลายปี 2561 โครงการเผชิญความตายอย่างสงบ ได้ร่วมกับนักเขียนชื่อดัง เจ้าของนามปากกา “นิ้วกลม” หรือ สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ เป็นเจ้าภาพผู้กล้าทดลองเตรียมตัวตาย พร้อมจัดกิจกรรม “ตายก่อนตาย Live Exhibition” กิจกรรมที่ถ่ายทอดผ่านการนำเสนอนิทรรศการ “ซ้อมตาย” ที่ชวนให้คนมาเรียนรู้เรื่องการ เตรียมตัวตาย พร้อมจัดแสดงพินัยกรรมชีวิต ที่บอกความต้องการต่างๆ ไว้ก่อน อำลาโลกนี้

โดย นิ้วกลม ยินดีจะเป็นตัวแทนเพื่อสื่อสารให้สังคมรับรู้ ถึงความสำคัญของการบอกความต้องการของตนเองไว้ก่อนตายให้คนรอบตัวรับรู้ และใช้ตัดสินใจก่อนที่ผู้ป่วยหรือก่อนจะไม่สามารถตัดสินใจด้วยตัวเองได้

หมายเหต : สมุดเบาใจ พินัยกรรมชีวิต สามารถดาวน์โหลดฟรี หรือ สั่งซื้อเป็นเล่มได้ที่ http://happydeathday.co/baojai/

ทั้งนี้ภายในงานมีการแสดง นิทรรศการตัวอย่างการเขียน ‘สมุดเบาใจ’ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Advance Directive หรือ Living will ตาม พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 12  ที่เปรียบเหมือนการเขียนพินัยกรรมชีวิต แสดงความต้องการล่วงหน้าเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่วงท้ายและการตายดี อีกทั้งวางแผนการเตรียมตัวดูแลสุขภาพ ประเด็นต่าง ๆ ให้ครอบครัวและทีมสุขภาพได้รับรู้

ก่อนที่จะถึงวันงาน นักเขียนชื่อดังได้เขียนความในใจผ่านเพจ Roundfinger เอาไว้ว่า

“ผมเองรู้สึกขอบคุณและเป็นเกียรติที่ได้มีโอกาสจัดงานศพของตัวเอง มีโอกาสได้บอกความประสงค์ว่า งานศพของตัวเองที่อยากเห็นมีหน้าตาแบบไหน ควรใช้งบประมาณเท่าไร ต้องการอะไร ไม่ต้องการอะไรบ้าง

เมื่อศึกษาเรื่องความตายแล้ว ทัศนคติที่เคยมีต่อความตายว่าเป็นเรื่องอัปมงคลก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป กลับเห็นเป็นสิ่งที่เราควรพูดคุยกัน เราควรบอกกับคนใกล้ชิดว่า ถ้าป่วยหนักจะให้ดูแลเราอย่างไร ต้องการให้ใช้เครื่องพยุงชีวิตหรือไม่ ต้องการเสียชีวิตที่โรงพยาบาลหรือที่บ้าน ต้องการฟัง ดู ชิม อะไรก่อนตายเป็นพิเศษหรือไม่ ร่างกายจะบริจาคหรือไม่ จัดการมรดกและทรัพย์สินให้เรียบร้อย ฯลฯ อีกมากมาย เรื่องเหล่านี้ หากไม่มีการเตรียมการไว้ ย่อมมีโอกาสก่อปัญหาให้คนข้างหลัง

การเตรียมตัวตายจึงสำคัญสำหรับทุกคน ไม่ว่าอยู่ในวัยใด เรามีโอกาสตายได้ทุกวัน เราควรคุยกันไว้ก่อน คิดกันไว้ก่อน จะได้ไม่เป็นปัญหากับคนข้างหลัง เช่นนี้แล้ว การเตรียมตัวตายย่อมนำไปสู่การ “ตายดี” คือการตายที่สงบ ไม่กังวล ไม่ทิ้งปัญหาไว้

นอกจากนั้น การเตรียมใจว่าตัวเองต้องตายยังช่วยให้เราลงมือทำในสิ่งที่ควรทำตั้งแต่วันนี้ ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง เราจะเอ่ยปากขอโทษคนที่ผิดใจกัน บอกรักคนที่เรารัก เร่งทำสิ่งที่มีประโยชน์ เพราะรู้ว่าชีวิตคือความไม่แน่นอน

และเมื่อตระหนักว่าต้องตาย สิ่งที่เคยคิดว่าสำคัญนักหนา ตัวตนที่หวงแหน ทรัพย์สินที่อยากได้ ตำแหน่ง รางวัล คำสรรเสริญ ก็กลับคุณค่าไปจากเดิม เราจะหันไปให้ความสำคัญกับสิ่งที่สำคัญจริงๆ ในชีวิตแทน และปล่อยวางจากสิ่งที่ทำให้โลภ โกรธ หลง เจ็บปวด ทรมาน ฝังใจ ได้ง่ายขึ้น

 

“มรณสติ” จึงเป็น “สติ” ที่สำคัญ เมื่อตระหนักอยู่เสมอว่าเราต้องตาย ชีวิตในแต่ละวันจะมีความหมายขึ้นในทันที

เช่นนี้แล้ว ความตายมิได้น่ากลัว ตรงข้าม, ความตายต่างหากที่บอกเราว่าควรมีชีวิตอยู่อย่างไร ควรทำอะไรในวันนี้ อาจารย์ประมวล เพ็งจันทร์บอกกับผมว่า ความตายนั้นเหมือนเสียงนกหวีดหมดเวลาในการแข่งขันฟุตบอล เพราะเรารู้ว่าเกมจะจบลง เราจึงเล่นเกมนั้นให้ดีที่สุด”

สิ่งที่โครงการฯ พยายามบอกเรามาตลอดคือ ความตายเป็นเรื่องที่ไม่น่ากลัว หากเราเตรียมตัวให้พร้อม และตั้งสติเผชิญกับมัน

คงไม่แปลกหากทุกวันนี้เราจะพูดถึงความตายในทำนองเดียวกับความสุขที่เกิดขึ้นทุกวัน.

 

Share on facebook
Share on google
chit

chit

LEAVE AND REPLAY