สถานการณ์ NCDs

`นั่งนาน`ป่วยง่ายอ้วนเร็ว

โดย Donnaya Suvetwethin

| |

อ่าน : 6,036

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

ภาพประกอบจากแฟ้มภาพ

\'นั่งนาน\'ป่วยง่ายอ้วนเร็ว thaihealth

ใน 1 วันคุณนั่งกี่ชั่วโมง? นักวิจัยสมาคมวิจัยโรคมะเร็งอเมริกาศึกษาพบว่า คนเราถ้ายิ่งนั่งอยู่เฉยๆ นานเท่าไหร่ ก็ยิ่งเสี่ยงกับความตายมากเท่านั้น โดยเฉพาะสุภาพสตรีมีอัตราเสี่ยงมากกว่าผู้ชาย

มีรายงานว่า การนั่งนานๆ ไม่ต่ำกว่าวันละ  6 ชั่วโมงหรือนั่งมาราธอนเกินกว่า 2 ชั่วโมงจะเสี่ยงกับการเสียชีวิตมากกว่าผู้ที่นั่งนานไม่เกินวันละ  3 ชั่วโมงถึง 37% โดยจะเสียงต่อการเสียชีวิต ด้วยโรคหัวใจและโรคมะเร็ง สอดคล้องกับข้อมูลจากคลินิกหัวเฉียวไทย-จีนแพทย์แผนไทย (Huachiew TCM) ว่า ผู้หญิงที่ต้องนั่งทำงานในออฟฟิศเป็นเวลานานๆ อาจทำให้การ ไหลเวียนเลือดลมติดขัด มดลูกเมื่อถูกยึดไว้ที่ตำแหน่งเดียวเป็นเวลานานๆ อาจเป็นสาเหตุให้ประจำเดือนไหลย้อนผ่านท่อนำไข่กลับไปในช่องท้องจนทำให้เกิดอาการปวดท้อง ปวดเอว ปวดประจำเดือน

หรือหากเกิดภาวะปราณติดขัด เลือดที่คั่งจะทำให้หลอดเลือดและระบบต่อมน้ำเหลืองอุดตันได้ง่าย  ผลที่ตามมาคือ ท่อนำไข่อุดตัน นอกจากนี้ยังทำให้ เยื่อบุโพรงมดลูกเคลื่อนตัวออกไปเจริญนอกมดลูก กลายเป็นโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ซึ่งอาจ ทำให้โอกาสการตั้งครรภ์ลดลง ทั้งยังมีโอกาสเป็น โรคหลอดเลือดและหัวใจมากกว่าคนที่ยืนทำงาน 2 เท่า

MedicalBillingandCoding.org เผยแพร่ ผลการสำรวจ พบว่า ค่าเฉลี่ยการนั่ง ไม่ว่าจะเป็น  หน้าทีวี หน้าคอมพ์ หน้าโต๊ะทำงาน สูงถึง 9.3 ชั่วโมงต่อวัน มากกว่าเวลานอนซึ่งใช้เพียง 7.7 ชั่วโมง

สิ่งที่องค์กรอยากบอกคือ ร่างกายไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้นั่งทั้งวัน ดังนั้น ควรลุกขึ้นยืนบ้าง เพราะคนที่นั่ง มากกว่า 6 ชั่วโมงต่อวันเพิ่มความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตภายใน 15 ปีมากกว่าคนที่นั่งไม่เกิน 3 ชั่วโมงถึง 40%  แม้ในคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ

การนั่งนานด้วยท่านั่งที่ "ไม่" เหมาะสมยังเป็นสาเหตุสำคัญที่มีผลต่อสุขภาพและการเจ็บป่วยต่างๆ ทั้งอาการปวดคอ ปวดหลัง เจ็บก้นกบ กระดูกสันหลังเคลื่อนและกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เผยแพร่บทความอันตรายของการนั่งนานว่า ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกระบวนการเผาผลาญของร่างกาย สืบเนื่องถึงระดับน้ำตาลในเลือด ไตรกลีเซอไรด์ ไขมันดี ความดันโลหิตและฮอร์โมนเลปตินซึ่งกระตุ้นความอยากอาหาร ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสาเหตุทางชีวภาพของโรคอ้วนและโรคหลอดเลือดหัวใจ นอกจากนี้ การนั่งยังมีส่วนในการทำลายระบบน้ำเหลืองที่ช่วยป้องกันการติดเชื้อของร่างกาย เนื่องจากท่อน้ำเหลืองไม่ได้มีระบบสูบฉีดเหมือนหัวใจ แต่จะถูกควบคุมด้วยจังหวะการหดตัวคลายตัวของกล้ามเนื้อขา ดังนั้น เมื่อนั่งนานๆ ระบบ น้ำเหลืองจะไม่สามารถทำงานได้

ด้วยเหตุนี้ หนุ่มสาวออฟฟิศต้องพยายามเคลื่อนไหวร่างกาย อาจจะตั้งนาฬิกาเตือนทุกชั่วโมงให้ลุกขึ้นเดินไปโน่นมานี่บ้าง ขยับแข้งขยับขา ยืดเส้นยืดสาย 5-10 นาที หากนั่งติดต่อกันเกิน 40 นาที หลังเลิกงาน หรือในวันหยุดควรหาเวลาไปออกกำลังกาย เดินเล่น  หากิจกรรมที่ได้เคลื่อนไหวร่างกายเพื่อให้เลือดลม ที่ติดขัดจากการต้องนั่งนานๆ ในวันธรรมดาได้มีโอกาสไหลเวียนอย่างคล่องตัว

สำหรับท่านั่งมาตรฐานที่ถูกต้องคือ หลังตรงแบบสบายๆ ตามธรรมชาติ เอนหลัง 135 องศาจะช่วยให้หลังไม่ทำงานหนักเกินไป ไม่เกร็ง หลังไม่งอไม่แอ่นหลังไม่ห่อไหล่ ไม่ยกไหล่ ไม่เกร็งหัวไหล่  หากคุณนั่งบนเก้าอี้สูงหรือเก้าอี้มีพนักพิงหลัง ควรพิงพนักเก้าอี้ให้แผ่นหลังแนบพอดี ลำตัวตั้งตรง ปล่อยไหล่สบายๆ ไม่เกร็ง ไม่ยกไหล่ขึ้น ทิ้งน้ำหนักตัวลงบริเวณก้นและสะโพกทั้งสองข้างให้เท่ากัน ไม่เอียงตัวซ้ายหรือขวาด้านใดด้านหนึ่ง ช่วงขาตั้งฉากกับพื้น ทิ้งน้ำหนักลงฝ่าเท้าทั้งสองข้าง ไม่เขย่งเท้า

เมื่อใดที่รู้สึกเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณหลัง บ่า ไหล่ มือแขน และรู้สึกเมื่อยขึ้นเรื่อยๆ นั่นเป็นสัญญาณ ให้รู้ว่า คุณกำลังนั่งผิดท่า "ร่างกายไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้นั่งทั้งวันจึงควรลุกขึ้นยืนบ้าง"

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

Post to Facebook
กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
Infographic
Infographic
ป้ายคำ (Tag)
เม็กซิโก thaihealth อาหารขยะ โรคอ้วน โรคเบาหวาน อาหาร สุขภาวะ เด็กอ้วน ภาคีบอกข่าว สุขภาพ ขนมขบเคี้ยว ภาษี น้ำอัดลม สสส. สร้างสุข ภาษีอาหารขยะ คุณภาพชีวิต แนะนำภาคี แผนงานเครือข่ายควบคุมโรคไม่ติดต่อ โรคความดันโลหิตสูง โรคปอดเรื้อรัง โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด ข่าวสุขภาพ ออกกำลังกาย อ้วนลงพุง ฮูลาฮูป เบาหวาน รอบรู้เรื่องโครงการ ลดปริมาณโซเดียม ลดเค็มครึ่งหนึ่ง คนไทยห่างไกลโรค เครือข่ายลดบริโภคเค็ม โรคหัวใจ โรคอัมพฤกษ์ อัมพาต บทความ ป่วย ระวัง เสียชีวิต ธาลัสซีเมีย พันธุกรรม อื่นๆ โรคเลือด โรคไม่ติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข ผลการสำรวจพฤติกรรมการออกกำลังกายของประชาชน สาระสุขภาพ ทันกระแสสุขภาพ thaihealth