"เชียร์นักกีฬาไทย" สร้างแรงบันดาลใจออกกำลังกาย

| |
อ่าน : 6,149

อธิบดีกรมการแพทย์แนะ ปชช.เชียร์นักกีฬาไทยสู้ศึกซีเกมส์ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจออกกำลังกายและเล่นกีฬา ลดความเสี่ยงเกิดโรค แนะแบ่งเวลาออกกำลังเหมาะสม สม่ำเสมอ ช่วยสุขภาพดี นอนหลับดี เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ

"เชียร์นักกีฬาไทย" สร้างแรงบันดาลใจออกกำลังกาย thaihealth

นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ช่วงการแข่งขันซีเกมส์ 2015 ครั้งที่ 28 ระหว่างวันที่ 5-16 มิ.ย.นี้ ขอเชิญชวนให้ประชาชนร่วมเชียร์นักกีฬาไทยในการแข่งขัน และขอให้ใช้โอกาสนี้เป็นจุดเริ่มต้นสร้างแรงบันดาลใจในการออกกำลังกายและเล่นกีฬา เพื่อรักษาสุขภาพและป้องกันความเสี่ยงการเกิดโรคต่างๆ อาทิ หลอดเลือดหัวใจ อัมพฤกษ์ อัมพาต ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง สมองเสื่อม โรคเบาหวาน เนื่องจากการออกกำลังกายมีประโยชน์ต่อสุขภาพ คือ ลดความอ้วน เพิ่มกล้ามเนื้อ ลดไขมันในเลือด เพิ่มไขมัน HDL ซึ่งเป็นไขมันดีในร่างกาย เพิ่มสมรรถภาพการทำงานของหัวใจ ป้องกันโรคกระดูกบางเปราะ โดยเฉพาะสตรีที่ประจำเดือนหมด ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยทำให้หัวใจ ปอด ระบบหมุนเวียนของโลหิต กล้ามเนื้อ เอ็น เอ็นข้อต่อ กระดูก ผิวหนังแข็งแรงยิ่งขึ้น ช่วยป้องกันโรคมะเร็งบางชนิด เช่น ลำไส้ใหญ่ เต้านม ต่อมลูกหมาก ช่วยลดความเครียด ทำให้นอนหลับดียิ่งขึ้น ความจำดี เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นในตนเอง ดูสง่าผ่าเผย ชะลอความแก่ ตลอดจนประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาโรค ลดเวลาที่จะหยุดงานจากการเจ็บป่วย

นพ.สุพรรณ กล่าวว่า การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ คือ การออกกำลังกายแบบแอโรบิก ซึ่งจะทำให้หัวใจ ปอด และระบบหมุนเวียนโลหิตแข็งแรง ได้แก่ การเดิน วิ่ง ว่ายน้ำ ถีบจักรยาน กระโดดเชือก เต้นแอโรบิก โดยออกกำลังกายต่อเนื่องอย่างน้อย 20 นาที สัปดาห์ละ 3 ครั้ง แต่ไม่ควรมากกว่า 6 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อให้ 1 วันเป็นวันพักผ่อนร่างกาย ซึ่งการออกกำลังกายแต่ละครั้งถ้าจะให้ได้ประโยชน์ต่อหัวใจ ปอด และระบบหมุนเวียนโลหิต จะต้องออกกำลังกายให้หัวใจหรือชีพจรเต้นระหว่าง 60 -80 % ของความสามารถสูงสุดที่หัวใจจะเต้นได้ โดยคำนวณจากสูตร อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด เท่ากับ 220 - อายุ (ปี) แต่ในทางปฏิบัติการวัดชีพจรในขณะที่ออกกำลังกายถ้าไม่มีเครื่องมือช่วยวัดจะทำได้ยาก ฉะนั้น ควรออกกำลังกายที่เหมาะสมควรให้รู้สึกว่าเหนื่อยนิดหน่อย พอมีเหงื่อออก หรือยังสามารถพูดคุยระหว่างออกกำลังกายได้ ไม่ควรออกกำลังกายในที่ร้อนจัดเกินไป หรือหลังจากรับประทานอาหารเสร็จใหม่ๆ และไม่ควรออกกำลังกายขณะรู้สึกว่าไม่สบาย เป็นไข้ โดยเฉาะเวลาที่ท้องเสีย เพราะร่างกายอาจขาดน้ำหรือเกลือแร่ ทำให้อ่อนเพลีย เป็นลม เป็นตะคริวหรือโรคหัวใจได้ ที่สำคัญควรยืดเส้นก่อนและหลังการออกกำลังกายทุกครั้ง

"การดูแลสุขภาพของตนเองเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง คือ นอนให้เพียงพอ 6-9 ชั่วโมง ออกกำลังกายแบบแอโรบิกสัปดาห์ละ 3 ครั้งๆ ละ 20 นาที ยืดเส้นยืดสายทุกวันไม่ว่าวันนั้นจะออกกำลังกายหรือไม่ก็ตาม ยกน้ำหนักเบาๆ สัปดาห์ละ 2 ครั้ง เดินมากๆ หลีกเลี่ยงการใช้ลิฟท์ ดื่มนมพร่องไขมันเพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุน ดื่มน้ำเปล่ามากๆ วันละประมาณ 10 -15 แก้ว รับประทานอาหารครบ 3 มื้อ ควบคุมน้ำหนักตัว รับประทานผัก ผลไม้ ปลา ไก่ที่ไม่มีหนังเป็นหลัก ไม่สูบหรี่ ไม่เครียด ไม่เสพยาเสพติด ฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ ตามแพทย์แนะนำ หากปฏิบัติตามคำแนะนำดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง ดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข" อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าว

 

 

ที่มา: ASTVผู้จัดการออนไลน์

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • การรับสมัครและการเสนอชื่อบุคคล เพื่อเข้ารับการสรรหาเป็นกรรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการกีฬา ในคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม