ลด ละ เลิก ชีวิตดีที่เริ่มจากตัวเรา

โดย
| |
อ่าน : 361

ลด ละ เลิก ชีวิตดีที่เริ่มจากตัวเรา

 
          ชีวิตในยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยวัตถุ ใครๆ ก็อยากมี อยากเป็น อยากได้ให้มากที่สุด แต่รู้ไหมว่า ชีวิตดีบางครั้งกลับมีได้ด้วยการลดบางอย่างให้น้อยลง และสามารถเริ่มง่ายๆด้วยตัวเอง ถ้าไม่เชื่อลองอ่าน และลองทำดูสิ แล้วจะรู้ว่าชีวิตดีเป็นอย่างไร

 

ลดเลิกดื่ม ตับได้ฟื้นฟู ชีวิตดีแน่นอน

          รู้หรือไม่ การลด ละ เลิกเครื่องดื่มมึนเมาทั้งเหล้า เบียร์ไวน์และอื่นๆ จะช่วยให้ตับฟื้นฟูได้ ยิ่งถ้าคุณยังผ่านสนามดื่มมาไม่นานมาก เมื่อเลิกดื่ม ตับจะสามารถฟื้นฟูได้ง่าย แต่หากคุณผ่านการดื่มหนักมายาวนานจนตับบางส่วนถูกทำลายขั้นรุนแรง การเลิกดื่มก็ยังช่วยฟื้นฟูรักษาตับส่วนดีที่เหลือไม่ให้เสียหายมากไปกว่าเดิม 

          การเลิกดื่ม อาจเริ่มจากการจำกัดเวลา เช่น ตั้งใจทุกวันเสาร์อาทิตย์จะไม่ดื่ม พอทำได้ค่อยขยายช่วงเวลาให้มากขึ้น หรือลองเปลี่ยนมาดื่มเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ทดแทน พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งแวดล้อมที่ชวนให้เกิดการดื่ม เช่น เลี่ยงการไปสังสรรค์ปาร์ตี้ แล้วหากิจกรรมอื่นที่ชอบทดแทน เช่น ชอบออกกำลังก็ออกให้แรงหมด ชอบถ่ายรูปก็ฝึกถ่ายรูปตอนกลางคืน เป็นต้น ค่อยๆ ปรับ ค่อยๆ เปลี่ยน ขอแค่อย่าท้อ เลิกดื่มได้แน่นอน

ลดเลิกสูบวันนี้ ชีวิตดีๆรออยู่

          เลิกบุหรี่ทันทีอาจไม่ง่าย แต่เริ่มได้ ด้วยการลดการสูบบุหรี่ เริ่มต้นจากคอยเลี่ยงความเคยชินเดิมๆ อย่างการสูบช่วงหลังอาหารหรือมีเวลาว่าง เสริมด้วยตัวช่วยเลิกบุหรี่ 

          - อมผลไม้รสเปรี้ยว เช่น มะนาวหั่นติดเปลือกมีรสเฝื่อน 

          - ชงหญ้าดอกขาวดื่ม เพราะหญ้าดอกขาวจะมีฤทธิ์ทำให้ลิ้นฝาด 

          - นวดกดจุดสะท้อนเท้าจะช่วยกระตุ้นสมองให้หลั่งสารเคมี 

          ตัวช่วยเหล่านี้ทำให้การรับรสชาติบุหรี่ผิดจากเดิม  ช่วยลดความอยากนิโคตินลงได้ แต่สิ่งสำคัญสุดอยู่ที่ใจ อยากบุหรี่เมื่อไหร่ ขอให้นึกถึงปอดเล็กๆของลูกหลานตัวน้อย เพราะเด็กเล็กจะรับผลกระทบจากควันบุหรี่มากกว่าผู้ใหญ่ แต่ถ้ารู้สึกสู้ไม่ไหว ลองโทรปรึกษา 1600 สายด่วนเลิกบุหรี่ จะได้รับคำปรึกษาเกี่ยวกับการเลิกบุหรี่จากผู้เชี่ยวชาญโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

 
ลดปรุงรสโปรด บอกลาโรคร้ายด้วยตัวเอง

          อาหารไทยรสจัดทั้งเปรี้ยวหวานมันเผ็ดเค็ม  ถึงจะแซ่บสะใจ แต่ก็แฝงอันตรายหากกินมากเกินไป ดังนั้นชีวิตดีเริ่มที่ตัวเราเองง่ายๆ ด้วยการปรุงแต่พอดี ตามนี้เลย

          - ร่างกายไม่ควรได้รับน้ำตาลเกิน 6 ช้อนชาต่อวัน เพราะถ้ากินหวานมากเกินไป ร่างกายจะเปลี่ยนน้ำตาลเป็นไขมันสะสม ลองเริ่มจากการลดความหวานให้เหลือ 1 ใน 4 จากที่ดื่มประจำ กินรสหวานจากผลไม้หรือน้ำผึ้งป่าที่ให้ความหวานจากธรรมชาติแทน

          - น้ำมันที่ร่างกายควรได้รับต่อวันไม่ควรเกิน 6 ช้อนชา ลองลดของทอดที่นอกจากทำให้ไขมันสูงแล้ว น้ำมันที่ใช้ทอดซ้ำยังมีสารก่อมะเร็ง อาจหันมาใช้วิธีอบหรือใช้หม้อทอดไร้น้ำมันแทนดู

          - ใน 1 วัน ไม่ควรได้รับเกลือเกิน 1 ช้อนชา เริ่มง่ายๆ จากการลองงดใส่น้ำปลาพริก ไม่อยากเกินใช่ไหม ขอแค่ตั้งสติก่อนตัก สุขภาพก็จะดีได้ด้วยตัวเรา

 
ไม่อยากให้มีเหยื่อ ต้องหยุดประมาท

          ไม่อยากเห็นใครเดือดร้อนอย่างในข่าวอุบัติเหตุ ก็ต้องเริ่มที่ตัวเราเอง ทุกครั้งเวลาขับขี่ อย่าประมาทการใช้ความเร็ว จำไว้ว่าเมื่ออยู่หลังพวงมาลัย ความรับผิดชอบต้องมี ไม่ดูทีวีหรือดูโทรศัพท์ขณะขับรถหรือเปลี่ยนเส้นทาง และถึงจะรีบแค่ไหน ก็กำหนดใจไว้ที่ความเร็วปลอดภัยและเหมาะสมคือ ในเขตเมืองและชุมชน 50 กม./ ชม. และนอกเมือง 90 กม./ ชม. เพราะเมื่อขับรถเร็ว การมองเห็นด้านข้างจะแคบลงและโฟกัสแค่จุดตรงกลาง ซึ่งปกติสายตาจะมีองศาการมองเห็น 180 องศา แต่ถ้าขับขี่รถที่ความเร็ว 90 กิโลเมตร/ชม. องศาการมองเห็นจะลดลงเหลือแค่ 50 องศา เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ

          นอกจากนี้ จำไว้ให้ดี เวลามีอะไรมาตัดหน้า สมองของคุณจะต้องใช้เวลาประมวลผลแล้วสั่งให้เหยียบเบรก เกิดเป็นเวลาเสี้ยววินาทีที่สูญเสียไปกับความคิดก่อนจะตัดสินใจ เกิดการเสียระยะทางไปจำนวนหนึ่ง และถ้ายิ่งขับเร็วมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งเสียระยะทางของการเบรกไปมากเท่านั้นเป็นเงาตามตัว

          รู้แบบนี้แล้วมาร่วมกันเคารพกฎจราจร หยุดอุบัติเหตุบนท้องถนนด้วยตัวเรากัน

ลดความเฉื่อย ให้ไขมันโบกมือลา

          พฤติกรรมเนือยนิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการนั่งทำงาน นอนเล่นมือถือ หากทำติดต่อเป็นเวลานานจนเป็นกิจวัตร ร่างกายอาจเสี่ยงต่อโรคร้ายสารพัด ดังนั้นหากต้องการมีชีวิต ต้องเริ่มจากการลดพฤติกรรมเฉื่อย เนือยนิ่ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องยาก แค่ลองปรับพฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวันก็ได้แล้ว ดังตัวอย่างต่อไปนี้

          - ระหว่างทำงาน ลองพักสายตาจากหน้าจอ ลุกขึ้นเดินออกไปมองต้นไม้สีเขียวด้านนอกบ้าง 

          - เลือกเดินบันไดแทนการขึ้นลิฟท์ 

          - คอยยืดเส้นยืดสายทุกชั่วโมงให้ร่างกายกระฉับกระเฉง การยืดหดไหล่และคอระหว่างทำงานจะช่วยลดอาการปวดต้นคอ บ่า หลัง ซึ่งเป็นอาการยอดฮิตของโรคออฟฟิศซินโดรม 

          - ลองตั้งเป้าหมายง่ายๆ ด้วยการใช้มือถือหรือเครื่องมือช่วยนับก้าวให้ได้ตามเป้าต่อวัน

          - หลังเลิกงาน แทนที่จะนั่งนิ่งทนรถติด ก็ไปออกกำลังกายใกล้ๆ หรือวิ่งรอบตึกที่ทำงานแทน ลองพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสดูไหม

          เห็นหรือยังว่า ชีวิตดีเริ่มต้นได้ที่ตัวเรา แค่ลองลดพฤติกรรมบางอย่างก็ได้แล้ว  และไม่ต้องกลัวว่าจะต้องทำอยู่คนเดียว เพราะ สสส. จะคอยสนับสนุนทุกครั้งที่คุณเริ่ม ด้วยการส่งต่อข้อมูลดีๆ แบบนี้อย่างสม่ำเสมอ และจะเป็นกำลังใจให้คุณอยู่เสมอ แต่ถ้าอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม ลองเข้าไปอ่านที่นี่ดูสิ มีอะไรน่าอ่านอีกเพียบ https://www.thaihealth.or.th/livehealthier

 

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • คู่มือ 8 เรื่องใกล้ตัว - คู่มือ 8 เรื่องใกล้ตัว
  • คู่มือประจำวัย 18 - คู่มือประจำวัย 18
  • คู่มือ 108 วิธี - คู่มือ 108 วิธี