30
Jun
2018
คนพิการฟันสดใสใส่ใจรักษ์สุขภาพ รพ.สต. น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม Categories : กิจกรรมเครือข่าย คนพิการฟันดี free style
0 <<<<< ให้คะแนน (Give Heart)

 

เนื่องจากเมื่อปี  2554  ได้เริ่มทำงานดูแลสุขภาพช่องปากคนพิการที่ตำบลธาตุพนมซึ่งเป็นเขตรับผิดชอบของ  รพ. ก่อน  ในปี 2561  จึงต้องการขยายการดูแลออกไปยัง  รพ.สต.  ตำบลอื่นที่อยู่นอกเขตรับผิดชอบของ  รพ.  และต้องมีทันตบุคลากรประจำ  จึงได้หาเครือข่ายที่จะเป็นแนวร่วมและต้องการทำงานด้วยความสมัครใจ  ในการทำงานดูแลสุขภาพช่องปากคนพิการในอำเภอธาตุพนม  และมีผู้สมัครใจทำงานนี้  1  แห่ง  คือ  รพ.สต.  น้ำก่ำ  ต.  น้ำก่ำ  รพ.สต.  น้ำก่ำ  มีทันตบุคลากรที่เป็น  นวก.  สาธารณสุข  (ทันตสาธารณสุข)  หลักสูตร  4  ปี  ที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาเมื่อเดือน  เม.ย.  2560  หลังจากได้แนวร่วมแล้วจึงได้ขอข้อมูลคนพิการจากงานกายภาพบำบัด  ซึ่งจะมีข้อมูลคนพิการจากทุก  อบต.  ในเขตอำเภอธาตุพนม  หลังจากนั้นจึงเริ่มวางแผนการทำงานในการประชุมและอบรมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง  ได้แก่  อสม. 71  คน  ทันตาภิบาลใน รพ.  4  คน  และ  นวก. ทันตฯ ใน รพ.สต.  1  คน  พนักงานสร้างสุขภาพ  1  คน  พนักงานคีย์ข้อมูล  1  คน  ให้รับรู้และมีเป้าหมายเดียวกันว่าทำไมจึงต้องทำงานนี้  ทั้งๆ ที่ไม่ใช่งานหลักตามตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ของอำเภอ  หลังจากนั้นจึงวางแผนการออกเยี่ยมบ้าน  ในการออกเยี่ยมจะมีการให้  อสม.  ออกไปสอบถามข้อมูลพื้นฐานก่อน  ต่อมาจึงแบ่งทีมกันไป  โดยมี  อสม. และ ทันตาภิบาลออกร่วมกันตามจำนวนคนพิการที่ได้รับในแต่ละทีม  โดยจะออกให้ครบเป็นหมู่ ๆ  ไป  ซึ่งทั้งหมดมี  7  หมู่  มีคนพิการทั้งหมด  123  คน  แต่ได้รับการเยี่ยมไปแล้ว  97  คน  ที่เหลือเกิดจากไม่สามารถเยี่ยมได้  เช่น  พิการทางจิตที่มีอาการขาดยา  ไม่อยู่บ้าน  หรือเสียชีวิตแล้วเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา  ในการเยี่ยมรอบ  2  ทันตาภิบาลจะไปให้ทันตสุขศึกษา  มอบชุดแปรงสีฟันยาสีฟัน  พร้อมตรวจสุขภาพช่องปากและให้คำแนะนำส่งต่อไปรักษา  ในรายที่มีการรักษาที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนจะนัดไปรับบริการที่  รพ.สต.  ส่วนรายที่มีการรักษาที่ยุ่งยากซับซ้อนจะนัดไปรับบริการที่โรงพยาบาล  และในจำนวน  97  คนนี้ก็ได้มีการ  คัดเลือกเคสที่จะเก็บข้อมูลเชิงลึก  2  เคส  คือ  1.  นายสมชาย  เขียวอ้วน  อายุ  15  ปี  มีความพิการทางการเคลื่อนไหวและสมองตั้งแต่เกิด  2.  น.ส.  สมเพ็ญ  ผายม  อายุ  58  ปี  ซึ่งในการรายงานครั้งนี้จะขอรายงานเพียง  1  เคสก่อน  คือ  น.ส.  สมเพ็ญ  ผายม
น.ส.  สมเพ็ญ  ผายม  เกิดเมื่อวันที่  25  ก.พ.  2503  อายุ  58  ปี  อยู่บ้านเลขที่  126  ม.  13  บ.  นาคำ  ต.  น้ำก่ำ  อ. ธาตุพนม  จ.  นครพนม  มีความพิการทางสายตาตั้งแต่อายุ  10  ขวบ  เธอได้เล่าให้ฟังว่า  ตอนอายุ  10  ขวบ  พ่อแม่พาเธอไปอยู่ที่ประเทศลาว  ตอนนั้นเรียนหนังสืออยู่  ป.  2   อยู่ ๆ  เธอก็มีอาการปวดศีรษะที่ขมับทั้ง 2  ข้างอย่างรุนแรง  2  วัน  ปวดจนสลบ  วันต่อมาเธอมองไม่เห็นอะไรเลยทั้ง ๆ  ที่เป็นตอนกลางวัน  เธอบอกให้คนเปิดไฟให้ทีทำไมมันมืดอย่างนี้มองไม่เห็นอะไรเลย  พี่เธอหาว่าเธอพูดโกหก  เนื่องจากเป็นตอนกลางวันแดดสว่างจ้าออกอย่างนั้น  เธอบอกว่ามืดจริง ๆ  จุดไฟให้ที  เขาจึงเอาเทียนมาจ่อใกล้ ๆ  ตาเธอจนไหม้ขนตาเล็กน้อย  จนเธอสะดุ้ง  เธอก็ไม่เห็น  จากนั้นพ่อแม่จึงพาไปหาหมอที่ประเทศลาว  แต่หมอรักษาไม่ได้  จึงพากลับมาเมืองไทย  และไปรับการรักษาที่  รพ.  ศิริราช  หมอบอกว่าอาการนี้เกิดจากเส้นเลือดที่มาเลี้ยงลูกตาตีบพร้อมกันทั้ง  2  ข้าง  หมอในสมัยนั้นบอกว่า  รักษาไม่ได้  เธอได้ฟังดังนั้นถึงกับเป็นลมสลบเลย  พี่จะพากลับบ้านที่นครพนมก็ไม่อยากกลับ  ร้องไห้เสียใจจะขออยู่และตายที่  กรุงเทพฯ  นี่
แหละ  แต่พ่อแม่ก็ตัดสินใจพากลับมาอยู่ที่นครพนม  โดยอยู่บ้านเฉย ๆ  ไม่ได้เรียนหนังสืออีกเลย  ต่อมาจนอายุได้  15  ปี  เริ่มเข้าสู่วัยรุ่นก็เริ่มติดเพื่อน  เพื่อนชวนดื่มสุราก็เริ่มติดสุรา  เพราะเสียใจและอยากตายจากโลกนี้  ต่อมาเริ่มหาอาชีพทำเพื่อเลี้ยงตัวเอง  โดยการเลี้ยงไก่  รับจ้างเหลาไม้เสียบลูกชิ้น  รับจ้างมัดหญ้ามุงหลังคา  พออายุ  35  ปี  เริ่มไปเป็นนักร้อง  และขายสินค้าขายตรงเอวอน  แอมเวย์  มิสทีน  เนื่องจากมีคนมาชวน  จนกระทั่งอายุ  42  ปี  มีคนมาชวนไปฝึกเรียนนวดแผนไทยที่  จ.  อุบลราชธานี  และได้ยึดอาชีพนวดแผนไทยมาจนถึงปัจจุบัน  แต่ก่อนจะไปรับจ้างนวดในตัวจังหวัดนครพนม  ปัจจุบันรับจ้างนวดในร้านแถว ๆ  บขส. ธาตุพนม  โดยมีรถรับส่งประจำ  เจ้าของร้านให้ค่านวดเป็นรายชั่วโมง ๆ  ละ  100  บาท  ถ้าไม่มีลูกค้าก็ไม่มีรายได้อะไร  ทางด้านสุขภาพเธอมีโรคประจำตัวคือ  โรคเบาหวาน  สูบบุหรี่ทุกวัน ๆ  ละ  10  มวน  สำหรับสุราได้เลิกมา  6  ปี  แล้ว  จากการตรวจสุขภาพช่องปาก  เธอมีฟันทั้งหมด  30  ซี่  ผุ  6  ซี่  ผุอุดได้  1  ซี่  ผุเหลือแต่ราก  5  ซี่  มีคราบหินปูนและบุหรี่  และไม่ได้ไปหาหมอฟันนานมากแล้ว  เพราะไม่มีอาการปวด  ทางด้านครอบครัว  เธอเป็นโสดไม่มีครอบครัว  (บุคลิกออกทอมๆ  เล็กน้อย)  เธออาศัยอยู่ในบ้าน  2  คน  กับหลานสาว  อายุ  20  ปี  ซึ่งเป็นลูกของน้องสาว  แต่ว่าต่างคนก็ต่างอยู่  ไม่ค่อยได้ทำกิจกรรมร่วมกันสักเท่าไหร่  เพราะเช้ามาก็ออกไปนวด  เย็นก็กลับมา  ส่วนหลานก็ใช้ชีวิตตามประสาวัยรุ่น  แต่เธอบอกว่าถึงยังไง  เธอก็ดูแลตัวเองได้  ไม่ต้องพึ่งพาอาศัยใคร  เป็นคนพูดจาโผงผางตรง ๆ  มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง  จึงไม่ค่อยพูดคุยปรึกษาปัญหาใด ๆ  กับเพื่อนบ้านสักเท่าใดนัก
ในการดำเนินการระยะแรกนี้ทุกคนให้ความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกันดี  และได้การตอบรับจากทางคนพิการและครอบครัวเป็นอย่างดี  โดยประเมินจากความกระตือรือร้นในการทำงานของทีม  ก่อนออกเยี่ยมทีมงานทุกคนจะไปพบกันที่  รพ.สต.  เพื่อวางแผนการว่าวันนี้  อสม.  คนไหน  จะพาใครไปบ้านใด  มีใครอยู่หรือไม่อยู่หรือเปล่า  พอกลับมาก็จะมาเล่าสู่กันฟังว่าไปเจอเคสไหนอย่างไร  และประเมินการต้อนรับจากครอบครัวที่เราไปเยี่ยม  เขาดีใจที่ได้รับแปรงสีฟันยาสีฟันเป็นของเยี่ยม  บางคนมีของฝากติดไม้ติดมือฝากเจ้าหน้าที่คืนกลับมาด้วยเพราะดีใจที่มีคนไปเยี่ยมถึงบ้าน  ซึ่งเป็นบรรยากาศที่หาไม่ได้จากการทำงานปกติ    นอกจากนี้ทีมเรายังได้ข้อมูลการตรวจฟันกลับมาคีย์  เพื่อจะได้ผลงานการให้บริการและใน  dental  แฟ้ม  ในตัวชี้วัด  200 / 1000  ประชากร  อีกด้วย  ในระยะต่อไป  คือจะไปติดตามการรักษาว่าได้ไปรับการรักษาตามที่แนะนำหรือไม่  และมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพช่องปากให้ดีขึ้นหรือไม่  

 

เนื่องจากเมื่อปี 2554 ได้เริ่มทำงานดูแลสุขภาพช่องปากคนพิการที่ตำบลธาตุพนมซึ่งเป็นเขตรับผิดชอบของ รพ. ก่อน ในปี 2561 จึงต้องการขยายการดูแลออกไปยัง รพ.สต. ตำบลอื่นที่อยู่นอกเขตรับผิดชอบของ รพ. และต้องมีทันตบุคลากรประจำ จึงได้หาเครือข่ายที่จะเป็นแนวร่วมและต้องการทำงานด้วยความสมัครใจ ในการทำงานดูแลสุขภาพช่องปากคนพิการในอำเภอธาตุพนม และมีผู้สมัครใจทำงานนี้ 1 แห่ง คือ รพ.สต. น้ำก่ำ ต. น้ำก่ำ รพ.สต. น้ำก่ำ มีทันตบุคลากรที่เป็น นวก. สาธารณสุข (ทันตสาธารณสุข) หลักสูตร 4 ปี ที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาเมื่อเดือน เม.ย. 2560 หลังจากได้แนวร่วมแล้วจึงได้ขอข้อมูลคนพิการจากงานกายภาพบำบัด ซึ่งจะมีข้อมูลคนพิการจากทุก อบต. ในเขตอำเภอธาตุพนม

หลังจากนั้นจึงเริ่มวางแผนการทำงานในการประชุมและอบรมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้แก่ อสม. 71 คน ทันตาภิบาลใน รพ. 4 คน และ นวก. ทันตฯ ใน รพ.สต. 1 คน พนักงานสร้างสุขภาพ 1 คน พนักงานคีย์ข้อมูล 1 คน ให้รับรู้และมีเป้าหมายเดียวกันว่าทำไมจึงต้องทำงานนี้ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่งานหลักตามตัวชี้วัดยุทธศาสตร์ของอำเภอ หลังจากนั้นจึงวางแผนการออกเยี่ยมบ้าน ในการออกเยี่ยมจะมีการให้ อสม. ออกไปสอบถามข้อมูลพื้นฐานก่อน ต่อมาจึงแบ่งทีมกันไป โดยมี อสม. และ ทันตาภิบาลออกร่วมกันตามจำนวนคนพิการที่ได้รับในแต่ละทีม โดยจะออกให้ครบเป็นหมู่ ๆ ไป ซึ่งทั้งหมดมี 7 หมู่ มีคนพิการทั้งหมด 123 คน แต่ได้รับการเยี่ยมไปแล้ว 97 คน ที่เหลือเกิดจากไม่สามารถเยี่ยมได้ เช่น พิการทางจิตที่มีอาการขาดยา ไม่อยู่บ้าน หรือเสียชีวิตแล้วเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ในการเยี่ยมรอบ 2 ทันตาภิบาลจะไปให้ทันตสุขศึกษา มอบชุดแปรงสีฟันยาสีฟัน พร้อมตรวจสุขภาพช่องปากและให้คำแนะนำส่งต่อไปรักษา ในรายที่มีการรักษาที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนจะนัดไปรับบริการที่ รพ.สต. ส่วนรายที่มีการรักษาที่ยุ่งยากซับซ้อนจะนัดไปรับบริการที่โรงพยาบาล และในจำนวน 97 คนนี้ก็ได้มีการ คัดเลือกเคสที่จะเก็บข้อมูลเชิงลึก 2 เคส คือ 1. นายสมชาย เขียวอ้วน อายุ 15 ปี มีความพิการทางการเคลื่อนไหวและสมองตั้งแต่เกิด 2. น.ส. สมเพ็ญ ผายม อายุ 58 ปี ซึ่งในการรายงานครั้งนี้จะขอรายงานเพียง 1 เคสก่อน คือ น.ส. สมเพ็ญ ผายม

น.ส. สมเพ็ญ ผายม เกิดเมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2503 อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่ 126 ม. 13 บ. นาคำ ต. น้ำก่ำ อ. ธาตุพนม จ. นครพนม มีความพิการทางสายตาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ เธอได้เล่าให้ฟังว่า ตอนอายุ 10 ขวบ พ่อแม่พาเธอไปอยู่ที่ประเทศลาว ตอนนั้นเรียนหนังสืออยู่ ป. 2 อยู่ ๆ เธอก็มีอาการปวดศีรษะที่ขมับทั้ง 2 ข้างอย่างรุนแรง 2 วัน ปวดจนสลบ วันต่อมาเธอมองไม่เห็นอะไรเลยทั้ง ๆ ที่เป็นตอนกลางวัน เธอบอกให้คนเปิดไฟให้ทีทำไมมันมืดอย่างนี้มองไม่เห็นอะไรเลย พี่เธอหาว่าเธอพูดโกหก เนื่องจากเป็นตอนกลางวันแดดสว่างจ้าออกอย่างนั้น เธอบอกว่ามืดจริง ๆ จุดไฟให้ที เขาจึงเอาเทียนมาจ่อใกล้ ๆ ตาเธอจนไหม้ขนตาเล็กน้อย จนเธอสะดุ้ง เธอก็ไม่เห็น จากนั้นพ่อแม่จึงพาไปหาหมอที่ประเทศลาว แต่หมอรักษาไม่ได้ จึงพากลับมาเมืองไทย และไปรับการรักษาที่ รพ. ศิริราช หมอบอกว่าอาการนี้เกิดจากเส้นเลือดที่มาเลี้ยงลูกตาตีบพร้อมกันทั้ง 2 ข้าง หมอในสมัยนั้นบอกว่า รักษาไม่ได้ เธอได้ฟังดังนั้นถึงกับเป็นลมสลบเลย พี่จะพากลับบ้านที่นครพนมก็ไม่อยากกลับ ร้องไห้เสียใจจะขออยู่และตายที่ กรุงเทพฯ นี่

แหละ แต่พ่อแม่ก็ตัดสินใจพากลับมาอยู่ที่นครพนม โดยอยู่บ้านเฉย ๆ ไม่ได้เรียนหนังสืออีกเลย ต่อมาจนอายุได้ 15 ปี เริ่มเข้าสู่วัยรุ่นก็เริ่มติดเพื่อน เพื่อนชวนดื่มสุราก็เริ่มติดสุรา เพราะเสียใจและอยากตายจากโลกนี้ ต่อมาเริ่มหาอาชีพทำเพื่อเลี้ยงตัวเอง โดยการเลี้ยงไก่ รับจ้างเหลาไม้เสียบลูกชิ้น รับจ้างมัดหญ้ามุงหลังคา พออายุ 35 ปี เริ่มไปเป็นนักร้อง และขายสินค้าขายตรงเอวอน แอมเวย์ มิสทีน เนื่องจากมีคนมาชวน จนกระทั่งอายุ 42 ปี มีคนมาชวนไปฝึกเรียนนวดแผนไทยที่ จ. อุบลราชธานี และได้ยึดอาชีพนวดแผนไทยมาจนถึงปัจจุบัน แต่ก่อนจะไปรับจ้างนวดในตัวจังหวัดนครพนม ปัจจุบันรับจ้างนวดในร้านแถว ๆ บขส. ธาตุพนม โดยมีรถรับส่งประจำ เจ้าของร้านให้ค่านวดเป็นรายชั่วโมง ๆ ละ 100 บาท ถ้าไม่มีลูกค้าก็ไม่มีรายได้อะไร ทางด้านสุขภาพเธอมีโรคประจำตัวคือ โรคเบาหวาน สูบบุหรี่ทุกวัน ๆ ละ 10 มวน สำหรับสุราได้เลิกมา 6 ปี แล้ว จากการตรวจสุขภาพช่องปาก เธอมีฟันทั้งหมด 30 ซี่ ผุ 6 ซี่ ผุอุดได้ 1 ซี่ ผุเหลือแต่ราก 5 ซี่ มีคราบหินปูนและบุหรี่ และไม่ได้ไปหาหมอฟันนานมากแล้ว เพราะไม่มีอาการปวด ทางด้านครอบครัว เธอเป็นโสดไม่มีครอบครัว (บุคลิกออกทอมๆ เล็กน้อย) เธออาศัยอยู่ในบ้าน 2 คน กับหลานสาว อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นลูกของน้องสาว แต่ว่าต่างคนก็ต่างอยู่ ไม่ค่อยได้ทำกิจกรรมร่วมกันสักเท่าไหร่ เพราะเช้ามาก็ออกไปนวด เย็นก็กลับมา ส่วนหลานก็ใช้ชีวิตตามประสาวัยรุ่น แต่เธอบอกว่าถึงยังไง เธอก็ดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องพึ่งพาอาศัยใคร เป็นคนพูดจาโผงผางตรง ๆ มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง จึงไม่ค่อยพูดคุยปรึกษาปัญหาใด ๆ กับเพื่อนบ้านสักเท่าใดนัก

ในการดำเนินการระยะแรกนี้ทุกคนให้ความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกันดี และได้การตอบรับจากทางคนพิการและครอบครัวเป็นอย่างดี โดยประเมินจากความกระตือรือร้นในการทำงานของทีม ก่อนออกเยี่ยมทีมงานทุกคนจะไปพบกันที่ รพ.สต. เพื่อวางแผนการว่าวันนี้ อสม. คนไหน จะพาใครไปบ้านใด มีใครอยู่หรือไม่อยู่หรือเปล่า พอกลับมาก็จะมาเล่าสู่กันฟังว่าไปเจอเคสไหนอย่างไร และประเมินการต้อนรับจากครอบครัวที่เราไปเยี่ยม เขาดีใจที่ได้รับแปรงสีฟันยาสีฟันเป็นของเยี่ยม บางคนมีของฝากติดไม้ติดมือฝากเจ้าหน้าที่คืนกลับมาด้วยเพราะดีใจที่มีคนไปเยี่ยมถึงบ้าน ซึ่งเป็นบรรยากาศที่หาไม่ได้จากการทำงานปกติ นอกจากนี้ทีมเรายังได้ข้อมูลการตรวจฟันกลับมาคีย์ เพื่อจะได้ผลงานการให้บริการและใน dental แฟ้ม ในตัวชี้วัด 200 / 1000 ประชากร อีกด้วย ในระยะต่อไป คือจะไปติดตามการรักษาว่าได้ไปรับการรักษาตามที่แนะนำหรือไม่ และมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดูแลสุขภาพช่องปากให้ดีขึ้นหรือไม่

 

 

Post to Facebook
กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
หน้าหลักบล็อก