20
Jan
2022
เพราะโลกใบนี้ช่างกว้างนัก เกินว่าที่เด็กเล็กๆจะทำความเข้าใจได้ Categories : primary-international-school-sis-edu-khaoyai
0 <<<<< ให้คะแนน (Give Heart)

 

เพราะโลกใบนี้ช่างกว้างนัก เกินว่าที่เด็กเล็กๆจะทำความเข้าใจได้
โลกที่แสนกว้างทำให้หลายๆคนอยากจะออกเดินทาง เพื่อค้นพบสิ่งใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้คน ประสบการณ์ สถานที่ต่างๆ แน่นอนว่าในวัยผู้ใหญ่ที่เราสามารถจะทำสิ่งนั้นได้อย่างตั้งใจและพร้อมที่จะรับความเสี่ยง แต่ถ้าเป็นวัยเด็กเล็กแล้วล่ะก็ โลกใบนี้อาจจะยังกว้างเกินไป ดังนั้นแล้ว โลกใบเดียวที่เด็กๆมีนั้น ก็คือ โลก ที่มีพ่อและแม่ หรือผู้ปกครอง พ่อแม่เปรียบเสมือนโลกใบใหญ่ของพวกเขา ที่พวกเขาพร้อมจะเรียนรู้ และทำตามหากได้รับคำแนะนำ พ่อแม่จึงต้องใจกว้างที่จะให้ลูกๆได้เล่น ได้ทำในสิ่งที่เขาสนใจ
การหากิจกรรมต่างๆที่ฝึกทั้งทักษะและความคิดสร้างสรรค์ ช่วยฝึกระบบความคิดให้เด็กๆได้พัฒนาทีละขั้นตอนอย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มแนวทางการคิดวิเคราะห์อีกด้วย จะสังเกตได้ว่า เด็กๆจะมีการคิดแบบเหตุและผลมากขึ้น จะมีการตั้งคำถามในสิ่งต่างๆที่สงสัยอย่างมากมาย ยิ่งไปกว่านั้น หากพ่อแม่ผู้ปกครองให้เด็กได้ดูสารคดีหรือพาไปยังสถานที่เช่น พิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์ ให้เด็กได้เห็นด้วยตัวเอง การเริ่มเรียนรู้เหล่านี้ทำได้ตั้งแต่วัยเด็กเล็ก วัย primary international school จนถึงระดับประถมศึกษาเลย เพราะช่วงนั้นเด็กจะเริ่มค้นพบตัวตนที่ชัดเจน บทความจากเว็บไซต์ sukumvit hospital เกี่ยวกับเมื่อพบว่าลูกมีพัฒนาการที่ช้ากว่าเด็กคนอื่นๆ ผู้ปกครองควรทำอย่างไร ระบุไว้ว่าให้ปฏิบัติตามคำแนะนำในการส่งเสริมพัฒนาการเบื้องต้น (ตามข้อมูลที่มีในสมุดสุขภาพของลูก) และให้ลูกงดการดูโทรทัศน์ เล่นเกมส์ เล่นโทรศัพท์มือถือ แล้วหันมาให้ความสำคัญกับการทำกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการ รวมทั้งมีการนัดหมายเพื่อตรวจกับกุมารแพทย์ เพื่อทำการประเมินพัฒนาการเบื้องต้น หาสาเหตุ และให้การรักษา เนื่องจากการได้รับการส่งเสริมพัฒนาการเร็วเท่าใด ก็จะเป็นประโยชน์ต่อลูกมากขึ้นเท่านั้น เด็กในวัยไหน ควรได้รับการดูแล และส่งเสริมในเรื่องของพัฒนาการเป็นพิเศษ เด็กอายุ ก่อน 1 ปี จะมีพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อ และประสาทการรับรู้อย่างรวดเร็ว จึงควรได้รับการส่งเสริมพัฒนาการผ่านระบบประสาทสัมผัสทั้ง 5 (ตา หู จมูก ปาก และการสัมผัส) หากพบปัญหาด้านการเคลื่อนไหว การมองเห็นและการได้ยิน จะได้รับการช่วยเหลือที่เหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มแรก เพื่อช่วยให้เด็กมีพัฒนาการดีขึ้นตามศักยภาพ เด็กอายุ 1-3 ปี เป็นช่วงที่มีพัฒนาการด้านภาษามากขึ้น มีกล้ามเนื้อการควบคุมการเคลื่อนไหวดีขึ้น จึงควรส่งเสริมทักษะทางด้านภาษา เพื่อให้เด็กเพิ่มความสามารถในการสื่อสารและการเรียนรู้ ส่งผลให้มีพัฒนาการทางอารมณ์และสังคมที่ดีตามมา เด็กอายุมากกว่า 3 ปี 6 เดือน จะมีพัฒนาการด้านสติปัญญามากขึ้น และเป็นช่วงเตรียมพร้อมเข้าโรงเรียน จึงเป็นช่วงที่ควรส่งเสริมทักษะทางด้านการอ่าน การวาดรูปและทักษะการแก้ไขปัญหา โดยผ่านการอ่านนิทานหรือการเล่นสมมติ เพื่อให้เด็กมีความพร้อมในการไปโรงเรียน และมีการพัฒนาด้านคุณธรรมจริยธรรม
https://www.sis.edu/khaoyai/
primary international school

 

โลกที่แสนกว้างทำให้หลายๆคนอยากจะออกเดินทาง เพื่อค้นพบสิ่งใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้คน ประสบการณ์ สถานที่ต่างๆ แน่นอนว่าในวัยผู้ใหญ่ที่เราสามารถจะทำสิ่งนั้นได้อย่างตั้งใจและพร้อมที่จะรับความเสี่ยง แต่ถ้าเป็นวัยเด็กเล็กแล้วล่ะก็ โลกใบนี้อาจจะยังกว้างเกินไป ดังนั้นแล้ว โลกใบเดียวที่เด็กๆมีนั้น ก็คือ โลก ที่มีพ่อและแม่ หรือผู้ปกครอง พ่อแม่เปรียบเสมือนโลกใบใหญ่ของพวกเขา ที่พวกเขาพร้อมจะเรียนรู้ และทำตามหากได้รับคำแนะนำ พ่อแม่จึงต้องใจกว้างที่จะให้ลูกๆได้เล่น ได้ทำในสิ่งที่เขาสนใจ


การหากิจกรรมต่างๆที่ฝึกทั้งทักษะและความคิดสร้างสรรค์ ช่วยฝึกระบบความคิดให้เด็กๆได้พัฒนาทีละขั้นตอนอย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มแนวทางการคิดวิเคราะห์อีกด้วย จะสังเกตได้ว่า เด็กๆจะมีการคิดแบบเหตุและผลมากขึ้น จะมีการตั้งคำถามในสิ่งต่างๆที่สงสัยอย่างมากมาย ยิ่งไปกว่านั้น หากพ่อแม่ผู้ปกครองให้เด็กได้ดูสารคดีหรือพาไปยังสถานที่เช่น พิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์ ให้เด็กได้เห็นด้วยตัวเอง การเริ่มเรียนรู้เหล่านี้ทำได้ตั้งแต่วัยเด็กเล็ก วัย primary international school จนถึงระดับประถมศึกษาเลย เพราะช่วงนั้นเด็กจะเริ่มค้นพบตัวตนที่ชัดเจน บทความจากเว็บไซต์ sukumvit hospital เกี่ยวกับเมื่อพบว่าลูกมีพัฒนาการที่ช้ากว่าเด็กคนอื่นๆ ผู้ปกครองควรทำอย่างไร ระบุไว้ว่าให้ปฏิบัติตามคำแนะนำในการส่งเสริมพัฒนาการเบื้องต้น (ตามข้อมูลที่มีในสมุดสุขภาพของลูก) และให้ลูกงดการดูโทรทัศน์ เล่นเกมส์ เล่นโทรศัพท์มือถือ แล้วหันมาให้ความสำคัญกับการทำกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการ รวมทั้งมีการนัดหมายเพื่อตรวจกับกุมารแพทย์ เพื่อทำการประเมินพัฒนาการเบื้องต้น หาสาเหตุ และให้การรักษา เนื่องจากการได้รับการส่งเสริมพัฒนาการเร็วเท่าใด ก็จะเป็นประโยชน์ต่อลูกมากขึ้นเท่านั้น เด็กในวัยไหน ควรได้รับการดูแล และส่งเสริมในเรื่องของพัฒนาการเป็นพิเศษ เด็กอายุ ก่อน 1 ปี จะมีพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อ และประสาทการรับรู้อย่างรวดเร็ว จึงควรได้รับการส่งเสริมพัฒนาการผ่านระบบประสาทสัมผัสทั้ง 5 (ตา หู จมูก ปาก และการสัมผัส) หากพบปัญหาด้านการเคลื่อนไหว การมองเห็นและการได้ยิน จะได้รับการช่วยเหลือที่เหมาะสมตั้งแต่ระยะเริ่มแรก เพื่อช่วยให้เด็กมีพัฒนาการดีขึ้นตามศักยภาพ เด็กอายุ 1-3 ปี เป็นช่วงที่มีพัฒนาการด้านภาษามากขึ้น มีกล้ามเนื้อการควบคุมการเคลื่อนไหวดีขึ้น จึงควรส่งเสริมทักษะทางด้านภาษา เพื่อให้เด็กเพิ่มความสามารถในการสื่อสารและการเรียนรู้ ส่งผลให้มีพัฒนาการทางอารมณ์และสังคมที่ดีตามมา เด็กอายุมากกว่า 3 ปี 6 เดือน จะมีพัฒนาการด้านสติปัญญามากขึ้น และเป็นช่วงเตรียมพร้อมเข้าโรงเรียน จึงเป็นช่วงที่ควรส่งเสริมทักษะทางด้านการอ่าน การวาดรูปและทักษะการแก้ไขปัญหา โดยผ่านการอ่านนิทานหรือการเล่นสมมติ เพื่อให้เด็กมีความพร้อมในการไปโรงเรียน และมีการพัฒนาด้านคุณธรรมจริยธรรม

 

 

 

 

Post to Facebook
กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
หน้าหลักบล็อก