3
Aug
2021
ทำความรู้จัก “ต้อกระจก” สาเหตุตามองเห็นไม่ชัด ในผู้สูงอายุ Categories : นานาสาระ
0 <<<<< ให้คะแนน (Give Heart)

เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น นอกจากสภาพร่างกายที่ค่อยๆ เสื่อมลงตามกาลเวลาแล้ว อีกหนึ่งโรคเกี่ยวกับตาที่พบได้บ่อยมากในผู้สูงอายุคือโรค “ต้อกระจก” ซึ่งเป็นโรคที่เลนส์ตาเกิดการขุ่นมัว เป็นเหตุให้แสงไม่สามารถส่องผ่านไปยังจอประสาทตาได้ ส่งผลกระทบต่อการมองเห็น ทำให้ผู้ป่วยเห็นภาพไม่ชัดเจน หรือมีอาการตามัว อย่างไรก็ตาม แม้ว่าโรคนี้จะไม่ทำให้เกิดอาการเจ็บหรือระคายเคือง แต่อาจส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันได้ โดยวันนี้เราจะพาทุกคนมาทำความรู้จักโรคนี้กันให้มากขึ้น พร้อมแนวทางการรักษา 



อาการของโรค ต้อกระจก 


  • มองเห็นสิ่งต่างๆ ไม่ชัด ภาพเบลอ สายตาพร่ามัว 

  • มองเห็นภาพซ้อน 

  • มองเห็นภาพมัว เหมือนมีหมอกบัง   

  • มองเห็นวงแหวนรอบแสงไฟ 

  • แพ้แสงจ้า มองเห็นภาพในที่สลัวได้ดีกว่า 

  • ระดับสายตามีปัญหา เช่น สายตาสั้นมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ต้องเปลี่ยนแว่นบ่อย 


ทั้งนี้ เมื่อต้อกระจกสุกจะมองเห็นเป็นจุดสีขาวตรงรูม่านตา ซึ่งจากเดิมจะเห็นเป็นสีดำ หากปล่อยทิ้งไว้นานจนไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้มีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมา เช่น ตาอักเสบ โรคต้อหิน มีอาการปวด ตาแดง และอาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นในที่สุดได้ 


สาเหตุของโรค ต้อกระจก 


ต้อกระจกนั้นเกิดจากความผิดปกติของโปรตีนซึ่งองค์ประกอบของเลนส์ตา ซึ่งเกิดจากการที่โปรตีนมีการสะสมกันเป็นกลุ่มปกคลุมพื้นที่ในบริเวณแก้วตา ทำให้เลนส์มีความขุ่นมัว ซึ่งเป็นโรคที่เกิดได้จากอายุที่เพิ่มมากขึ้น หรือบางรายอาจมีอาการของโรคแต่กำเนิด รวมถึงอาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้ ดังนี้ 


  • อุบัติเหตุที่กระทบต่อดวงตา 

  • การผ่าตัดรักษาโรคตาชนิดอื่น เช่น ตาอักเสบ ต้อหิน 

  • ปัญหาสุขภาพ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคอ้วน เป็นต้น 

  • การได้รับยากลุ่มสเตียรอยด์เป็นเวลานาน 

  • การได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตเป็นเวลานาน


การรักษาโรค ต้อกระจก  

โรคต้อกระจกในระยะแรกๆ นั้นสามารถบรรเทาได้ด้วยการเปลี่ยนแว่นตาใหม่รวมถึงใส่แว่นที่ช่วยกันแสงแดดสะท้อน อย่างไรก็ตาม เมื่ออาการของโรครุนแรงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แพทย์จะพิจารณาให้ทำการผ่าตัด ซึ่งมี 2 วิธีด้วยกัน คือ สลายต้อกระจกด้วยเครื่องสลายต้อ ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เนื่องจากแผลมีขนาดเล็กเพียง 3 มิลลิเมตร และอีกวิธีคือผ่าตัดต้อกระจกแบบเปิดแผลกว้าง ซึ่งเป็นวิธีดั้งเดิม เหมาะกับการรักษาต้อกระจกที่สุกและแข็งมากๆ โดยแพทย์จะเปิดแผลยาวประมาณ 10 มิลลิเมตรเพื่อเอาเลนส์แก้วที่เป็นต้อออก จากนั้นจึงใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไปแทนที่ 


ทั้งนี้ โรคต้อกระจกนั้นสามารถป้องกันได้ด้วยการตรวจสายตาเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป เพื่อลดความเสี่ยงการเผชิญกับอาการของโรคที่รุนแรง รวมถึงเลี่ยงการเผชิญแสงแดดโดยตรงด้วยการสวมแว่นกันแดด และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารที่มีคุณค่าของวิตามินอี วิตามินเอ และวิตามินซี เพื่อช่วยบำรุงสายตา 



หน้าหลักบล็อก