26
May
2021
ระบบตัวแทน คืออะไร แล้วมีข้อดี ข้อเสียอย่างไรบ้าง? Categories : สาระน่ารู้
0 <<<<< ให้คะแนน (Give Heart)
ระบบตัวแทน หรือระบบตัวแทนจำหน่ายนั้นคือ การที่บริษัทหรือผู้ผลิตหาตัวแทนมาจำหน่ายสินค้าให้อย่างเป็นระบบ โดยที่การทำระบบตัวแทนจำหน่ายนั้น มีอยู่ 2 รูปแบบ ก็คือ
การที่บริษัทหรือผู้ผลิตนั้น หาตัวแทนจำหน่าย เพื่อโปรโมทหรือหาลูกค้า โดยที่ไม่จำเป็นต้องสต๊อกสินค้า
การที่บริษัทหรือผู้ผลิตนั้นขายสินค้าแบบ “ขายขาด” ให้กับตัวแทน
ถ้าให้สรุปง่ายๆ ก็คือการที่เรามีตัวแทนจำหน่ายนั้น ก็คือการที่เรานำสินค้าของไปเราไปฝากขายโดยที่ ผู้คนเหล่านั้นอาจจะไม่ต้องสนใจของ การผลิต, การจัดเก็บ, การทำ Branding หรือการจัดส่ง โดยเขาเหล่านั้นเพียงแค่หาลูกค้าและเพิ่มช่องทางการขายสินค้าเท่านั้น
ซึ่งพอเราอธิบายมาแบบนี้แล้ว การทำ Dropship หรือระบบตัวแทนจำหน่ายนั้นแตกต่างจากการทำระบบขายส่งอย่างไร เพราะพอดูคร่าวๆ แล้วมันก็ไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่ ซึ่งบอกเลยว่าเดียวจะลองสรุปให้อ่านคร่าวๆ ว่าระบบตัวแทนเนี่ย มีข้อดีข้อเสียต่างจาก ธุรกิจขายส่งอย่างไรบ้าง
ข้อดีของระบบตัวแทนจำหน่าย
สัญญาผูกขาดที่ไม่ต้องกังวลเรื่องของการแข่งขันหรือการแย่งลูกค้าภายในกลุ่มตัวแทนจำหน่าย
ได้ราคาพิเศษหรือ promotion ที่สามารถทำกำไรได้มากกว่า ระบบขายส่ง
ตัวแทนสามารถสะสมยอดขายเพื่อแลกรางวัลได้
ตัวแทนสามารถได้รับสิทธิพิเศษถ้าหากสามารถสร้างรายได้เยอะขึ้น
ข้อเสียของระบบตัวแทนจำหน่าย
ตัวแทนจำหน่ายต้องใช้จำนวนพนักงานเพื่อให้เข้าถึงหรือสร้างฐานลูกค้า
ตัวแทนจำหน่ายอาจจะต้องพบเจอกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับยอดขายจากฝั่งบริษัทหรือผู้ผลิต
ซึ่งถ้ามองดูแล้วนั้น บอกเลยได้ว่าข้อดีกับข้อเสียนั้นนะ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลากหลายเช่น ประเภทของบริษัทหรือผู้ผลิต หรือ ประเภทของสินค้าที่เรารับมาขาย ซึ่งโดยสรุปแล้วนั้นถ้าหากใครมองหาโอกาสในการทำธุรกิจละก็บอกเลยว่า ตัวแทนจำหน่ายคืออีกหนึ่งทางเลือกที่เราสามรถทำเพื่อเพิ่มช่องทางการหาเงินหรือการขายของได้นั่นเอง

ระบบตัวแทน หรือระบบตัวแทนจำหน่ายนั้นคือ การที่บริษัทหรือผู้ผลิตหาตัวแทนมาจำหน่ายสินค้าให้อย่างเป็นระบบ โดยที่การทำระบบตัวแทนจำหน่ายนั้น มีอยู่ 2 รูปแบบ ก็คือ

  1. การที่บริษัทหรือผู้ผลิตนั้น หาตัวแทนจำหน่าย เพื่อโปรโมทหรือหาลูกค้า โดยที่ไม่จำเป็นต้องสต๊อกสินค้า
  2. การที่บริษัทหรือผู้ผลิตนั้นขายสินค้าแบบ “ขายขาด” ให้กับตัวแทน

ถ้าให้สรุปง่ายๆ ก็คือการที่เรามีตัวแทนจำหน่ายนั้น ก็คือการที่เรานำสินค้าของไปเราไปฝากขายโดยที่ ผู้คนเหล่านั้นอาจจะไม่ต้องสนใจของ การผลิต, การจัดเก็บ, การทำ Branding หรือการจัดส่ง โดยเขาเหล่านั้นเพียงแค่หาลูกค้าและเพิ่มช่องทางการขายสินค้าเท่านั้น

ซึ่งพอเราอธิบายมาแบบนี้แล้ว การทำ Dropship หรือระบบตัวแทนจำหน่ายนั้นแตกต่างจากการทำระบบขายส่งอย่างไร เพราะพอดูคร่าวๆ แล้วมันก็ไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่ ซึ่งบอกเลยว่าเดียวจะลองสรุปให้อ่านคร่าวๆ ว่าระบบตัวแทนเนี่ย มีข้อดีข้อเสียต่างจาก ธุรกิจขายส่งอย่างไรบ้าง

ข้อดีของระบบตัวแทนจำหน่าย

  1. สัญญาผูกขาดที่ไม่ต้องกังวลเรื่องของการแข่งขันหรือการแย่งลูกค้าภายในกลุ่มตัวแทนจำหน่าย
  2. ได้ราคาพิเศษหรือ promotion ที่สามารถทำกำไรได้มากกว่า ระบบขายส่ง
  3. ตัวแทนสามารถสะสมยอดขายเพื่อแลกรางวัลได้
  4. ตัวแทนสามารถได้รับสิทธิพิเศษถ้าหากสามารถสร้างรายได้เยอะขึ้น

ข้อเสียของระบบตัวแทนจำหน่าย

  1. ตัวแทนจำหน่ายต้องใช้จำนวนพนักงานเพื่อให้เข้าถึงหรือสร้างฐานลูกค้า
  2. ตัวแทนจำหน่ายอาจจะต้องพบเจอกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับยอดขายจากฝั่งบริษัทหรือผู้ผลิต

ซึ่งถ้ามองดูแล้วนั้น บอกเลยได้ว่าข้อดีกับข้อเสียนั้นนะ ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลากหลายเช่น ประเภทของบริษัทหรือผู้ผลิต หรือ ประเภทของสินค้าที่เรารับมาขาย ซึ่งโดยสรุปแล้วนั้นถ้าหากใครมองหาโอกาสในการทำธุรกิจละก็บอกเลยว่า ตัวแทนจำหน่ายคืออีกหนึ่งทางเลือกที่เราสามรถทำเพื่อเพิ่มช่องทางการหาเงินหรือการขายของได้นั่นเอง

Post to Facebook
กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
หน้าหลักบล็อก