29
May
2020
โรคท้องร่วง : อาการ สาเหตุ การรักษา Categories : โรคท้องร่วง
1 <<<<< ให้คะแนน (Give Heart)

โรคท้องร่วง : อาการ สาเหตุ การรักษา 
โรคท้องร่วง (Diarrhea) คือ โรคท้องเสียหรือ โรคอุจจาระร่วง หมายถึง การถ่ายอุจจาระเหลวเกิน 3 ครั้งขึ้นไป หรือถ่ายเหลวเป็นน้ำบ่อยเกินกว่า 1 ครั้ง หรือถ่ายเป็นมูกเลือด 1 ครั้งในหนึ่งวัน  ส่วนใหญ่มักพูดติดปากกันว่า ท้องร่วง ท้องเสีย ในบางครั้งผู้ป่วยอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ปวดบิดในท้อง อาเจียน ท้องอืด คลื่นไส้ 
อะไรคือสาเหตุของโรคท้องเสียหรือท้องร่วง
 สาเหตุของโรคท้องเสีย มีดังนี้:
การแพ้อาหาร ประเภทอาหารแลคโตส
การแพ้อาหาร
อาการข้างเคียงที่เกิดจากยา
การได้รับเชื้อไวรัส
การรับเชื้อแบคทีเรีย
โรคลำไส้
การได้รับเชื้อปรสิต
การผ่าตัดถุงน้ำดีหรือกระเพาะอาหาร
การได้รับเชื้อโรตาไวรัส (Rotavirus) ก็เป็นอีกสาเหตุของโรคท้องร่วงที่มักเกิดขึ้นกับเด็ก  การติดเชื้อแบคทีเรียที่เกิดจากเชื้อ Salmonella หรือ E. coli ก็มักพบได้บ่อยเช่นกัน
อาการท้องเสียเรื้อรังเป็นของโรคท้องร่วงที่รุนแรง เพราะจะส่งผลให้มีอาการลำไส้แปรปรวน หรืออาจก่อนเป็นโรคลำไส้อักเสบ หากเกิดอาการท้องเสียบ่อยและรุนแรง นั่นหมายถึงอาจเป็นสัญญาณของโรคลำไส้หรือการทำงานผิดปกติของลำไส้
ภาพรวมเกี่ยวกับโรคท้องร่วง
ลักษณะของโรคท้องร่วง คือ อาการท้องเสียหรือเรียกว่าท้องร่วง ถ่ายอุจจาระเหลว หรืออุจจาระออกมาเป็นน้ำ เป็นเวลาหลายครั้ง อาการของโรคท้องเสียสามารถหายได้ในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน และอาจจะหายไปได้เองโดยไม่ต้องได้รับการรักษาใดๆ โรคท้องเสียอาจเกิดขึ้นได้แบบเฉียบพลันหรือแบบเรื้อรัง 
อาการท้องร่วงเฉียบพลันสามารถเกิดขึ้นและจะหายไปในระยะเวลาประมาณ 2 วัน ผู้ป่วยโรคท้องเสียอาจเกิดจากสาเหตุการได้รับเชื้อวรัสหรือเชื้อแบคทีเรีย หรือเพราะอาหารเป็นพิษ  โรคท้องร่วงอาการจะเกิดขึ้นหลังจากเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อปรสิตเข้าสู่ร่างกาย โรคนี้มักเกิดขึ้นได้บ่อยกับทุกคน 
ท้องเสียเรื้อรังเกิดจากท้องร่วงเรื้อรังที่มีสาเหตุจากการติดเชื้อต่างๆ เช่น 
Bacteria เช่น Aeromanas,Campylobacter,Clostridium difficile,E.coli,Salmonella,Shigell
การติดเชื้อพยาธิ Cryptosporidium,Cyyclospora,Entamoeba histolytica,Gairdia,microsporidia
Virus norovirus rotavirus
การติดเชื้อที่ไม่ทราบสาเหตุ
ท้องร่วงเรื้อรังหมายถึงการที่มีถ่ายเหลววันละ 2-3 ครั้งเป็นเวลาติดต่อกันเป็นเวลา 2-4 สัปดาห์ จะมีอาการท้องร่วงเป็นระยะเวลาติดต่อกันอย่างน้อย 4 สัปดาห์ ซึ่งสาเหตุอาจมาจากผู้ป่วยเป็นจากโรคลำไส้  โรคเซลิแอค (Celiac Disease)  คือ โรคที่ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อกลูเตน ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในพืชจำพวกข้าวบารเลย์ ข้าวสาลี และข้าวไรย์ เมื่อรับประทานโปรตีนชนิดนี้จะกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยทำลายผนังลำไส้จนทำให้ลำไส้ไม่สามารถดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ ได้ เซลิแอค หรือ โรคโครห์น (Crohn's Disease ซึ่งเป็นความผิดปกติเรื้อรังของลำไส้ใหญ่ทำให้เกิดการระคายเคืองและทางเดินอาหารบวม
อาการโรคท้องร่วงมีอะไรบ้าง?
อาการของโรคท้องเสียมีหลายอาการ ซึ่งอาจมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นกับผู้ป่วยเพียงอย่างเดียว หรืออาจมีอาการหลายอย่ารวมกัน เช่น 
คลื่นไส้ อาเจียน
ปวดท้องบิด
ตะคริว
ท้องอืด
ร่างกายเสียน้ำ
เป็นไข้
เกิดอาการท้องเสียบ่อย
ถ่ายอุจจาระออกมามาก
หากมีอาการเหล่านี้ ควรได้รับการรักษาและปรึกษาแพทย์ทันที 
ภาวะร่างกายขาดน้ำและอาการท้องเสีย
อาการท้องเสียหรือท้องร่วง อาจทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่จะได้รับ และทำให้เสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ หากมีอาการเหล่านี้ควรได้รับการรักษาโดยทันที :
อ่อนเพลีย เมื่อยล้า
คอแห้ง กระหายน้ำ
หัวใจเต้นเร็ว
ปวดหัว (headache)
วิงเวียน
ปัสสาวะน้อยลง
ปากแห้ง
ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที หากมีอาการท้องเสียและร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำ 
โรคท้องร่วงในทารกและเด็กเล็ก 
หากเกิดอาการรุนแรงของโรคท้องร่วงในเด็ก หรือเด็กทารก อาจทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะขาดน้ำ ซึ้งอาจเกิดขึ้นหากร่างกายเด็กถ่ายเหลวเป็นน้ำ และทำให้ร่างกายขาดน้ำอย่างน้อย 1 วัน ควรรีบพบแพทย์โดยทันที หากเด็กในความดูแลมีอาการของโรคท้องร่วงดังนี้ : 
ปัสสาวะลดลง
ปากแห้ง
ปวดหัว
อ่อนเพลีย
ไม่มีน้ำตาเมื่อร้องไห้ 
ผิวแห้ง
เบ้าตาลึก
ง่วงนอน
วิตกกังวล หงุดหงิด
หากมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นเพิ่มเติมกับเด็กในความดูแล ควรรีบนำเด็กเข้าพบแพทย์โดยทันที 
ท้องเสียเป็นเวลามากกว่า 24 ชั่วโมงขึ้นไป
มีไข้สูงกว่า 39 ° C
มีอุจจาระที่มีเลือด
มีอุจจาระที่มีหนอง
อุจจาระมีสีดำและเหนียว
อาการเหล่านี้เป็นอาการฉุกเฉิน ต้องรีบนำเด็กเข้าพบแพทย์โดยทันที 
การวินิจฉัยโรคท้องร่วง
แพทย์จะทำการตรวจร่างกาย และพิจารณาจากประวัติการทานยาของผู้ป่วย และสอบถามถึงสาเหตุของโรคท้องร่วง ผู้ป่วยอาจได้รับการตรวจเลือดและตรวจปัสสาวะ เพื่อหาสาเหตุของโรคท้องร่วงร่วมด้วย 
การทดสอบเพื่อหาสาเหตุของโรคท้องร่วงมีดังนี้ : 
การงดอาหารเพื่อตรวจสอบ ว่าเป็นสาเหตุของการแพ้อาหารหรือไม่
การทดสอบภาพเพื่อตรวจสอบการอักเสบและความผิดปกติของโครงสร้างของลำไส้
การตรวจอุจจาระเพื่อตรวจหาแบคทีเรีย เชื้อปรสิต
การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่เพื่อดูอาการของโรคลำไส้
การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย เพื่อตรวจดูลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย เพื่อดูอาการของโรคลำไส้
หากมีอาการท้องเสียอย่างรุนแรง หรือมีอาการท้องเสียเรื้อรัง การตรวจลำไส้ใหญ่และลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย เป็น
วิธีการดูแลรักษาอาการท้องร่วง 
วิธีแก้อาการท้องเสียเบื้องต้น ผู้ป่วยจำเป็นต้องดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อรักษาอาการของภาวะขาดน้ำ หรือดื่มเครื่องดื่มประเภทเกลือแร่ เช่น เครื่องดื่มเกลือแร่ สำหรับนักกีฬา ในบางรายที่มีอาการรุนแรง อาจต้องได้รับน้ำทางสายน้ำเกลือหรือรับน้ำผ่านทางหลอดเลือดดำ หรืออาจรักษาด้วยการรับประทานยาประเภทปฏิชีวนะ  จำพวกยาแก้ท้องเสีย 
แพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยและรักษาตามระดับอาการของผู้ป่วย ตามระดับอาการดังนี้: 
ความรุนแรงของท้องเสียและอาการที่เกี่ยวข้อง
ความถี่ของการท้องเสียและอาการที่เกี่ยวข้อง
ระดับของภาวะร่างกายขาดน้ำ
สุขภาพของผู้ป่วย
ประวัติการรักษาของผู้ป่วย
อายุ
ความสามารถของร่างกายที่ทนต่ออาการ หรือยา
ท้องเสีย กินอะไรได้บ้าง?
อาหารอ่อนๆ ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม หรือโจ๊กร้อนๆ รสชาติจืดๆ 
โยเกิร์ตที่มีโปรไบรโอติก เพราะเชื้อแบคทีเรียตัวดี จะไปช่วยการทำงานของลำไส้
อาหารประเภทแบรทไดเอท (BRAT DIET) เช่น กล้วย แอปเปิ้ล รวมถึงขนมปังปิ้ง
อาหารไขมันต่ำ อาหารย่อยง่าย เช่นซุป 
ดื่มน้ำมะพร้าวเพราะมีเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกายในปริมาณสูง
การป้องกันโรคอุจจาร่างหรือท้องร่วง ทำได้อย่างไรบ้าง
ถึงแม้ว่าโรคท้องร่วงจะอาจเกิดจากหลายสาเหตุ แต่ก็สามารถป้องกันได้ง่ายๆ ดังนี้ :
ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคท้องร่วง ด้วยการรับประทานอาหารที่สะอาด ล้างวัตถุดับก่อนนำมาปรุงอาหารทุกครั้ง
ควรรับประทานอาหารที่สุกใหม่ทัน
หากมีอาหารเหลือทาน ควรนำเก็บแช่ในตู้เย็นทันที
ละลายอาหารแช่แข็งในตู้เย็นทุกครั้ง ก่อนนำมาทำอาหาร
การป้องกันอาการท้องเสียในระหว่างเดินทาง
เราสามารถป้องกันอาการท้องเสียในระหว่างเดินทางได้ หากจำเป็นต้องเดินทาง วิธีป้องกันมีดังนี้ : 
อาจปรึกษาวิธีการป้องกันจากแพทย์ หากสามารถรับประทานยาปฏิชีวนะได้ เมื่อจำเป็นต้องออกเดินทาง 
หลีกเลี่ยงการกินน้ำดื่มที่วางไว้ตามที่สาธารณะ หรือน้ำแข็งที่ดูแล้วไม่สะอาด
ควรดื่มน้ำที่บรรจุขวดอย่างปลอดภัย
กินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ 
การป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย
หากมีอาการท้องเสียที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย สามารถป้องกันการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นด้วยการล้างมือบ่อยๆ เมื่อล้างมือควรใช้สบู่ล้างมือและล้างเป็นเวลา 20 วินาที หากเป็นไปได้ควรใช้เจลแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือทุกครั้ง 
ลิ้งค์ด้านล่างเป็นแหล่งข้อมูลบทความของเรา
https://www.webmd.com/digestive-disorders/digestive-diseases-diarrhea 
https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/diarrhea/symptoms-caus es/syc-20352241  
https://my.clevelandclinic.org/health/diseases/4108-diarrhea 
https://www.niddk.nih.gov/health-information/digestive-diseases/diarrhea/symptoms-causes 
https://kidshealth.org/en/parents/diarrhea.html 

โรคท้องร่วง : อาการ สาเหตุ การรักษา 

 

โรคท้องร่วง (Diarrhea) คือ โรคท้องเสียหรือ โรคอุจจาระร่วง หมายถึง การถ่ายอุจจาระเหลวเกิน 3 ครั้งขึ้นไป หรือถ่ายเหลวเป็นน้ำบ่อยเกินกว่า 1 ครั้ง หรือถ่ายเป็นมูกเลือด 1 ครั้งในหนึ่งวัน  ส่วนใหญ่มักพูดติดปากกันว่า ท้องร่วง ท้องเสีย ในบางครั้งผู้ป่วยอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ปวดบิดในท้อง อาเจียน ท้องอืด คลื่นไส้ 

 

อะไรคือสาเหตุของโรคท้องเสียหรือท้องร่วง

 สาเหตุของโรคท้องเสีย มีดังนี้:

การแพ้อาหาร ประเภทอาหารแลคโตส

การแพ้อาหาร

อาการข้างเคียงที่เกิดจากยา

การได้รับเชื้อไวรัส

การรับเชื้อแบคทีเรีย

โรคลำไส้

การได้รับเชื้อปรสิต

การผ่าตัดถุงน้ำดีหรือกระเพาะอาหาร

 

การได้รับเชื้อโรตาไวรัส (Rotavirus) ก็เป็นอีกสาเหตุของโรคท้องร่วงที่มักเกิดขึ้นกับเด็ก  การติดเชื้อแบคทีเรียที่เกิดจากเชื้อ Salmonella หรือ E. coli ก็มักพบได้บ่อยเช่นกัน

 

อาการท้องเสียเรื้อรังเป็นของโรคท้องร่วงที่รุนแรง เพราะจะส่งผลให้มีอาการลำไส้แปรปรวน หรืออาจก่อนเป็นโรคลำไส้อักเสบ หากเกิดอาการท้องเสียบ่อยและรุนแรง นั่นหมายถึงอาจเป็นสัญญาณของโรคลำไส้หรือการทำงานผิดปกติของลำไส้

 

ภาพรวมเกี่ยวกับโรคท้องร่วง

ลักษณะของโรคท้องร่วง คือ อาการท้องเสียหรือเรียกว่าท้องร่วง ถ่ายอุจจาระเหลว หรืออุจจาระออกมาเป็นน้ำ เป็นเวลาหลายครั้ง อาการของโรคท้องเสียสามารถหายได้ในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน และอาจจะหายไปได้เองโดยไม่ต้องได้รับการรักษาใดๆ โรคท้องเสียอาจเกิดขึ้นได้แบบเฉียบพลันหรือแบบเรื้อรัง 

 

อาการท้องร่วงเฉียบพลันสามารถเกิดขึ้นและจะหายไปในระยะเวลาประมาณ 2 วัน ผู้ป่วยโรคท้องเสียอาจเกิดจากสาเหตุการได้รับเชื้อวรัสหรือเชื้อแบคทีเรีย หรือเพราะอาหารเป็นพิษ  โรคท้องร่วงอาการจะเกิดขึ้นหลังจากเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อปรสิตเข้าสู่ร่างกาย โรคนี้มักเกิดขึ้นได้บ่อยกับทุกคน 

 

ท้องเสียเรื้อรังเกิดจากท้องร่วงเรื้อรังที่มีสาเหตุจากการติดเชื้อต่างๆ เช่น 

Bacteria เช่น Aeromanas,Campylobacter,Clostridium difficile,E.coli,Salmonella,Shigell

การติดเชื้อพยาธิ Cryptosporidium,Cyyclospora,Entamoeba histolytica,Gairdia,microsporidia

Virus norovirus rotavirus

การติดเชื้อที่ไม่ทราบสาเหตุ

 

ท้องร่วงเรื้อรังหมายถึงการที่มีถ่ายเหลววันละ 2-3 ครั้งเป็นเวลาติดต่อกันเป็นเวลา 2-4 สัปดาห์ จะมีอาการท้องร่วงเป็นระยะเวลาติดต่อกันอย่างน้อย 4 สัปดาห์ ซึ่งสาเหตุอาจมาจากผู้ป่วยเป็นจากโรคลำไส้  โรคเซลิแอค (Celiac Disease)  คือ โรคที่ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อกลูเตน ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในพืชจำพวกข้าวบารเลย์ ข้าวสาลี และข้าวไรย์ เมื่อรับประทานโปรตีนชนิดนี้จะกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยทำลายผนังลำไส้จนทำให้ลำไส้ไม่สามารถดูดซึมสารอาหารต่าง ๆ ได้ เซลิแอค หรือ โรคโครห์น (Crohn's Disease ซึ่งเป็นความผิดปกติเรื้อรังของลำไส้ใหญ่ทำให้เกิดการระคายเคืองและทางเดินอาหารบวม

 

อาการโรคท้องร่วงมีอะไรบ้าง?

อาการของโรคท้องเสียมีหลายอาการ ซึ่งอาจมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นกับผู้ป่วยเพียงอย่างเดียว หรืออาจมีอาการหลายอย่ารวมกัน เช่น 

คลื่นไส้ อาเจียน

ปวดท้องบิด

ตะคริว

ท้องอืด

ร่างกายเสียน้ำ

เป็นไข้

เกิดอาการท้องเสียบ่อย

ถ่ายอุจจาระออกมามาก

หากมีอาการเหล่านี้ ควรได้รับการรักษาและปรึกษาแพทย์ทันที 

 

ภาวะร่างกายขาดน้ำและอาการท้องเสีย

อาการท้องเสียหรือท้องร่วง อาจทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่จะได้รับ และทำให้เสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ หากมีอาการเหล่านี้ควรได้รับการรักษาโดยทันที :

อ่อนเพลีย เมื่อยล้า

คอแห้ง กระหายน้ำ

หัวใจเต้นเร็ว

ปวดหัว (headache)

วิงเวียน

ปัสสาวะน้อยลง

ปากแห้ง

ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที หากมีอาการท้องเสียและร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำ 

 

โรคท้องร่วงในทารกและเด็กเล็ก 

หากเกิดอาการรุนแรงของโรคท้องร่วงในเด็ก หรือเด็กทารก อาจทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะขาดน้ำ ซึ้งอาจเกิดขึ้นหากร่างกายเด็กถ่ายเหลวเป็นน้ำ และทำให้ร่างกายขาดน้ำอย่างน้อย 1 วัน ควรรีบพบแพทย์โดยทันที หากเด็กในความดูแลมีอาการของโรคท้องร่วงดังนี้ : 

ปัสสาวะลดลง

ปากแห้ง

ปวดหัว

อ่อนเพลีย

ไม่มีน้ำตาเมื่อร้องไห้ 

ผิวแห้ง

เบ้าตาลึก

ง่วงนอน

วิตกกังวล หงุดหงิด

 

หากมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นเพิ่มเติมกับเด็กในความดูแล ควรรีบนำเด็กเข้าพบแพทย์โดยทันที 

ท้องเสียเป็นเวลามากกว่า 24 ชั่วโมงขึ้นไป

มีไข้สูงกว่า 39 ° C

มีอุจจาระที่มีเลือด

มีอุจจาระที่มีหนอง

อุจจาระมีสีดำและเหนียว

อาการเหล่านี้เป็นอาการฉุกเฉิน ต้องรีบนำเด็กเข้าพบแพทย์โดยทันที 

 

การวินิจฉัยโรคท้องร่วง

แพทย์จะทำการตรวจร่างกาย และพิจารณาจากประวัติการทานยาของผู้ป่วย และสอบถามถึงสาเหตุของโรคท้องร่วง ผู้ป่วยอาจได้รับการตรวจเลือดและตรวจปัสสาวะ เพื่อหาสาเหตุของโรคท้องร่วงร่วมด้วย 

 

การทดสอบเพื่อหาสาเหตุของโรคท้องร่วงมีดังนี้ : 

การงดอาหารเพื่อตรวจสอบ ว่าเป็นสาเหตุของการแพ้อาหารหรือไม่

การทดสอบภาพเพื่อตรวจสอบการอักเสบและความผิดปกติของโครงสร้างของลำไส้

การตรวจอุจจาระเพื่อตรวจหาแบคทีเรีย เชื้อปรสิต

การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่เพื่อดูอาการของโรคลำไส้

การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย เพื่อตรวจดูลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย เพื่อดูอาการของโรคลำไส้

หากมีอาการท้องเสียอย่างรุนแรง หรือมีอาการท้องเสียเรื้อรัง การตรวจลำไส้ใหญ่และลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย เป็น

 

วิธีการดูแลรักษาอาการท้องร่วง 

วิธีแก้อาการท้องเสียเบื้องต้น ผู้ป่วยจำเป็นต้องดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อรักษาอาการของภาวะขาดน้ำ หรือดื่มเครื่องดื่มประเภทเกลือแร่ เช่น เครื่องดื่มเกลือแร่ สำหรับนักกีฬา ในบางรายที่มีอาการรุนแรง อาจต้องได้รับน้ำทางสายน้ำเกลือหรือรับน้ำผ่านทางหลอดเลือดดำ หรืออาจรักษาด้วยการรับประทานยาประเภทปฏิชีวนะ  จำพวกยาแก้ท้องเสีย 

 

แพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยและรักษาตามระดับอาการของผู้ป่วย ตามระดับอาการดังนี้: 

ความรุนแรงของท้องเสียและอาการที่เกี่ยวข้อง

ความถี่ของการท้องเสียและอาการที่เกี่ยวข้อง

ระดับของภาวะร่างกายขาดน้ำ

สุขภาพของผู้ป่วย

ประวัติการรักษาของผู้ป่วย

อายุ

ความสามารถของร่างกายที่ทนต่ออาการ หรือยา

ท้องเสีย กินอะไรได้บ้าง?

อาหารอ่อนๆ ย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม หรือโจ๊กร้อนๆ รสชาติจืดๆ 

โยเกิร์ตที่มีโปรไบรโอติก เพราะเชื้อแบคทีเรียตัวดี จะไปช่วยการทำงานของลำไส้

อาหารประเภทแบรทไดเอท (BRAT DIET) เช่น กล้วย แอปเปิ้ล รวมถึงขนมปังปิ้ง

อาหารไขมันต่ำ อาหารย่อยง่าย เช่นซุป 

ดื่มน้ำมะพร้าวเพราะมีเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกายในปริมาณสูง

 

การป้องกันโรคอุจจาร่างหรือท้องร่วง ทำได้อย่างไรบ้าง

 

ถึงแม้ว่าโรคท้องร่วงจะอาจเกิดจากหลายสาเหตุ แต่ก็สามารถป้องกันได้ง่ายๆ ดังนี้ :

ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคท้องร่วง ด้วยการรับประทานอาหารที่สะอาด ล้างวัตถุดับก่อนนำมาปรุงอาหารทุกครั้ง

ควรรับประทานอาหารที่สุกใหม่ทัน

หากมีอาหารเหลือทาน ควรนำเก็บแช่ในตู้เย็นทันที

ละลายอาหารแช่แข็งในตู้เย็นทุกครั้ง ก่อนนำมาทำอาหาร

การป้องกันอาการท้องเสียในระหว่างเดินทาง

เราสามารถป้องกันอาการท้องเสียในระหว่างเดินทางได้ หากจำเป็นต้องเดินทาง วิธีป้องกันมีดังนี้ : 

อาจปรึกษาวิธีการป้องกันจากแพทย์ หากสามารถรับประทานยาปฏิชีวนะได้ เมื่อจำเป็นต้องออกเดินทาง 

หลีกเลี่ยงการกินน้ำดื่มที่วางไว้ตามที่สาธารณะ หรือน้ำแข็งที่ดูแล้วไม่สะอาด

ควรดื่มน้ำที่บรรจุขวดอย่างปลอดภัย

กินอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆ 

การป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย

หากมีอาการท้องเสียที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย สามารถป้องกันการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นด้วยการล้างมือบ่อยๆ เมื่อล้างมือควรใช้สบู่ล้างมือและล้างเป็นเวลา 20 วินาที หากเป็นไปได้ควรใช้เจลแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือทุกครั้ง 

 

ลิ้งค์ด้านล่างเป็นแหล่งข้อมูลบทความของเรา

https://kidshealth.org/en/parents/diarrhea.html

 

โรคท้องร่วง,การแพ้อาหาร,โรคลำไส้
Post to Facebook
กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
หน้าหลักบล็อก