Editor's talk

ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันจากการกระแทก

Editor's talk ก่อนหน้า
19
Mar
2020
ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันจากการกระแทก Categories : สุขภาพ
0 <<<<< ให้คะแนน (Give Heart)

ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันจากการกระแทก (Commotio Cordis) อาจเป็นประโยคเด็ดของมิตรคุณหมอท่านหนึ่งจากหนังสือสุดฮิต ขายดีของเขา แต่คนไข้ที่ผมเจอนั้น แต่ละคนนี่ ยิ่งกว่าเชื่อ เหนือกว่า คำบรรยายขึ้นไปอีก ในปี 2554 ที่เมืองวินสโลว์ รัฐแอริโซนา ในสหรัฐอเมริกา มีการแข่งขันลีกเบสบอลรุ่นเยาว์ มีเด็กๆ จากหลายๆ ที่มาแข่งขันกัน ในระหว่างการแข่งขันนั้น เด็กชายวัย 13 ปื ถือไม้เบสบอลเตรียมรับ การขว้างจากฝ่ายตรงข้าม พ่อแม่ของเขานั่งอยู่ตรงที่นั่งคนดูรอชม การหวดลูกของลูกชาย เมื่อคู่แข่งขว้างลูกออกมา เขาเปลี่ยนท่าจับไม้ มาถือขวางไว้ตรงหน้าอก เพื่อจะทำการบันท์ให้ลูกกระแทกไม้โดย ไม่ต้องตี และเตรียมพุ่งตัวไปที่เบสที่หนึ่ง แต่ลูกเบสบอลพุ่งผ่านไม้ที่เขาถือไว้ กระแทกเข้าไปที่หน้าอก เด็กชายพุ่งตัวไปที่เบสหนึ่งตามที่ตั้งใจ เขาวิ่งไปได้สองก้าว จากนั้น ล้มลง และหัวใจหยุดเต้น เช้าวันรุ่งขึ้น เขาก็เสียชีวิตลงที่โรงพยาบาล สิ่งนี้เรียกกันว่า commotion cordis หรือ ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันจากการกระแทกครับ นานๆ ครั้งเราจะได้ยินข่าวว่านักกีฬาหรือคนที่กำลังเล่นกีฬาเสียชีวิต จากขณะที่กำลังเล่นกีฬากันอยู่บางครั้งเกิดในคนที่อายุน้อยและก่อนจะ เสียชีวิตก็แค่ถูกกระแทกเข้าที่หน้าอกแบบที่ดูแล้วไม่ได้รุนแรงอะไร มากมายเลยเช่นถูกลูกเบสบอลกระแทกหน้าอก หรือถูกหมัดต่อยเข้าที่ หน้าอกเฉยๆ หัวใจของคนเราเป็นอวัยวะที่ทำงานด้วยการปล่อยกระแสไฟฟ้า อ่อนๆ ออกมา กระแสไฟฟ้านั้นจะวิ่งไปตามเส้นทางที่เหมือนกับสายไฟ ในหัวใจ เมื่อไฟฟ้าไปถึง กล้ามเนื้อนั้นๆ ก็จะทำการหดตัวเพื่อบีบเลือด ให้ไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งหากมีไฟฟ้าเข้ามารบกวนการทำงาน ของหัวใจ เช่น การโดนไฟดูดไฟช็อต ก็จะรบกวนการทำงานของ หัวใจ ถ้ารบกวนน้อยๆ ก็อาจจะเกิดการเต้นผิดจังหวะแบบไม่รุนแรง แล้วร่างกายจะปรับตัวจนหายเอง แต่ถ้ารบกวนการทำงานมากๆ ก็จะ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจหยุดเต้นเสียชีวิตได้ ที่นี้การเกิดกระแสไฟฟ้าสามารถเกิดได้จากการรับกระแสไฟฟ้า จากแหล่งกำเนิดภายนอก หรือกระแสไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจากการกระแทก ที่หน้าอก ซึ่งเจ้าแบบหลังนี่ ถ้าแรงกระแทกแรงเพียงพอ ตำแหน่งพอดี และจังหวะที่กระแทกถูกต้อง หัวใจจะหยุดเต้นได้ โดยมีการวิจัยเอาหมู มาทดสอบยิงวัตถุใส่หน้าอกด้วยความเร็ว ความแรง และตำแหน่งเวลา ต่างๆ กัน ก็พบว่าตำแหน่งที่สามารถทำให้หัวใจหยุดเต้นได้คือหน้าอก ส่วนที่อยู่สูงกว่าหัวใจเล็กน้อย ความแรงต้องพอสมควร (แต่ก็ได้หมด ทั้งพวกลูกเบสบอล ลูกฮอกกี้น้ำแข็ง หรือแม้แต่หมัดและเท้า) และจังหวะ ที่กระแทก ต้องอยู่ในช่วงที่คลื่นไฟฟ้าหัวใจอยู่ที่ตำแหน่ง T wave คือหัวใจจะมีจุดสั่งการทำหน้าที่ปล่อยไฟฟ้าเป็นระยะซึ่งจะอยู่ที่ ตำแหน่ง P wave แล้วเมื่อไฟฟ้าลงมาเรื่อยๆ ก็จะเกิดภาพเป็นหยักๆ (หัวใจบีบตัว) แล้วจบด้วย T wave ก่อนที่จะมีการปล่อย P wave อีกครั้ง หนึ่ง การกระแทกที่จังหวะเวลาอื่นๆ ไม่ค่อยมีอะไร แต่ถ้าการกระแทก มาตกอยู่ตรงช่วง T wave พอดี จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า Ventricular Fribrillation หรือหัวใจเต้นสั่นพลิ้ว ทำให้ P wave ตัวถัดไปไม่สามารถส่งต่อลงมาได้ ซึ่งก่อนจะหยุดเต้นผู้ป่วยอาจจะยังพอรู้สึกตัว ดังนั้นเราก็จะเห็นว่าเขา สามารถวิ่งต่อไปได้อีก 1-2 วินาทีก่อนที่จะทรุดล้มลง ภาวะนี้ป้องกันยากอยู่ เพราะปกติการกระแทกที่หน้าอก ตรงนี้ไม่ใช่สิ่งที่ตั้งใจในการเล่นกีฬาอยู่แล้ว มีความพยายามให้ใส่ เครื่องป้องกันที่หน้าอก ... แต่ถ้าใครได้ลองดูคลิปตอนที่ Chris Pronger นักฮอกกี้น้ำแข็งถูกลูกฮอกกี้กระแทกก็จะเห็นว่าเขาก็ใส่ชุดป้องกันอยู่ ดังนั้นก็คงต้องบอกว่าป้องกันยากครับ การรักษาที่ทำได้คือ ต้องรีบนวดหัวใจและรีบไปนำเครื่องช็อต ไฟฟ้าหัวใจมาทำการช็อตกระตุ้นเพื่อ Reset ให้หัวใจกลับมาทำงาน ตามเดิม หากมัวรอรถพยาบาลหรืออุ้มขึ้นรถพาไปส่งโรงพยาบาลโดย ไม่ทำการปั๊มหัวใจตั้งแต่แรก ส่วนใหญ่ก็จะเสียชีวิต

สนับสนุนบทความสาระความรู้โดย https://www.finslot.com/
                                              เว็บ สล็อตออนไลน์ Finslo

สนับสนุนบทความสาระความรู้โดย https://www.finslot.com/

                                              เว็บ สล็อตออนไลน์ Finslot

 

 

 

ประเภทของโรค : โรคหัวใจ พบได้ : น้อยมาก แต่มาแบบไม่ทันตั้งตัว รักษา : ส่วนใหญ่จะเสียชีวิต แต่โอกาสรอดชีวิตจะเพิ่มขึ้น หากมีคนปั๊มหัวใจทันที และเพิ่มขึ้นมากหากมีเครื่องกระตุ้นหัวใจ ด้วยไฟฟ้า

 

สุขภาพ
Post to Facebook
กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
หน้าหลักบล็อก