20
Nov
2019
เรื่องที่สาวๆต้องรู้ThinPrep Pap Test นวัตกรรมตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก Categories : สุขภาพ
0 <<<<< ให้คะแนน (Give Heart)

 

ข้อมูลที่ได้รับมาจากสถาบันโรคมะเร็งแห่งชาติระบุว่า โรคมะเร็งปากมดลูก (Cervical cancer) เป็นโรคมะเร็งที่มักพบเป็นชั้น 2 ของหญิงไทย รองจากมะเร็งเต้านม (พุทธศักราช 2558) ด้วยเหตุดังกล่าวการ[url=https://www.honestdocs.co/thin-prep-cervical-cancer-screening][b][i]ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมด[/i][/b][/url]ลูกก็เลยเป็นแนวทางที่เยี่ยมที่สุดที่จะทำให้รู้ว่าเป็นโรคนี้ตั้งแต่เนิ่นๆเพื่อทำการรักษาอย่างทันท่วงที และไม่สิ้นเปลืองค่าครองชีพมากเท่ารักษามะเร็งปากมดลูกระยะขยาย
[b] [/b]
วิธีตรวจคัดเลือกกรองที่รู้จักกันดี เช่น การตรวจแปปสเมียร์ (Pap smear test) ซึ่งเป็นการตรวจดูเซลล์ผิดปกติที่อาจเปลี่ยนเป็นเซลล์ของมะเร็งต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม การตรวจแปปสเมียร์นั้นสามารถให้ผลลบลวงได้ เนื่องจากบางคราวตัวอย่างสิ่งส่งไปตรวจอาจซ้อนทับกัน มีเลือด หรือมูกแปดเปื้อน ทำให้เมื่อส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์แล้วมองไม่เห็นความเปลี่ยนไปจากปกติ
[b][img]https://i.postimg.cc/85KZZ8xK/cervical-cancer-screening.jpg[/img][br][/b]
ปัจจุบันมีวิธีตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกโดยเก็บตัวอย่างเซลล์ด้วยของเหลว (Liquid-based cytology: LBC) หรือที่รู้จักกันในชื่อ ตินแพร็พ แป๊บ เทสต์ (ThinPrep Pap Test หรือ Cy-Prep) เรียกตามแบรนด์น้ำยาที่ใช้ตรวจ แนวทางแบบนี้สามารถเก็บตัวอย่างเซลล์ได้มากขึ้น ชัดขึ้น ทำให้สามารถค้นหาเซลล์มะเร็งระยะเริ่มต้นเริ่มได้ดีกว่าการตรวจแปปสเมียร์แบบเริ่มแรกถึง 65%
[b] [/b]
ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1996 (พ.ศ. 2539) การตรวจ ThinPrep Pap Test ก็ได้รับการยืนยันจากองค์การอาหารและยาแห่งอเมริกาว่า เป็นการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกแบบมาตรฐานอีกแนวทางหนึ่ง นอกเหนือจากการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยแนวทางแปปสเมียร์ดั้งเดิม
[b] [/b]
[b][size=18pt][b][i]กรรมวิธีตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกแบบ ThinPrep Pap Test[/i][/b][/size][/b]
การตรวจ ThinPrep Pap Test มีขั้นตอนดังต่อไปนี้
[b] [/b]
[*]หมอใช้แปรงขนาดเล็กเก็บเซลล์รอบๆปากมดลูกของคนรับการตรวจ
[*]ถอดหัวของแปรงใส่ลงในน้ำยารักษาสภาพเซลล์ ซึ่งจะก่อให้ได้ตัวอย่างเซลล์ครบ
[*]นำเข้าเครื่องจัดแจงเซลล์บนสไลด์อัตโนมัติ แนวทางการนี้จะมีการกำจัดสิ่งปนเปื้อนต่างๆเป็นต้นว่า มูก เลือด และทำให้เซลล์กระจายเหมาะเจาะ เรียงหน้าอย่างสม่ำเสมอ ไม่ซ้อนทับหนาแน่นเกินไป
[*]หมอกระทำการวิเคราะห์ตัวอย่างเซลล์
[*]แปลผลการตรวจ
[b][size=16pt][b][i]ตรวจนานหรือเปล่า นานเพียงใดถึงรู้ผล?[/i][/b][/size][/b]
[*]ใช้เวลาตรวจโดยประมาณ 15-20 นาที แล้วก็ทราบผลภายใน 3 อาทิตย์ข้างหลังวันเก็บตัวอย่างเซลล์
[b] [/b]
[b][size=16pt][b][i]ข้อดีของการตรวจ ThinPrep Pap Test เทียบกับการตรวจแปปสเมียร์ดั้งเดิม[/i][/b][/size][/b]
ความจริงแล้วทั้งยังการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกแบบแปปสเมียร์และก็แบบ LBC หรือที่รู้จักกันในชื่อ ThinPrep Pap Test นั้นเป็นการตรวจที่เป็นมาตรฐาน แต่การตรวจแบบข้างหลังเป็นแนวทางที่ใหม่กว่า และมีข้อที่เหนือกว่าการตรวจคัดเลือกกรองแบบแปปสเมียร์ดังนี้
[b] [/b]
[*]เก็บตัวอย่างเซลล์ได้มากกว่า ลดปัญหาการเก็บตัวอย่างมาไม่เพียงพอสำหรับตรวจพินิจพิจารณา
[*]ในกระบวนการตรวจ มูกรวมทั้งเลือดจะถูกกำจัดออกไป ลดปัญหาสิ่งบังเซลล์ ทำให้มองเห็นแบบอย่างเซลล์แจ้งชัดขึ้น
[*]ลดอัตราการเกิดผลลบลวง
[*]นักเซลล์วิทยาใช้เวลาแปลผลสั้นกว่า
[*]สามารถนำสิ่งส่งไปตรวจที่เป็นของเหลวไปตรวจค้นเชื้อ HPV ต่อได้ ไม่ต้องเก็บตัวอย่างซ้ำ
[b] [/b]
[b][size=16pt][b][i]ข้อผิดพลาดของการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกแบบ ThinPrep Pap Test[/i][/b][/size][/b]
[*]ค่าครองชีพสำหรับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกวิธีแบบนี้สูงขึ้นมากยิ่งกว่าการตรวจแปปสเมียร์แบบดั้งเดิม
[b] [/b]
[b][size=16pt][b][i]ควรจะเริ่มตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเมื่ออายุเท่าไร บ่อยมากเพียงใด?[/i][/b][/size][/b]
สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เสนอแนะการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยแนวทางตรวจเซลล์วิทยา ทั้งยังแบบแปปสเมียร์ดั้งเดิมและ Liquid-based cytology ดังนี้
[b] [/b]
[*]ควรเริ่มตรวจเมื่ออายุ 30 ปี แล้วก็ตรวจซ้ำทุกๆ2-3 ปี
[*]ถ้าตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกแล้วไม่พบความเปลี่ยนไปจากปกติต่อเนื่องกัน 3 ครั้ง ไม่มีรอยโรคที่ปากมดลูกในระยะก่อนเป็นโรคมะเร็ง (Cervical Intraepithelial Neoplasia: CIN) ไม่มีประวัติได้รับการดูแลและรักษาโรคมะเร็งปากมดลูก และไม่มีภาวะภูมิต้านทานบกพร่อง บางทีอาจเว้นระยะการตรวจซ้ำออกเป็นทุกๆ3-5 ปี
[*]หญิงที่แก่กว่า 65 ปี ที่ 10 ก่อนหน้านั้นตรวจไม่พบความผิดปกติอะไรก็แล้วแต่แล้วก็ผลตรวจไม่เจอความไม่ปกติติดต่อกัน 3 ครั้ง สามารถหยุดตรวจได้ ละเว้นว่ายังมีเพศสัมพันธ์หรือมีคู่รักคนไม่ใช่น้อย ควรตรวจคัดกรองถัดไปตามปกติ
[*]เพศหญิงที่ตรวจเจอว่ามีภาวการณ์ภูมิต้านทานผิดพลาด (Severe combined immunodeficiency disease: SCID) ใน 1 ปีแรกควรรับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกทุก 6 เดือน ต่อจากนั้นควรตรวจคัดกรองปีละ 1 ครั้ง
[*]เพศหญิงที่ตัดมดลูกพร้อมกับปากมดลูกออกแล้ว และไม่มีประวัติเป็นมะเร็งปากมดลูก ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตรวจคัดเลือกกรอง (แม้กระนั้นควรรับการตรวจภายในเพื่อหาโรคทางนรีเวชอื่นๆ)
[*]ผู้หญิงที่เคยรักษาโรคมะเร็งปากมดลูก หรือรอยโรคก่อนโรคมะเร็งปากมดลูก ยังคงมีความเสี่ยงสูงต่อการกลับเป็นซ้ำ ควรต้องตรวจติดตามตามความถี่ที่หมอกำหนด และตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกทุกปีกระทั่งครบ 20 ปี
[b] [/b]
[b][size=18pt][b][i]คนไหนบ้างเป็นกรุ๊ปเสี่ยงที่ควรจะตรวจ[/i][/b][/size][/b]
คนที่อยู่ในกรุ๊ปเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก มีดังนี้
[b] [/b]
[*]สตรีที่ร่วมเพศตั้งแต่อายุยังน้อย
[*]หญิงทั่วไปที่มีเพศสัมพันธ์
[*]ผู้หญิงที่มีคู่นอนผู้คนจำนวนมาก หรือมีเซ็กส์กับชายที่มีคู่รักคนจำนวนไม่น้อย
[*]ผู้หญิงที่ไม่เคยร่วมเพศ ควรจะเริ่มตรวจเมื่ออายุ 35 ปีขึ้นไป
[*]หญิงที่มีความประพฤติ หรือโรคประจำตัวที่ทำให้ภูมิต้านทานต่ำ เป็นต้นว่า สูบบุหรี่ เป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง อื่นๆอีกมากมาย
[*]ผู้หญิงที่มีตกขาวเปลี่ยนไปจากปกติ หรือมีเลือดออกเปลี่ยนไปจากปกติ
[*]ผุ้หญิงที่เว้นว่างการตรวจมาระยะหนึ่ง
[*]ผู้หญิงวัยหมดระดู
[b] [/b]
[b][size=16pt][b][i]เตรียมตัวยังไง ก่อนตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก[/i][/b][/size][/b]
มีข้อแนะนำรวมทั้งข้อบังคับที่คุณควรจะรู้ เพื่อการตรวจเป็นไปอย่างง่ายดายแล้วก็ให้ผลแม่นที่สุด ดังต่อไปนี้
[b] [/b]
[*]ควรจะตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในตอนที่ไม่มีประจำเดือน หรือตรวจตอน 5-7 คราวหน้ารอบเดือนหมด
[*]ห้ามใช้ยาเหน็บช่องคลอด ครีม เจลหล่อลื่น หรือยาที่ใข้เพื่อการฆ่าเชื้อน้ำเชื้อในช่องคลอด ก่อนจะมีการตรวจ 48 ชั่วโมง
[*]ห้ามสวนล้างช่องคลอด หรือร่วมเพศก่อนจะมีการตรวจ 48 ชั่วโมง
[b] [/b]
[b][size=14pt][b][i]พึ่งร่วมเพศ สามารถตรวจคัดเลือกกรองแบบ ThinPrep ได้ไหม?[/i][/b][/size][/b]
[*]ห้ามร่วมเพศก่อนการตรวจ 48 ชั่วโมง
[b] [/b]
[b][i]เคยฉีดวัคซีน HPV แล้ว ยังจำเป็นจะต้องตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกหรือไม่?[/i][/b]
[*]ควรจะตรวจ เพราะเหตุว่าวัคซีนไม่สามารถคุ้มครองป้องกันเชื้อไวรัส HPV ที่นำไปสู่มะเร็งปากมดลูกได้ทุกสายพันธ์ุ
[b] [/b]
โรคมะเร็งปากมดลูกแม้จะเป็นโรคร้าย แต่ว่าสามารถรักษาให้หายสนิทได้ ถ้าหากตรวจพบเร็วตั้งแต่ระยะเริ่มแรก หญิงทุกคนจึงต้องควรเข้ารับการตรวจมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอเพื่อแน่ใจว่าปลอดภัยจากโรคนี้แน่
[b][br]ขอบคุณบทความจาก [url=https://www.honestdocs.co/thin-prep-cervical-cancer-screening]https://www.honestdocs.co/thin-prep-cervical-cancer-screening[/url][/b]
Tags :  ช่องคลอด

ข้อมูลที่ได้รับมาจากสถาบันโรคมะเร็งแห่งชาติระบุว่า โรคมะเร็งปากมดลูก (Cervical cancer) เป็นโรคมะเร็งที่มักพบเป็นชั้น 2 ของหญิงไทย รองจากมะเร็งเต้านม (พุทธศักราช 2558) ด้วยเหตุดังกล่าวการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกก็เลยเป็นแนวทางที่เยี่ยมที่สุดที่จะทำให้รู้ว่าเป็นโรคนี้ตั้งแต่เนิ่นๆเพื่อทำการรักษาอย่างทันท่วงที และไม่สิ้นเปลืองค่าครองชีพมากเท่ารักษามะเร็งปากมดลูกระยะขยาย

 

วิธีตรวจคัดเลือกกรองที่รู้จักกันดี เช่น การตรวจแปปสเมียร์ (Pap smear test) ซึ่งเป็นการตรวจดูเซลล์ผิดปกติที่อาจเปลี่ยนเป็นเซลล์ของมะเร็งต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม การตรวจแปปสเมียร์นั้นสามารถให้ผลลบลวงได้ เนื่องจากบางคราวตัวอย่างสิ่งส่งไปตรวจอาจซ้อนทับกัน มีเลือด หรือมูกแปดเปื้อน ทำให้เมื่อส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์แล้วมองไม่เห็นความเปลี่ยนไปจากปกติ

ปัจจุบันมีวิธีตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกโดยเก็บตัวอย่างเซลล์ด้วยของเหลว (Liquid-based cytology: LBC) หรือที่รู้จักกันในชื่อ ตินแพร็พ แป๊บ เทสต์ (ThinPrep Pap Test หรือ Cy-Prep) เรียกตามแบรนด์น้ำยาที่ใช้ตรวจ แนวทางแบบนี้สามารถเก็บตัวอย่างเซลล์ได้มากขึ้น ชัดขึ้น ทำให้สามารถค้นหาเซลล์มะเร็งระยะเริ่มต้นเริ่มได้ดีกว่าการตรวจแปปสเมียร์แบบเริ่มแรกถึง 65%

 

ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1996 (พ.ศ. 2539) การตรวจ ThinPrep Pap Test ก็ได้รับการยืนยันจากองค์การอาหารและยาแห่งอเมริกาว่า เป็นการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกแบบมาตรฐานอีกแนวทางหนึ่ง นอกเหนือจากการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยแนวทางแปปสเมียร์ดั้งเดิม

 

กรรมวิธีตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกแบบ ThinPrep Pap Test

การตรวจ ThinPrep Pap Test มีขั้นตอนดังต่อไปนี้

 

* หมอใช้แปรงขนาดเล็กเก็บเซลล์รอบๆปากมดลูกของคนรับการตรวจ

* ถอดหัวของแปรงใส่ลงในน้ำยารักษาสภาพเซลล์ ซึ่งจะก่อให้ได้ตัวอย่างเซลล์ครบ

* นำเข้าเครื่องจัดแจงเซลล์บนสไลด์อัตโนมัติ แนวทางการนี้จะมีการกำจัดสิ่งปนเปื้อนต่างๆเป็นต้นว่า มูก เลือด และทำให้เซลล์กระจายเหมาะเจาะ เรียงหน้าอย่างสม่ำเสมอ ไม่ซ้อนทับหนาแน่นเกินไป

* หมอกระทำการวิเคราะห์ตัวอย่างเซลล์

* แปลผลการตรวจ

 

ตรวจนานหรือเปล่า นานเพียงใดถึงรู้ผล?

 

* ใช้เวลาตรวจโดยประมาณ 15-20 นาที แล้วก็ทราบผลภายใน 3 อาทิตย์ข้างหลังวันเก็บตัวอย่างเซลล์

 

ข้อดีของการตรวจ ThinPrep Pap Test เทียบกับการตรวจแปปสเมียร์ดั้งเดิม

ความจริงแล้วทั้งยังการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกแบบแปปสเมียร์และก็แบบ LBC หรือที่รู้จักกันในชื่อ ThinPrep Pap Test นั้นเป็นการตรวจที่เป็นมาตรฐาน แต่การตรวจแบบข้างหลังเป็นแนวทางที่ใหม่กว่า และมีข้อที่เหนือกว่าการตรวจคัดเลือกกรองแบบแปปสเมียร์ดังนี้

 

* เก็บตัวอย่างเซลล์ได้มากกว่า ลดปัญหาการเก็บตัวอย่างมาไม่เพียงพอสำหรับตรวจพินิจพิจารณา

* ในกระบวนการตรวจ มูกรวมทั้งเลือดจะถูกกำจัดออกไป ลดปัญหาสิ่งบังเซลล์ ทำให้มองเห็นแบบอย่างเซลล์แจ้งชัดขึ้น

* ลดอัตราการเกิดผลลบลวง

* นักเซลล์วิทยาใช้เวลาแปลผลสั้นกว่า

* สามารถนำสิ่งส่งไปตรวจที่เป็นของเหลวไปตรวจค้นเชื้อ HPV ต่อได้ ไม่ต้องเก็บตัวอย่างซ้ำ

 

ข้อผิดพลาดของการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกแบบ ThinPrep Pap Test

* ค่าครองชีพสำหรับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกวิธีแบบนี้สูงขึ้นมากยิ่งกว่าการตรวจแปปสเมียร์แบบดั้งเดิม

 

ควรจะเริ่มตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกเมื่ออายุเท่าไร บ่อยมากเพียงใด?

สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เสนอแนะการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยแนวทางตรวจเซลล์วิทยา ทั้งยังแบบแปปสเมียร์ดั้งเดิมและ Liquid-based cytology ดังนี้

 

* ควรเริ่มตรวจเมื่ออายุ 30 ปี แล้วก็ตรวจซ้ำทุกๆ2-3 ปี

* ถ้าตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกแล้วไม่พบความเปลี่ยนไปจากปกติต่อเนื่องกัน 3 ครั้ง ไม่มีรอยโรคที่ปากมดลูกในระยะก่อนเป็นโรคมะเร็ง (Cervical Intraepithelial Neoplasia: CIN) ไม่มีประวัติได้รับการดูแลและรักษาโรคมะเร็งปากมดลูก และไม่มีภาวะภูมิต้านทานบกพร่อง บางทีอาจเว้นระยะการตรวจซ้ำออกเป็นทุกๆ3-5 ปี

* หญิงที่แก่กว่า 65 ปี ที่ 10 ก่อนหน้านั้นตรวจไม่พบความผิดปกติอะไรก็แล้วแต่แล้วก็ผลตรวจไม่เจอความไม่ปกติติดต่อกัน 3 ครั้ง สามารถหยุดตรวจได้ ละเว้นว่ายังมีเพศสัมพันธ์หรือมีคู่รักคนไม่ใช่น้อย ควรตรวจคัดกรองถัดไปตามปกติ

* เพศหญิงที่ตรวจเจอว่ามีภาวการณ์ภูมิต้านทานผิดพลาด (Severe combined immunodeficiency disease: SCID) ใน 1 ปีแรกควรรับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกทุก 6 เดือน ต่อจากนั้นควรตรวจคัดกรองปีละ 1 ครั้ง

* เพศหญิงที่ตัดมดลูกพร้อมกับปากมดลูกออกแล้ว และไม่มีประวัติเป็นมะเร็งปากมดลูก ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตรวจคัดเลือกกรอง (แม้กระนั้นควรรับการตรวจภายในเพื่อหาโรคทางนรีเวชอื่นๆ)

* ผู้หญิงที่เคยรักษาโรคมะเร็งปากมดลูก หรือรอยโรคก่อนโรคมะเร็งปากมดลูก ยังคงมีความเสี่ยงสูงต่อการกลับเป็นซ้ำ ควรต้องตรวจติดตามตามความถี่ที่หมอกำหนด และตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกทุกปีกระทั่งครบ 20 ปี

 

คนไหนบ้างเป็นกรุ๊ปเสี่ยงที่ควรจะตรวจ

คนที่อยู่ในกรุ๊ปเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก มีดังนี้

 

* สตรีที่ร่วมเพศตั้งแต่อายุยังน้อย

* หญิงทั่วไปที่มีเพศสัมพันธ์

* ผู้หญิงที่มีคู่นอนผู้คนจำนวนมาก หรือมีเซ็กส์กับชายที่มีคู่รักคนจำนวนไม่น้อย

* ผู้หญิงที่ไม่เคยร่วมเพศ ควรจะเริ่มตรวจเมื่ออายุ 35 ปีขึ้นไป

* หญิงที่มีความประพฤติ หรือโรคประจำตัวที่ทำให้ภูมิต้านทานต่ำ เป็นต้นว่า สูบบุหรี่ เป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง อื่นๆอีกมากมาย

* ผู้หญิงที่มีตกขาวเปลี่ยนไปจากปกติ หรือมีเลือดออกเปลี่ยนไปจากปกติ

* ผุ้หญิงที่เว้นว่างการตรวจมาระยะหนึ่ง

* ผู้หญิงวัยหมดระดู

 

เตรียมตัวยังไง ก่อนตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

มีข้อแนะนำรวมทั้งข้อบังคับที่คุณควรจะรู้ เพื่อการตรวจเป็นไปอย่างง่ายดายแล้วก็ให้ผลแม่นที่สุด ดังต่อไปนี้

 

* ควรจะตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในตอนที่ไม่มีประจำเดือน หรือตรวจตอน 5-7 คราวหน้ารอบเดือนหมด

* ห้ามใช้ยาเหน็บช่องคลอด ครีม เจลหล่อลื่น หรือยาที่ใข้เพื่อการฆ่าเชื้อน้ำเชื้อในช่องคลอด ก่อนจะมีการตรวจ 48 ชั่วโมง

* ห้ามสวนล้างช่องคลอด หรือร่วมเพศก่อนจะมีการตรวจ 48 ชั่วโมง

 

พึ่งร่วมเพศ สามารถตรวจคัดเลือกกรองแบบ ThinPrep ได้ไหม?

 

* ห้ามร่วมเพศก่อนการตรวจ 48 ชั่วโมง

 

เคยฉีดวัคซีน HPV แล้ว ยังจำเป็นจะต้องตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกหรือไม่?

 

* ควรจะตรวจ เพราะเหตุว่าวัคซีนไม่สามารถคุ้มครองป้องกันเชื้อไวรัส HPV ที่นำไปสู่มะเร็งปากมดลูกได้ทุกสายพันธ์ุ

 

โรคมะเร็งปากมดลูกแม้จะเป็นโรคร้าย แต่ว่าสามารถรักษาให้หายสนิทได้ ถ้าหากตรวจพบเร็วตั้งแต่ระยะเริ่มแรก หญิงทุกคนจึงต้องควรเข้ารับการตรวจมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอเพื่อแน่ใจว่าปลอดภัยจากโรคนี้แน่

ขอบคุณบทความจาก https://www.honestdocs.co/thin-prep-cervical-cancer-screening

 

Tags :  ช่องคลอด

 

หน้าหลักบล็อก