19
Nov
2019
โรคเอดส์ การติดต่อ และวิธีปกป้องที่ทุกคนควรจะรู้ Categories : สุขภาพ
0 <<<<< ให้คะแนน (Give Heart)

 

[url=https://www.honestdocs.co/aids-hiv-infection-and-prevention][b][i]โรคเอดส์[/i][/b][/url] เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากการรับเชื้อไวรัส ที่เรียกว่า HIV ซึ่งไวรัสจำพวกนี้จะก่อให้ระบบภูมิต้านทานของผู้ติดเชื้อทำงานบกพร่อง ในปัจจุบันยังไม่มีทางรักษาให้หายสนิท ทำได้เพียงแค่ ควบคุมอาการและก็รักษาแบบพยุง ก็เลยทำให้โรคเอดส์ เป็นโรคที่ใครๆต่างกลัว เพราะคิดว่าเป็นแล้วต้องเสียชีวิต แต่จริงๆแล้วมีแนวทางประคับประคองให้ผู้ติดเชื้อโรคสามารถมีชีวิตยืนยาวได้นานนับสิบปี วันนี้เราก็เลยนำความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์มาฝาก เพื่อที่เราจะได้ทำความรู้จักโรคเอดส์อย่างลึกซึ้ง รวมทั้งวางแผนป้องกันโรคเอดส์ได้อย่างถูกต้อง
[b] [/b]
[b][img]https://i.postimg.cc/pLvq07NQ/aids-hiv-infection-and-prevention.jpg[/img][/b]
[b][size=18pt][b][i]โรคเอดส์ คืออะไร?[/i][/b][/size][/b]
[b][i]โรคเอดส์[/i][/b] เป็น อาการโรคภูมิต้านทานบกพร่อง (AIDS : Acquired Immune Deficiency Syndrome) โดยเกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า ฮิวแมนอิมมิวโนเดฟีเชียนซีไวรัส (Human Immunodeficiency Virus : HIV) หรือเรียกง่ายๆว่า เชื้อเอชไอวี (HIV) เมื่อเชื้อเอชไอวีไปสู่ร่างกาย จะเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งทำหน้าที่กำจัดสิ่งปลอมปนหรือเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย เมื่อเซลล์เม็ดเลือดขาวถูกทำลายมากขึ้น ก็เลยทำให้ผู้ได้รับเชื้อมีภูมิต้านทานลดน้อยลง กระทั่งในที่สุดร่างกายไม่มีสามารถต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆที่ไปสู่ร่างกายได้ จึงทำให้ผู้ป่วยที่ติดโรคเอชไอวีนั้นสามารถติดโรคได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้เป็นโรคติดโรคอื่นๆตามมา ดังเช่น วัณโรค ปอดอักเสบ เชื้อรา ฯลฯ โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยโรคเอดส์มักเสียชีวิตจากโรคแทรกซ้อนต่างๆ
[b] [/b]
[b][size=18pt][b][i]โรคเอดส์มีกี่สายพันธุ์[/i][/b][/size][/b]
เชื้อไวรัสเอชไอวีมีมากมายสายพันธุ์ โดยปัจจุบันนี้ค้นพบมากกว่า 10 สายพันธุ์ กระจายอยู่ทั้งโลก แม้กระนั้นสายพันธุ์ดั้งเดิมเป็น [b][i]เอชไอวี 1 (HIV-1)[/i][/b] ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดอยู่ในยุโรป แอฟริกากลาง และสหรัฐอเมริกา ส่วนเอชไอวี 2 (HIV-2) แพร่ระบาดในแถบแอฟริกาตะวันตก
[b] [/b]
เชื้อไวรัสเอชไอวีถูกค้นพบทีแรกที่แอฟริกา โดยค้นพบมานานกว่า 70 ปีแล้ว แล้วก็ปัจจุบันนี้ยังเป็นแหล่งที่พบเชื้อไวรัสเอชไอวีหลากหลายสายพันธุ์ที่สุดด้วย
[b] [/b]
สายพันธุ์เอชไอวีที่พบบ่อยที่สุดในโลกคือ สายพันธุ์ซี โดยมีสูงถึง 40% สำหรับพื้นที่ที่พบเป็น ทวีปแอฟริกา ประเทศอินเดีย จีน รวมทั้งพม่า ส่วนในประเทศไทยนั้นเจอเชื้อเอชไอวี 2 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์ เออี (A/E) หรือ (E) พบบ่อยถึง 95% โดยแพร่ระบาดจากการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายกับหญิง และก็สายพันธุ์บี (B) มักมีการแพร่ระบาดในกลุ่ม LGBT หรือผู้ที่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน (ในกลุ่มผู้ใช้ยาเสพติด)
[b] [/b]
สำหรับสายพันธุ์ที่ไม่เคยเจอในประเทศไทยคือ สายพันธุ์ซี แต่ว่ามีการพบสายพันธุ์ระหว่าง อี-ซี ที่เป็นลูกผสมระหว่างสายพันธุ์อีในประเทศไทยกับสายพันธุ์ซี ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา รวมทั้งเมื่อไม่นานมานี้ ได้ค้นพบเชื้อเอชไอวีสายพันธุ์ใหม่ ที่ไม่เคยตรวจพบที่แห่งใดในโลกมาก่อน เป็นการผสมระหว่าง 3 สายพันธุ์ คือ เอ อี แล้วก็จี เรียกว่า เอ อี จี (AE/G)
[b] [/b]
[b][size=18pt][b][i]การติดต่อของโรคเอดส์มี 3 ทางดังนี้[/i][/b][/size][/b]
[b][size=16pt][b]1. การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อเอชไอวี[/b][/size][/b]
การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อเอชไอวีเป็นสาเหตุหลักของการติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นการมีเพศสัมพันธ์กับเพศใดก็ตาม ดังนี้จากข้อมูลของทางกองระบาดวิทยาระบุว่า 83% ของผู้ติดเชื้อเอชไอวีนั้น ได้รับเชื้อมาจากการมีเพศสัมพันธ์ทั้งหมด
[b] [/b]
[*][b] การรับเชื้อทางเลือด[/b]
การรับเชื้อเอชไอวีพบได้ใน 2 กรณี คือ
[b] [/b]
[b]2.1 ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน[/b] หรือแม้แต่การใช้กระบอกเอาไว้สำหรับฉีดยาร่วมกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งมักพบในกลุ่มผู้เสพยาเสพติด หรือฉีดยาเข้าเส้น
[b] [/b]
[b]2.2 รับเลือดมาจากการผ่าตัด[/b] หรือเพื่อรักษาโรคเลือดบางชนิด ในสมัยก่อนมีการติดเชื้อโรคเอชไอวีจากช่องทางนี้ค่อนข้างจะมาก เพราะว่ายังไม่มีการพิสูจน์เลือดที่ละเอียดนัก แต่ว่าตอนนี้ได้มีการนำเลือดที่รับบริจาคไปพบตรวจหาเชื้อก่อนทุกครั้ง ทำให้อัตราการติดเชื้อจากการรับเลือดลดลงอย่างยิ่ง
[b] [/b]
[*][b] การติดต่อผ่านแม่สู่ลูก[/b]
เป็นผลมาจากแม่ที่มีเชื้อเอชไอวีอยู่แล้วตั้งท้อง โดยเชื้อเอชไอวีจะถ่ายทอดสู่ลูกขณะคลอด แม้กระนั้นปัจจุบันได้ค้นพบวิธีการป้องกันการแพร่เชื้อจากแม่สู่ลูกได้สำเร็จแล้ว โดยขั้นตอนการรับประทานยาต้านทานไวรัสในตอนตั้งครรภ์ จะช่วยลดความเสี่ยงจากการได้รับเชื้อของทารกลงได้
[b] [/b]
นอกเหนือจากนี้ เชื้อเอชไอวียังสามารถติดต่อได้อีกหลายแนวทาง แต่ว่าก็ได้โอกาสน้อยมาก เป็นต้นว่า การเจาะหูโดยการใช้เข็มร่วมกับผู้ติดเชื้อ หรือแม้แต่การสัก ไม่ว่าจะเป็นการสักผิวหนัง สักคิ้ว เว้นแต่เลือดแล้ว เชื้อเอสไอวียังสามารถต่อเนื่องกันผ่านทางทะเลเหลืองได้ด้วย โดยบางทีอาจติดโรคจากการที่รอยแผลของเราสัมผัสกับบาดแผลของผู้ติดเชื้อ แม้กระนั้นก็ถือว่ามีโอกาสต่ำมาก โดยจะติดโรคได้ก็เมื่อเป็นแผลเปิด แผลสด และก็มีเลือดหรือน้ำเหลืองที่มีเชื้อไหลเข้าไปเยอะมากๆเท่านั้น
[b] [/b]
[b][size=18pt][b][i]วิธีการปกป้องการได้รับเชื้อเอชไอวี[/i][/b][/size][/b]
โรคเอดส์เป็นโรคซึ่งสามารถป้องกันได้ เพียงแค่ทำความเข้าใจให้ถูก และกระทำตามหลักดังนี้
[b] [/b]
[*]ใช้ถุงยางเมื่อใดก็ตามมีเพศสัมพันธ์
[*]มีคู่นอนเพียงคนเดียว
[*]ก่อนสมรส หรือมีลูก ต้องมีการตรวจร่างกาย แล้วก็ตรวจเลือด
[*]งดใช้สารเสพติดทุกประเภท โดยเฉพาะการใช้เข็มฉีดยาร่วมกับคนอื่น
[b] [/b]
ขอบคุณบทความดีๆจาก [url=https://www.honestdocs.co/aids-hiv-infection-and-prevention]https://www.honestdocs.co/aids-hiv-infection-and-prevention[/url]
 
Tags :  การติดเชื้อ, ช่องปาก, ถุงยางอนามัย

โรคเอดส์ เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากการรับเชื้อไวรัส ที่เรียกว่า HIV ซึ่งไวรัสจำพวกนี้จะก่อให้ระบบภูมิต้านทานของผู้ติดเชื้อทำงานบกพร่อง ในปัจจุบันยังไม่มีทางรักษาให้หายสนิท ทำได้เพียงแค่ ควบคุมอาการและก็รักษาแบบพยุง ก็เลยทำให้โรคเอดส์ เป็นโรคที่ใครๆต่างกลัว เพราะคิดว่าเป็นแล้วต้องเสียชีวิต แต่จริงๆแล้วมีแนวทางประคับประคองให้ผู้ติดเชื้อโรคสามารถมีชีวิตยืนยาวได้นานนับสิบปี วันนี้เราก็เลยนำความรู้เกี่ยวกับโรคเอดส์มาฝาก เพื่อที่เราจะได้ทำความรู้จักโรคเอดส์อย่างลึกซึ้ง รวมทั้งวางแผนป้องกันโรคเอดส์ได้อย่างถูกต้อง

 

โรคเอดส์ คืออะไร?

โรคเอดส์ เป็น อาการโรคภูมิต้านทานบกพร่อง (AIDS : Acquired Immune Deficiency Syndrome) โดยเกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า ฮิวแมนอิมมิวโนเดฟีเชียนซีไวรัส (Human Immunodeficiency Virus : HIV) หรือเรียกง่ายๆว่า เชื้อเอชไอวี (HIV) เมื่อเชื้อเอชไอวีไปสู่ร่างกาย จะเข้าไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งทำหน้าที่กำจัดสิ่งปลอมปนหรือเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย เมื่อเซลล์เม็ดเลือดขาวถูกทำลายมากขึ้น ก็เลยทำให้ผู้ได้รับเชื้อมีภูมิต้านทานลดน้อยลง กระทั่งในที่สุดร่างกายไม่มีสามารถต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆที่ไปสู่ร่างกายได้ จึงทำให้ผู้ป่วยที่ติดโรคเอชไอวีนั้นสามารถติดโรคได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้เป็นโรคติดโรคอื่นๆตามมา ดังเช่น วัณโรค ปอดอักเสบ เชื้อรา ฯลฯ โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยโรคเอดส์มักเสียชีวิตจากโรคแทรกซ้อนต่างๆ

 

โรคเอดส์มีกี่สายพันธุ์

เชื้อไวรัสเอชไอวีมีมากมายสายพันธุ์ โดยปัจจุบันนี้ค้นพบมากกว่า 10 สายพันธุ์ กระจายอยู่ทั้งโลก แม้กระนั้นสายพันธุ์ดั้งเดิมเป็น [b][i]เอชไอวี 1 (HIV-1)[/i][/b] ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่แพร่ระบาดอยู่ในยุโรป แอฟริกากลาง และสหรัฐอเมริกา ส่วนเอชไอวี 2 (HIV-2) แพร่ระบาดในแถบแอฟริกาตะวันตก

 

เชื้อไวรัสเอชไอวีถูกค้นพบทีแรกที่แอฟริกา โดยค้นพบมานานกว่า 70 ปีแล้ว แล้วก็ปัจจุบันนี้ยังเป็นแหล่งที่พบเชื้อไวรัสเอชไอวีหลากหลายสายพันธุ์ที่สุดด้วย

 

สายพันธุ์เอชไอวีที่พบบ่อยที่สุดในโลกคือ สายพันธุ์ซี โดยมีสูงถึง 40% สำหรับพื้นที่ที่พบเป็น ทวีปแอฟริกา ประเทศอินเดีย จีน รวมทั้งพม่า ส่วนในประเทศไทยนั้นเจอเชื้อเอชไอวี 2 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์ เออี (A/E) หรือ (E) พบบ่อยถึง 95% โดยแพร่ระบาดจากการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างชายกับหญิง และก็สายพันธุ์บี (B) มักมีการแพร่ระบาดในกลุ่ม LGBT หรือผู้ที่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน (ในกลุ่มผู้ใช้ยาเสพติด)

 

สำหรับสายพันธุ์ที่ไม่เคยเจอในประเทศไทยคือ สายพันธุ์ซี แต่ว่ามีการพบสายพันธุ์ระหว่าง อี-ซี ที่เป็นลูกผสมระหว่างสายพันธุ์อีในประเทศไทยกับสายพันธุ์ซี ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในทวีปแอฟริกา รวมทั้งเมื่อไม่นานมานี้ ได้ค้นพบเชื้อเอชไอวีสายพันธุ์ใหม่ ที่ไม่เคยตรวจพบที่แห่งใดในโลกมาก่อน เป็นการผสมระหว่าง 3 สายพันธุ์ คือ เอ อี แล้วก็จี เรียกว่า เอ อี จี (AE/G)

 

การติดต่อของโรคเอดส์มี 3 ทางดังนี้

1. การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีเชื้อเอชไอวี

การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อเอชไอวีเป็นสาเหตุหลักของการติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นการมีเพศสัมพันธ์กับเพศใดก็ตาม ดังนี้จากข้อมูลของทางกองระบาดวิทยาระบุว่า 83% ของผู้ติดเชื้อเอชไอวีนั้น ได้รับเชื้อมาจากการมีเพศสัมพันธ์ทั้งหมด

 

 

* การรับเชื้อทางเลือด

 

การรับเชื้อเอชไอวีพบได้ใน 2 กรณี คือ

 

2.1 ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน หรือแม้แต่การใช้กระบอกเอาไว้สำหรับฉีดยาร่วมกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งมักพบในกลุ่มผู้เสพยาเสพติด หรือฉีดยาเข้าเส้น

 

2.2 รับเลือดมาจากการผ่าตัด หรือเพื่อรักษาโรคเลือดบางชนิด ในสมัยก่อนมีการติดเชื้อโรคเอชไอวีจากช่องทางนี้ค่อนข้างจะมาก เพราะว่ายังไม่มีการพิสูจน์เลือดที่ละเอียดนัก แต่ว่าตอนนี้ได้มีการนำเลือดที่รับบริจาคไปพบตรวจหาเชื้อก่อนทุกครั้ง ทำให้อัตราการติดเชื้อจากการรับเลือดลดลงอย่างยิ่ง

 

* การติดต่อผ่านแม่สู่ลูก

 

เป็นผลมาจากแม่ที่มีเชื้อเอชไอวีอยู่แล้วตั้งท้อง โดยเชื้อเอชไอวีจะถ่ายทอดสู่ลูกขณะคลอด แม้กระนั้นปัจจุบันได้ค้นพบวิธีการป้องกันการแพร่เชื้อจากแม่สู่ลูกได้สำเร็จแล้ว โดยขั้นตอนการรับประทานยาต้านทานไวรัสในตอนตั้งครรภ์ จะช่วยลดความเสี่ยงจากการได้รับเชื้อของทารกลงได้

 

นอกเหนือจากนี้ เชื้อเอชไอวียังสามารถติดต่อได้อีกหลายแนวทาง แต่ว่าก็ได้โอกาสน้อยมาก เป็นต้นว่า การเจาะหูโดยการใช้เข็มร่วมกับผู้ติดเชื้อ หรือแม้แต่การสัก ไม่ว่าจะเป็นการสักผิวหนัง สักคิ้ว เว้นแต่เลือดแล้ว เชื้อเอสไอวียังสามารถต่อเนื่องกันผ่านทางทะเลเหลืองได้ด้วย โดยบางทีอาจติดโรคจากการที่รอยแผลของเราสัมผัสกับบาดแผลของผู้ติดเชื้อ แม้กระนั้นก็ถือว่ามีโอกาสต่ำมาก โดยจะติดโรคได้ก็เมื่อเป็นแผลเปิด แผลสด และก็มีเลือดหรือน้ำเหลืองที่มีเชื้อไหลเข้าไปเยอะมากๆเท่านั้น

 

วิธีการปกป้องการได้รับเชื้อเอชไอวี

โรคเอดส์เป็นโรคซึ่งสามารถป้องกันได้ เพียงแค่ทำความเข้าใจให้ถูก และกระทำตามหลักดังนี้

 

* ใช้ถุงยางเมื่อใดก็ตามมีเพศสัมพันธ์

* มีคู่นอนเพียงคนเดียว

* ก่อนสมรส หรือมีลูก ต้องมีการตรวจร่างกาย แล้วก็ตรวจเลือด

* งดใช้สารเสพติดทุกประเภท โดยเฉพาะการใช้เข็มฉีดยาร่วมกับคนอื่น

 

ขอบคุณบทความดีๆจาก https://www.honestdocs.co/aids-hiv-infection-and-prevention

 

 

Tags :  การติดเชื้อ, ช่องปาก, ถุงยางอนามัย

 

หน้าหลักบล็อก