12
Nov
2019
วัคซีน HPV เป็นอย่างไร? ป้องกันการรับเชื้อได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เลยหรือไม่? Categories : สุขภาพ
0 <<<<< ให้คะแนน (Give Heart)

 

โรคมะเร็งปากมดลูก นับเป็นโรคโรคมะเร็งในสตรีที่พบบ่อยเป็นชั้น 2 รองจากโรคมะเร็งเต้านม ล่าสุดในปี พุทธศักราช2561 พบว่า ผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยซึ่งเกิดจากโรคโรคมะเร็งปากมดลูกรายใหม่ราว 8,600 ราย หรือซึ่งก็คือว่า วันแล้ววันเล่าจะเจอผู้ที่เจ็บป่วยซึ่งเป็นผลมาจากการเป็นโรคโรคมะเร็งปากมดลูกรายใหม่สูงถึง 24 คนเลยทีเดียว ไม่เพียงแค่เป็นมะเร็งที่มักพบแล้ว มะเร็งปากมดลูกยังคร่าชีวิตเพศหญิงไทยมากเป็นเป็นชั้นสองด้วย เฉลี่ยถึงวันละ 14 คน ด้วยประการฉะนี้โรคมะเร็งปากมดลูกก็เลยเป็นโรคที่น่ากลัวไม่น้อย
[b][img]https://i.postimg.cc/Px2Wdm4P/HPV.jpg[/img][br][/b]
[b][size=18pt][b][i]เชื้อไวรัส HPV เป็นอย่างไร? เพราะเหตุใดจำเป็นต้องฉีดวัคซีน HPV[/i][/b][/size][/b]
สาเหตุหลักที่ทำให้ไม่สบายเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกนั้นมีต้นเหตุจากการได้รับเชื้อเชื้อไวรัส[b][i]เอชพีวี (Human papilloma virus infection: HPV)[/i][/b] ไม่เพียงแต่เพศหญิงแค่นั้นที่ติดโรคเชื้อไวรัสเอชพีวีได้ ผู้ชายก็สามารถติดเชื้อชนิดนี้ได้เช่นกันแล้วก็นำมาซึ่งการก่อให้เกิดโรครุนแรงตามมาด้วย แต่ว่าปัจจุบันเราสามารถลดช่องทางเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งได้อย่างไม่ยากเย็นด้วยการฉีด [url=https://www.honestdocs.co/vaccine-against-cervical-cancer-hpv][b][i]วัคซีน HPV[/i][/b] [/url]ป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก หรือวัคซีนป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก (HPV)
[b] [/b]
เชื้อเอชพีวี (HPV) เป็นไวรัสที่มีมากยิ่งกว่า 100 สายพันธุ์ สามารถติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือปาก รวมทั้งการสัมผัสเชื้อทางรอยแผลตามร่างกาย และก็การกระจายเชื้อจากแม่สู่ลูกในขณะคลอด ถึงแม้ว่าปริมาณร้อยละ 90 ของผู้ติดโรคไวรัสเอชพีวีจะสามารถหายเองได้ด้านใน 2 ปี แต่ว่าก็มีผู้เจ็บป่วยบางรายที่ติดเชื้อโรคนานกว่านั้นแล้วก็กำเนิดเป็นมะเร็งสุดท้าย
[b] [/b]
ปัจจุบันพบว่า มีเชื้อเอชพีวีอย่างต่ำ 15 สายพันธุ์ที่นำมาซึ่งโรคมะเร็งได้ โดย 99.7% ของหญิงที่เป็นมะเร็งปากมดลูก มีเหตุมาจากการรับเชื้อเชื้อไวรัสเอชพีวีนั่นเอง ทั้งนี้ไวรัส HPV ไม่เพียงทำให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูกเพียงแค่นั้น แต่ว่ายังเป็นเหตุให้เกิดโรคอื่นๆด้วย
[b] [/b]
สำหรับหญิง เป็นสาเหตุทำให้มีการเกิดโรคมะเร็งที่ช่องคลอด ปากช่องคลอด ทวารหนัก โรคมะเร็งรอบๆปาก แล้วก็คอ หูดหงอนไก่ ทั้งเชื่อมโยงกับการเกิดโรคหัวใจด้วย
สำหรับผู้ชาย การได้รับเชื้อ HPV บางทีอาจเป็นต้นเหตุก่อให้เกิดโรคมะเร็งที่อวัยวะเพศ ทวารหนัก มะเร็งรอบๆปาก รวมทั้งลำคอ หูดหงอนไก่
โรคมะเร็งปากมดลูกโดยมากจะเจอในสตรีวัย 30- 55 ปี ผู้ที่มีเชื้อไวรัสจำพวกนี้ชอบไม่มีอาการอะไรก็ตามเกิดขึ้นนานแรมปีทำให้แพร่ระบาดไปสู่คนอื่นได้แบบไม่รู้ตัว จนกระทั่งมีเลือดไหล มีตกขาวไม่ปกติ อวัยวะสืบพันธุ์แสบร้อน มีก้อนเนื้อขนาดใหญ่อุดกันบริเวณท่อฉี่ ช่องคลอด หรือทวารหนัก ทำให้มีลักษณะอาการคันแล้วก็ปวดตามมา
[b] [/b]
ถึงแม้ว่าโรคมะเร็งปากมดลูกจะน่ากลัว แต่มีวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพพอสมควรและก็ทำได้ง่าย การฉีดวัคซีน HPV จึงเป็นวิธีที่น่าดึงดูดไม่น้อย
[b] [/b]
[b][size=18pt][b][i]วัคซีนโรคมะเร็งปากมดลูก หรือวัคซีน HPV เป็นยังไง?[/i][/b][/size][/b]
วัคซีน HPV ที่ใช้ในปัจจุบันมีทั้งปวง 2 จำพวก ดังเช่นว่า
[b] [/b]
[*]วัคซีน 2 สายพันธุ์ (Cervarix) ป้องกันเชื้อไวรัสเอชพีวีสายพันธุ์ 16 รวมทั้ง 18 ที่กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดมะเร็งปากมดลูก ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป
[*]วัคซีน 4 สายพันธุ์ (Gardasil) ป้องกันทั้งเชื้อไวรัสเอชพีวีสายพันธุ์ 16, 18 แล้วก็สายพันธุ์ 6, 11 ที่เป็นต้นเหตุของโรคหูดหงอนไก่ เดิมฉีดได้ในช่วงอายุ 9-26 ปี แต่ว่าปัจจุบันนี้มีการศึกษาการันตีว่าสามารถฉีดได้จนกระทั่งอายุ 45 ปีแล้ว ส่วนเพศชายฉีดได้ในช่วงอายุ 9-26 ปี
อย่างไรก็ตาม วัคซีนจำพวก 2 สายพันธุ์มีประสิทธิภาพสำหรับเพื่อการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกจากเชื้อ HPV สายพันธุ์ 16 แล้วก็ 18 ได้มากถึง 70% ส่วนวัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์มีประสิทธิภาพสำหรับในการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกจากเชื้อ HPV สายพันธุ์ 6, 11 เพิ่มเติม ซึ่งสองสายพันธุ์นี้เป็นสาเหตุของโรคหูดหงอนไก่รวมทั้งมะเร็งทวารหนักในเด็กผู้ชายได้ด้วย
[b] [/b]
[b][size=16pt][b][i]ก่อนฉีดวัคซีนจำต้องตรวจว่า เคยติดเชื้อโรค HPV มาก่อนหรือเปล่า?[/i][/b][/size][/b]
โดยปกติสามารถฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อ HPV ได้เลย ไม่มีความจำเป็นที่ต้องตรวจช่องคลอด ปากมดลูก หรือตรวจค้นเชื้อ HPV ก่อน โดยยิ่งไปกว่านั้นคนที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ 
แต่การตรวจคัดเลือกกรองก่อนเป็นประโยชน์ตรงที่ถ้าเจอความความผิดปกติของเซลล์รอบๆช่องคลอดหรือปากมดลูก อาจพิจารณาเป็นการรักษาแทนการฉีดวัคซีนป้องกัน
[b] [/b]
ส่วนกรณีการตรวจหาเชื้อ HPV จากปากมดลูก ผลแสดงการตรวจจะมิได้เจาะจงเฉพาะเจาะจงสายพันธุ์ รวมทั้งหากตรวจเจอว่ามีการติดเชื้อ HPV อยู่แล้ว ก็ยังเสนอแนะให้ฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อ HPV อยู่ดี
[b] [/b]
[b][size=16pt][b][i]หากตรวจเจอการรับเชื้อ HPV จะสามารถฉีดวัคซีนได้หรือเปล่า?[/i][/b][/size][/b]
ถ้าหากตรวจเจอการติดเชื้อ HPV แล้ว ยังสามารถฉีดวัคซีนได้ แต่วัคซีนนั้นจะป้องกันเฉพาะเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่ยังไม่ติดเพียงแค่นั้น และก็วัคซีนไม่สามารถรักษาหรือทำลายเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่ตรวจพบแล้วได้
[b] [/b]
[b][size=16pt][b][i]ฉีดวัคซีน HPV แล้วมีสิทธิติดโรค HPV ไหม?[/i][/b][/size][/b]
วัคซีน HPV ไม่สามารถที่จะป้องกันไวรัส HPV ได้ทุกสายพันธุ์ ด้วยเหตุนี้แม้จะได้รับวัคซีนครบก็เป็นเพียงแค่การลดการเสี่ยงในการกำเนิดโรค ไม่ใช่ป้องกันการเกิดโรค 100% โดยเหตุนี้ควรจะตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูก หรือแปปสเมียร์ ตามปกติเช่นเดิม ที่สำคัญถึงจะฉีดวัคซีนแล้วก็อย่าเพิ่งประมาท ไม่ใช้ถุงยางอนามัยเพราะว่าวัคซีนไม่สามารถป้องกันโรคทางเพศสัมพันธ์อื่นๆได้
[b] [/b]
[b][size=18pt][b]ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน HPV[/b][/size][/b]
ผลกระทบจากการรับวัคซีน HPV นั้นมีน้อยมาก โดยอาจมีอาการบวมบวม หรือแดงบริเวณที่ฉีดวัคซีน เป็นไข้ ปวดหัว คลื่นไส้ อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้ออาการกลุ่มนี้อาจเกิดขึ้นชั่วคราวและก็สามารถหายเองได้ นอกจากนั้นอาจทำให้กำเนิดอาการหน้ามืด เป็นลมเป็นแล้งภายหลังได้รับวัคซีน แต่ว่าก็จัดว่า มีโอกาสน้อยมาก อย่างไรก็ตาม คุณสามารถลดความเสี่ยงที่จะเป็นลมได้โดยการนั่งพักราวๆ 15 นาทีหลังจากการรับวัคซีน
[b][br][br][/b]
อย่างไรก็แล้วแต่ แม้ว่าคุณจะฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกครบหลักสูตรแล้ว แต่ว่าเมื่อถึงวัยที่จะต้องตรวจคัดกรองก็ไม่ควรมองข้าม เพราะว่าวัคซีนที่ฉีดไปอาจไม่ครอบคลุมเชื้อไวรัสก่อโรคทุกสายพันธุ์ รวมทั้งเชื้อไวรัสอาจมีการกลายพันธุ์ หรือพัฒนาไปได้โดยที่เราไม่รู้เรื่อง
[b] [/b]
ขอบคุณบทความดีๆ จาก [url=https://www.honestdocs.co/vaccine-against-cervical-cancer-hpv]https://www.honestdocs.co/vaccine-against-cervical-cancer-hpv[/url]
Tags :  เชื้อไวรัส, การติดเชื้อ

โรคมะเร็งปากมดลูก นับเป็นโรคโรคมะเร็งในสตรีที่พบบ่อยเป็นชั้น 2 รองจากโรคมะเร็งเต้านม ล่าสุดในปี พุทธศักราช2561 พบว่า ผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยซึ่งเกิดจากโรคโรคมะเร็งปากมดลูกรายใหม่ราว 8,600 ราย หรือซึ่งก็คือว่า วันแล้ววันเล่าจะเจอผู้ที่เจ็บป่วยซึ่งเป็นผลมาจากการเป็นโรคโรคมะเร็งปากมดลูกรายใหม่สูงถึง 24 คนเลยทีเดียว ไม่เพียงแค่เป็นมะเร็งที่มักพบแล้ว มะเร็งปากมดลูกยังคร่าชีวิตเพศหญิงไทยมากเป็นเป็นชั้นสองด้วย เฉลี่ยถึงวันละ 14 คน ด้วยประการฉะนี้โรคมะเร็งปากมดลูกก็เลยเป็นโรคที่น่ากลัวไม่น้อย

เชื้อไวรัส HPV เป็นอย่างไร? เพราะเหตุใดจำเป็นต้องฉีดวัคซีน HPV

สาเหตุหลักที่ทำให้ไม่สบายเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกนั้นมีต้นเหตุจากการได้รับเชื้อเชื้อไวรัสเอชพีวี (Human papilloma virus infection: HPV) ไม่เพียงแต่เพศหญิงแค่นั้นที่ติดโรคเชื้อไวรัสเอชพีวีได้ ผู้ชายก็สามารถติดเชื้อชนิดนี้ได้เช่นกันแล้วก็นำมาซึ่งการก่อให้เกิดโรครุนแรงตามมาด้วย แต่ว่าปัจจุบันเราสามารถลดช่องทางเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งได้อย่างไม่ยากเย็นด้วยการฉีด วัคซีน HPV ป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก หรือวัคซีนป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูก (HPV)

 

เชื้อเอชพีวี (HPV) เป็นไวรัสที่มีมากยิ่งกว่า 100 สายพันธุ์ สามารถติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือปาก รวมทั้งการสัมผัสเชื้อทางรอยแผลตามร่างกาย และก็การกระจายเชื้อจากแม่สู่ลูกในขณะคลอด ถึงแม้ว่าปริมาณร้อยละ 90 ของผู้ติดโรคไวรัสเอชพีวีจะสามารถหายเองได้ด้านใน 2 ปี แต่ว่าก็มีผู้เจ็บป่วยบางรายที่ติดเชื้อโรคนานกว่านั้นแล้วก็กำเนิดเป็นมะเร็งสุดท้าย

 

ปัจจุบันพบว่า มีเชื้อเอชพีวีอย่างต่ำ 15 สายพันธุ์ที่นำมาซึ่งโรคมะเร็งได้ โดย 99.7% ของหญิงที่เป็นมะเร็งปากมดลูก มีเหตุมาจากการรับเชื้อเชื้อไวรัสเอชพีวีนั่นเอง ทั้งนี้ไวรัส HPV ไม่เพียงทำให้เกิดโรคมะเร็งปากมดลูกเพียงแค่นั้น แต่ว่ายังเป็นเหตุให้เกิดโรคอื่นๆด้วย

 

สำหรับหญิง เป็นสาเหตุทำให้มีการเกิดโรคมะเร็งที่ช่องคลอด ปากช่องคลอด ทวารหนัก โรคมะเร็งรอบๆปาก แล้วก็คอ หูดหงอนไก่ ทั้งเชื่อมโยงกับการเกิดโรคหัวใจด้วย

สำหรับผู้ชาย การได้รับเชื้อ HPV บางทีอาจเป็นต้นเหตุก่อให้เกิดโรคมะเร็งที่อวัยวะเพศ ทวารหนัก มะเร็งรอบๆปาก รวมทั้งลำคอ หูดหงอนไก่

โรคมะเร็งปากมดลูกโดยมากจะเจอในสตรีวัย 30- 55 ปี ผู้ที่มีเชื้อไวรัสจำพวกนี้ชอบไม่มีอาการอะไรก็ตามเกิดขึ้นนานแรมปีทำให้แพร่ระบาดไปสู่คนอื่นได้แบบไม่รู้ตัว จนกระทั่งมีเลือดไหล มีตกขาวไม่ปกติ อวัยวะสืบพันธุ์แสบร้อน มีก้อนเนื้อขนาดใหญ่อุดกันบริเวณท่อฉี่ ช่องคลอด หรือทวารหนัก ทำให้มีลักษณะอาการคันแล้วก็ปวดตามมา

 

ถึงแม้ว่าโรคมะเร็งปากมดลูกจะน่ากลัว แต่มีวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพพอสมควรและก็ทำได้ง่าย การฉีดวัคซีน HPV จึงเป็นวิธีที่น่าดึงดูดไม่น้อย

 

วัคซีนโรคมะเร็งปากมดลูก หรือวัคซีน HPV เป็นยังไง?

วัคซีน HPV ที่ใช้ในปัจจุบันมีทั้งปวง 2 จำพวก ดังเช่นว่า

 

* วัคซีน 2 สายพันธุ์ (Cervarix) ป้องกันเชื้อไวรัสเอชพีวีสายพันธุ์ 16 รวมทั้ง 18 ที่กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดมะเร็งปากมดลูก ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป

* วัคซีน 4 สายพันธุ์ (Gardasil) ป้องกันทั้งเชื้อไวรัสเอชพีวีสายพันธุ์ 16, 18 แล้วก็สายพันธุ์ 6, 11 ที่เป็นต้นเหตุของโรคหูดหงอนไก่ เดิมฉีดได้ในช่วงอายุ 9-26 ปี แต่ว่าปัจจุบันนี้มีการศึกษาการันตีว่าสามารถฉีดได้จนกระทั่งอายุ 45 ปีแล้ว ส่วนเพศชายฉีดได้ในช่วงอายุ 9-26 ปี

 

อย่างไรก็ตาม วัคซีนจำพวก 2 สายพันธุ์มีประสิทธิภาพสำหรับเพื่อการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกจากเชื้อ HPV สายพันธุ์ 16 แล้วก็ 18 ได้มากถึง 70% ส่วนวัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์มีประสิทธิภาพสำหรับในการป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกจากเชื้อ HPV สายพันธุ์ 6, 11 เพิ่มเติม ซึ่งสองสายพันธุ์นี้เป็นสาเหตุของโรคหูดหงอนไก่รวมทั้งมะเร็งทวารหนักในเด็กผู้ชายได้ด้วย

 

ก่อนฉีดวัคซีนจำต้องตรวจว่า เคยติดเชื้อโรค HPV มาก่อนหรือเปล่า?

โดยปกติสามารถฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อ HPV ได้เลย ไม่มีความจำเป็นที่ต้องตรวจช่องคลอด ปากมดลูก หรือตรวจค้นเชื้อ HPV ก่อน โดยยิ่งไปกว่านั้นคนที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ 

แต่การตรวจคัดเลือกกรองก่อนเป็นประโยชน์ตรงที่ถ้าเจอความความผิดปกติของเซลล์รอบๆช่องคลอดหรือปากมดลูก อาจพิจารณาเป็นการรักษาแทนการฉีดวัคซีนป้องกัน

 

ส่วนกรณีการตรวจหาเชื้อ HPV จากปากมดลูก ผลแสดงการตรวจจะมิได้เจาะจงเฉพาะเจาะจงสายพันธุ์ รวมทั้งหากตรวจเจอว่ามีการติดเชื้อ HPV อยู่แล้ว ก็ยังเสนอแนะให้ฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อ HPV อยู่ดี

 

หากตรวจเจอการรับเชื้อ HPV จะสามารถฉีดวัคซีนได้หรือเปล่า?

ถ้าหากตรวจเจอการติดเชื้อ HPV แล้ว ยังสามารถฉีดวัคซีนได้ แต่วัคซีนนั้นจะป้องกันเฉพาะเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่ยังไม่ติดเพียงแค่นั้น และก็วัคซีนไม่สามารถรักษาหรือทำลายเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่ตรวจพบแล้วได้

ฉีดวัคซีน HPV แล้วมีสิทธิติดโรค HPV ไหม?

วัคซีน HPV ไม่สามารถที่จะป้องกันไวรัส HPV ได้ทุกสายพันธุ์ ด้วยเหตุนี้แม้จะได้รับวัคซีนครบก็เป็นเพียงแค่การลดการเสี่ยงในการกำเนิดโรค ไม่ใช่ป้องกันการเกิดโรค 100% โดยเหตุนี้ควรจะตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูก หรือแปปสเมียร์ ตามปกติเช่นเดิม ที่สำคัญถึงจะฉีดวัคซีนแล้วก็อย่าเพิ่งประมาท ไม่ใช้ถุงยางอนามัยเพราะว่าวัคซีนไม่สามารถป้องกันโรคทางเพศสัมพันธ์อื่นๆได้

 

ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน HPV

ผลกระทบจากการรับวัคซีน HPV นั้นมีน้อยมาก โดยอาจมีอาการบวมบวม หรือแดงบริเวณที่ฉีดวัคซีน เป็นไข้ ปวดหัว คลื่นไส้ อ่อนเพลีย ปวดกล้ามเนื้ออาการกลุ่มนี้อาจเกิดขึ้นชั่วคราวและก็สามารถหายเองได้ นอกจากนั้นอาจทำให้กำเนิดอาการหน้ามืด เป็นลมเป็นแล้งภายหลังได้รับวัคซีน แต่ว่าก็จัดว่า มีโอกาสน้อยมาก อย่างไรก็ตาม คุณสามารถลดความเสี่ยงที่จะเป็นลมได้โดยการนั่งพักราวๆ 15 นาทีหลังจากการรับวัคซีน

 

อย่างไรก็แล้วแต่ แม้ว่าคุณจะฉีดวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกครบหลักสูตรแล้ว แต่ว่าเมื่อถึงวัยที่จะต้องตรวจคัดกรองก็ไม่ควรมองข้าม เพราะว่าวัคซีนที่ฉีดไปอาจไม่ครอบคลุมเชื้อไวรัสก่อโรคทุกสายพันธุ์ รวมทั้งเชื้อไวรัสอาจมีการกลายพันธุ์ หรือพัฒนาไปได้โดยที่เราไม่รู้เรื่อง

 

ขอบคุณบทความดีๆ จาก https://www.honestdocs.co/vaccine-against-cervical-cancer-hpv

 

Tags :  เชื้อไวรัส, การติดเชื้อ

 

Post to Facebook
กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
หน้าหลักบล็อก