7
Mar
2019
นักท่องเที่ยวยุโรปท่องเที่ยวไทย 6,765,326 คน รัสเซีย สหราชอาณาจักร เยอรมัน ครองแชมป์ปี 2561 Categories : Travel
1 <<<<< ให้คะแนน (Give Heart)

นักท่องเที่ยวชาวยุโรปเดินทางท่องเที่ยวประเทศไทยในปี 2561 เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.86 โดยมีชาวรัสเซีย, สหราชอาณาจักร และเยอรมัน เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยมากที่สุดเป็น 3 ชาติแรก

สถานการณ์ภาพรวมของนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคยุโรป (Europe) ที่เดินทางเข้าประเทศไทย (Thailand) ในปี 2561 มีจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 6,765,326 คน อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 3.86 เมื่อเทียบกับปี 2560 เยอรมัน (Germany) เป็นชาติหลักอันดับ 3 ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาประเทศไทยมากที่สุดในภูมิภาคยุโรป รองจากรัสเซีย (Russia) และสหราชอาณาจักร (United Kingdom)

จากข้อมูลเมื่อต้นเดือนมีนาคม 2562 ของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยระบุว่า ปัจจุบันรายได้จากการท่องเที่ยวนั้น คิดเป็นสัดส่วนมากถึงร้อยละ 20 ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เลยทีเดียว โดยนอกเหนือจากนักท่องเที่ยวจีน แล้ว นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคยุโรป ถือว่าเป็นท่องเที่ยวกลุ่มสำคัญที่เดินทางมายังประเทศไทย โดยจากข้อมูลในปี 2560 พบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวยุโรปเดินทางมาท่องเที่ยวยังประเทศไทยมากถึง 6.3 ล้านคน โดยในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวจากเยอรมนีราว 837,000 คน

ข้อมูลวิเคราะห์พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวเชิงลึก ปี 2560 โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พบว่า จุดหมายสำคัญในประเทศไทย ของนักท่องเที่ยวชาวยุโรป ก็คือ กรุงเทพฯ (Bangkok) ร้อยละ 43.47 รองลงไปคือ ภูเก็ต (Phuket) ร้อยละ 42.55 สุราษฎร์ธานี (Surat Thani) ร้อยละ 21.22 เชียงใหม่ (Chiang Mai) ร้อยละ 17.46 ชลบุรี (Chonburi) ร้อยละ 14.80 โดยข้อมูลจากการสำรวจเห็นได้ชัดว่า นักท่องเที่ยวยุโรปนิยมเดินทางมาท่องเที่ยวยัง กรุงเทพ สุราษฎร์ธานี และชลบุรีลดลง แต่นิยมเดินทางไปท่องเที่ยวยังภูเก็ตและเชียงใหม่เพิ่มขึ้น โดยแหล่งท่องเที่ยวเมืองรองของไทย 10 จังหวัด ที่มีศักยภาพและตรงกับพฤติกรรมความต้องการของนักท่องเที่ยวชาวยุโรป ประกอบด้วยเชียงราย (Chiang Rai), แม่ฮ่องสอน (Mae Hong Son), สุโขทัย (Sukhothai), น่าน (Nan), ตราด (Trat), จันทบุรี (Chanthaburi), ชุมพร (Chumphon), ระนอง (Ranong), ตรัง (Trang) และนครศรีธรรมราช (Nakhon Si Thammarat) ขณะที่มูลค่ารวมในการซื้อสินค้าก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคือ สูงถึง 35,366.09 ล้านบาท และมูลค่ารวมในการทำกิจกรรมก็สูงถึง 97,986.40 ล้านบาท

 

 

สำหรับนักท่องเที่ยวจากเยอรมนีแล้ว ประเทศไทยถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) ที่สำคัญที่สุดในภูมิภาคเอเชีย (Asia) โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ปี 2557 จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นทุกปี จาก 715,240 คนในปี 2557 เพิ่มเป็น 849,283 คน ในปี 2560 ด้วยจุดแข็งของปัจจัยด้านการท่องเที่ยวของไทย คือ แหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายและปลอดภัย วัฒนธรรมที่น่าดึงดูด โครงสร้างพื้นฐานที่ดี คุณภาพของการบริการที่ดี นอกจากนี้ยังมีเที่ยวบินประจำบินจากเยอรมนีมายังไทยมากถึง 225 เที่ยวต่อสัปดาห์

อย่างไรก็ตาม เพื่อนบ้านในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asia) อย่างเวียดนาม (Vietnam), อินโดนีเซีย (Indonesia), รวมถึงพม่า (Myanmar) เพิ่มสูงขึ้นมาเป็นคู่แข่งในการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน และนักท่องเที่ยวจากภาคพื้นยุโรปภาคอื่นๆ อย่างน่าจับตามอง โดยในช่วงปี 2559-2560 นักท่องเที่ยวจากเยอรมนีที่เดินทางไปท่องเที่ยวที่อินโดนีเซีย (Indonesia) เพิ่มขึ้นถึง ร้อยละ 12.47 จาก 231,694 คน เป็น 260,586 คน และเวียดนาม (Vietnam) เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 13.55 จาก 176,015 คน เป็น 199,872 คน ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกันไทยเติบโตเพียงร้อยละ 1.36 เท่านั้น ส่วนจุดหมายอย่างประเทศพม่า (Myanmar) นั้น แม้ในช่วงหลังจะได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวยุโรปเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ก็ประสบปัญหาด้านภาพลักษณ์จากแก้ไขปัญหาเรื่องชนกลุ่มน้อยชาวโรฮิงยา

เมื่อเจาะลึกลงไปถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงชาวเยอรมนี พบว่าจากประชากร 81.2 ล้านคน ชาวเยอรมนีที่มีรายได้มากกว่า 65,000 เหรียญสหรัฐฯ/ปี (หรือมากกว่า 2 ล้านบาท/ปี) มีจำนวนมากถึง 5.92 ล้านคน โดยในจำนวนนี้กว่าร้อยละ 90 ไม่เคยเดินทางมายังประเทศไทย

จากข้อมูลเชิงลึกของ ททท. พบว่า นักท่องเที่ยวคุณภาพสูงชาวเยอรมนีเหล่านี้มีการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวสำหรับเส้นทางท่องเที่ยวระยะสั้นราว 2,165 เหรียญสหรัฐฯ/ครั้ง (ราว 67,000 บาท) และ ใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวในเส้นทางท่องเที่ยวยะยะไกลสูงถึง 4,175 เหรียญสหรัฐฯ/ครั้ง (ราว 130,000 บาท) โดยปัจจัยสำคัญในการเลือกเป้าหมายท่องเที่ยวต่างประเทศของนักท่องเที่ยวเหล่านี้มี 3 ปัจจัยหลักคือ ความเป็นมิตรของคนท้องถิ่น วัฒนธรรมวิถีชีวิตท้องถิ่น และสภาพอากาศ

“ความเป็นมิตรของคนท้องถิ่นเป็นปัจจัยที่นักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพสูงชาวเยอรมนีเห็นว่ามีความสำคัญต่อการเลือกจุดหมายท่องเที่ยวต่างประเทศมากที่สุด รองลงมาได้แก่ วัฒนธรรมวิถีท้องถิ่น สภาพอากาศที่เหมาะสมสำหรับการพักผ่อน ความคุ้มค่าเงิน/ความสามารถที่จะจ่าย และอาหาร/เครื่องดื่ม” ททท.ระบุ และชี้ด้วยว่า นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ มากกว่าร้อยละ 79 เดินทางไปต่างประเทศอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง โดยประเทศที่เป็นจุดหมายยอดนิยมในการเดินทางระยะใกล้ ได้แก่ สเปน (Spain), อิตาลี (Italy), ออสเตรีย (Austria), ฝรั่งเศส (France), สหราชอาณาจักร (United Kingdom) ส่วนจุดหมายยอดนิยมระยะไกลได้แก่ สหรัฐอเมริกา (United States) ประเทศไทย (Thailand) จีน (China) ออสเตรเลีย (Australia) ญี่ปุ่น (Japan) และอินโดนีเซีย (Indonesia) เช่น บาหลี (Bali) โดยจุดหมายระยะใกล้ใช้เวลาพำนักเฉลี่ย 8.18 คืน และจุดหมายละยะไกลใช้เวลาพำนักเฉลี่ย 14.14 คืน

สิ่งที่น่าสนใจสำหรับแนวโน้มพฤติกรรมในการท่องเที่ยวของชาวเยอรมนีที่เปลี่ยนแปลงไปก็คือ ระยะเวลาในการวางแผนและตัดสินใจจองการเดินทางก่อนการท่องเที่ยวนั้นลดลงจากเดิม 6 เดือน เหลือเพียง 5-6 สัปดาห์ก่อนการเดินทางเท่านั้น โดยพฤติกรรมในการจองตั๋วเครื่องบินและที่พักผ่านระบบออนไลน์ รวมไปถึงการจองนาทีสุดท้าย (Last minute booking) นั้นกำลังเติบโตอย่างสูง และคาดกันว่าในปีหน้า 2563 ช่องทางออนไลน์จะเป็นช่องทางหลักในการจองการเดินทางของชาวเยอรมนี.



ที่มา : LOVstay: Vacation Rentals by Owner

ท่องเที่ยว, การท่องเที่ยว, ประเทศไทย, ยุโรป
หน้าหลักบล็อก