24
Jul
2019
4S Marketing การตลาดสไตล์ญี่ปุ่น Categories : Marketing
0 <<<<< ให้คะแนน (Give Heart)

ผลิตภัณฑ์ของญี่ปุ่นมักจะได้รับความนิยม และขายดิบขายดีอยู่เสมอ ลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์หรือใช้บริการธุรกิจของญี่ปุ่นให้เหตุผลประกอบการตัดสินใจหลายๆ อย่าง ตั้งแต่คุณภาพไปจนถึงรูปลักษณ์ที่สวยโดนใจ ความเรียบง่าย ความกุ๊กกิ๊กน่ารัก ตลอดจนการใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ จนกลายเป็นเอกลักษณ์ แต่จริงๆ แล้ว อะไรล่ะ คือรหัสลับ หรือเหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้บริการและสินค้าของญี่ปุ่นถึงขายดี การตลาดแบบใดกันล่ะที่ชาวญี่ปุ่นใช้ครองใจลูกค้า

อาจารย์ด้านการตลาด ดร.กฤตินี พงษ์ธนเลิศ กูรูผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดแบบญี่ปุ่น เจ้าของผลงาน "Japan Gossip : เมาท์ญี่ปุ่นให้คุณยิ้ม" และ "สุโก้ย! Marketing : ทำไมใครๆ ก็ติดใจญี่ปุ่น" และผู้เขียน Japan Gossip ในเว็บ Marumura ได้พูดถึง การตลาดแบบญี่ปุ่น 4 หัวข้อให้เราฟัง

1. Simple เรียบง่าย คลาสสิก

Simple ความเรียบง่าย คลาสสิกแบบญี่ปุ่น เป็นสิ่งแรกๆ ที่เราสัมผัสได้ถึงความเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นบอกว่า "Simplicity to Imagination" หรือความเรียบง่ายจะนำไปสู่จินตนาการ คือการเหลือพื้นที่ให้กับผู้ชม ผู้ซื้อได้จินตนาการต่อ สำหรับคนญี่ปุ่น ความเรียบง่าย คือ ความงาม

2. Small Details เพราะรายละเอียด คือ การใส่ใจ

ลักษณะที่สำคัญของชาวญี่ปุ่น คือ การใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น Packaging ของขนมชนิดหนึ่ง คนญี่ปุ่นไม่ได้คิดแค่ว่าจะทำยังไงให้ขนมอร่อย แต่คิดตั้งแต่วิธีการแกะกล่อง หยิบ ทาน และทิ้ง

ร้านขายสเต็กแห่งหนึ่ง จะบอกรายละเอียดว่า เนื้อวัวที่ใช้มาจากวัวพันธุ์อะไร อายุเท่าไหร่ ฟาร์มไหน กินอะไรเป็นอาหาร บอกกระทั่งเวลาที่บดเนื้อ

หรือกระเป๋าทำงานญี่ปุ่นยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งมีรูปแบบแสนธรรมดา แต่หากมองลึกลงไปในรายละเอียดกลับพบว่า นี่คือ กระเป๋าที่ตั้งใจผลิตขึ้นมาให้กับเหล่ามนุษย์เงินเดือนของญี่ปุ่นได้ใช้กันอย่างแท้จริง เริ่มตั้งแต่ที่ขนาด ซึ่งใหญ่กว่ากระเป๋าธรรมดาทั่วไป เพราะพฤติกรรมคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่นิยมขับรถ แต่จะใช้รถไฟ ดังนั้น ในกระเป๋าของแต่ละคนจึงมักเต็มไปด้วยข้าวของมากมาย โน้ตบุ๊ก หนังสือ ขวดน้ำ ฯลฯ ผู้ผลิตจึงออกแบบมาให้มีขนาดใหญ่ มีฟังก์ชันใช้งานที่สามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ซิปที่มีขนาดใหญ่เพื่อความคงทน ช่องใส่ขวดน้ำด้านนอกเพื่อจะได้ไม่เสียเวลาเปิดกระเป๋า ช่องใส่มือถือและเศษสตางค์พร้อมซิปด้านใน เพราะผู้ชายญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่ชอบพกอะไรใส่กระเป๋ากางเกงจะเอามาใส่กระเป๋าถือแทน นอกจากนี้ กระเป๋าทั้งสองด้านไม่ว่าด้านหน้าหรือด้านหลังยังออกแบบมาให้เหมือนกัน มีความสมมาตร เพื่อเวลาเร่งรีบจะได้ไม่ใช้สลับกัน มองด้านไหนก็เหมือนกัน จากเหตุผลดังกล่าวนี่เอง จึงทำให้ผู้บริโภครู้สึกสบายใจที่ได้ใช้ เกิดความไว้วางใจ จนไม่คิดอยากเปลี่ยนไปใช้แบรนด์อื่น เพราะเหมือนได้เจอกับคนรู้ใจแล้ว สิ่งเหล่านี้ คือ Small Detail บางครั้งผู้บริโภคอาจมองไม่เห็น แต่สามารถสัมผัสได้และรับรู้ได้

3. Story เรื่องราว คือ คุณค่า

การบอกเล่าเรื่องราว มักเป็นวิธีการหนึ่งที่การตลาดทั่วโลกนิยมนำมาใช้สร้างเอกลักษณ์และคุณค่าของแบรนด์ให้เป็นที่รับรู้แก่ผู้บริโภค แต่การบอกเล่าเรื่องราวระหว่างสินค้าไทยและสินค้าญี่ปุ่น ก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป สินค้าไทยส่วนใหญ่มักบอกเล่าเรื่องราวถึงรายละเอียด ส่วนผสม สรรพคุณของสินค้านั้นๆ ไว้อย่างละเอียด จนบางครั้งทำให้ยากที่จะจดจำแก่ผู้บริโภค แต่สำหรับสินค้าของญี่ปุ่น Story หรือเรื่องราวที่พยายามสื่อออกไปถึงผู้บริโภคจะเป็นในรูปของการบอกเล่าความรู้สึก ความพิเศษ วัตถุประสงค์ของการผลิตสินค้านั้นๆ ออกมา จึงสามารถสร้างความประทับใจ และการจดจำให้กับลูกค้าได้ง่ายกว่า ทั้งนี้ ยังรวมถึงประสบการณ์ที่ได้จากการใช้สินค้านั้นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นแพ็กเกจจิ้งที่ดีไซน์เป็นอย่างดี ทั้งรูปลักษณ์และการใช้งาน รสชาติ คุณภาพของสินค้าที่รู้สึกได้ถึงความใส่ใจ

มีแบรนด์ของข้าวญี่ปุ่นแบรนด์หนึ่ง ซึ่งจะบอกว่าข้าวญี่ปุ่นนั้นอร่อยมาก แต่คนญี่ปุ่นมักไม่ค่อยสนใจข้าวกันแล้ว หันไปทานอาหารอย่างอื่นกันมากขึ้น ขนมปังบ้าง พาสต้าบ้าง แบรนนี้จึงคิดว่าจะทำยังไงให้คนญี่ปุ่นหันมาสนใจมาทานข้าวญี่ปุ่น เลยเกิดไอเดียเอาข้าวแต่ละชนิดมาผสมกันจนทำให้ได้ข้าวที่เอาไว้หุงข้าวปั้นได้ดีที่สุด ได้ข้าวชนิดที่เอาไว้ทานกับไข่ดิบเข้ากันที่สุด ข้าวที่เอาไว้ทานกับปลาย่างได้รสชาติที่สุด หรือข้าวที่เหมาะกับการไว้ทานกับแกงกะหรี่ได้อร่อยที่สุด

4. Self-less (Less “ME”)

คนญี่ปุ่นที่มักมีนิสัยอ่อนโยน สุภาพ โอบอ้อมอารีเป็นพื้นฐาน สิ่งหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในสินค้าญี่ปุ่น นอกจากดีไซน์และคุณภาพ นั่นคือ Selfless คิดถึงตัวเองให้น้อยๆ แต่คิดถึงคนอื่นให้มากเข้าไว้

คุณลุงเจ้าของร้านซัก อบ รีดแห่งหนึ่งเปิดกิจการมาหลายสิบปี ตั้งแต่ครั้งยังเป็นหนุ่มๆ สิ่งแรกที่คุณลุงมักจะทำก่อนเสมอ หลังจากรับผ้ามาจากลูกค้า คือ เอาแว่นขยายมาส่องดูเนื้อผ้าและคราบสกปรก เพื่อที่จะเลือกใช้น้ำยาทำความสะอาดที่เหมาะสมขจัดคราบสกปรกที่ติดอยู่ในเนื้อผ้าผืนนั้นได้ ขณะเดียวกันก็รักษาเส้นใยผ้าได้ดีอีกด้วย เช้าวันหนึ่ง มีลูกค้าผู้หญิงเป็นพี่น้องสองคนเอาชุดลูกไม้เก่าของคุณแม่มาให้ซัก บอกว่าเป็นชุดที่คุณแม่ใส่ตั้งแต่ยังเป็นสาวๆ แต่ท่านเสียไปแล้ว ด้วยความคิดถึงจึงอยากนำมาซักทำความสะอาด ซึ่งชุดนี้ไม่ได้ซักมาเป็นเวลานานมาก ตัวชุดปักด้วยลูกไม้ลายดอกกุหลาบเล็กๆ ไว้อย่างละเอียด หากซักไม่ดีชุดอาจขาดได้ ลายอาจหลุดลุ่ย คุณลุงจึงตัดสินใจเลาะลูกไม้ลายดอกกุหลาบทั้งหมดนั้นออกมาทีละดอกๆ แล้วจึงนำไปแยกซัก แล้วจึงค่อยนำกลับมาเย็บให้เหมือนเดิม โดยใช้เวลาทำทั้งหมดอยู่เกือบ 2 เดือน

ถามว่าทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ คุณลุงบอกว่า เสื้อผ้าทุกชุด คือ ความทรงจำ ชุดนี้ คือ ความทรงจำระหว่างแม่กับพี่น้องสองคน ดังนั้น เมื่อมีโอกาสช่วยซักความทรงจำนั้นให้กลับมาสะอาดอีกครั้ง ทำไมถึงจะไม่ทำให้ดีที่สุด นี่คือ แนวคิดที่เรียกว่า Selfless คิดถึงตัวเองให้น้อย คิดถึงลูกค้าให้มากๆ และคุณลุงก็ได้เจอแนวทางการทำธุรกิจของตัวเอง นั่นก็คือ ช่างรับซักความทรงจำ



ซึ่งจาก 4 ข้อนี้ ข้อที่เป็นพื้นฐานแนวความคิดการตลาดแบบญี่ปุ่นเลย คือ Selfless การคิดถึงตัวเองให้น้อย แต่คิดถึงผู้อื่นหรือลูกค้าให้มาก เพราะจะทำให้เกิดทุกข้อตามมา เมื่อเรานึกถึงคนอื่นมาก่อน ก็จะนำไปสู่จิตใจของการพยายามพัฒนาสินค้าหรือบริการที่ดียอดเยี่ยม เหมือนความรู้สึกดีๆ ที่เราได้ทำอะไรสักอย่างให้กับคนที่เรารัก

ทุกวันนี้ เมื่อผมทำหน้าที่เป็นโค้ชด้าน Digital Marketing ให้กับทางสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ผมจึงได้มีโอกาสพบปะและคลุกคลีกับผู้ประกอบการและเอสเอ็มอีจำนวนมาก บ่อยครั้งมักจะได้ยินคำถามถึงการสร้างแบรนด์ หรือแนวทางการตลาดอยู่เสมอๆ คำแนะนำอย่างนึงที่ผมชอบชวนให้ผู้ประกอบการลองมองกลับมายังธุรกิจ สินค้า หรือบริการของตัวเองว่า แล้วคิดว่ามีความเป็น Selfless บ้างหรือไม่ เราสามารถมองเห็นสีหน้าความสุขของลูกค้าเวลาได้ใช้สินค้าหรือบริการของเราหรือเปล่า หาก "ไม่" ลองนึก แล้วถามตัวเองว่า เราทำสินค้านี้ไปเพื่ออะไร หรือสินค้าของเราสำคัญต่อลูกค้าอย่างไร สิ่งเหล่านี้อาจจะทำให้เราพบกับ Selfless ในแบบของตัวเอง

บางที่ "คำตอบ" ที่ใช่ อาจจะเกิดจาก "คำถาม" ที่ถูกต้องก็เป็นได้

สินค้า, บริการ, ญี่ปุ่น, Marketing, Japan, การตลาด, ลูกค้า
Post to Facebook
กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
หน้าหลักบล็อก