18
Dec
2019
การป้องกันไม่ให้เป็นโรคกระดูกเสื่อมก่อนวัยอันควร Categories : สุขภาพ
0 <<<<< ให้คะแนน (Give Heart)

                  โรคกระดูกเสื่อมอีกหนึ่งโรคฮิตของผู้สูงอายุที่ต้องเจอกับอาการปวดตามข้อบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น คอ ไหล่ หลัง เอว แขน มือ เข่า และเท้า มีเสียงหรือเจ็บปวดเมื่อเคลื่อนไหวข้อ มีอาการบวมแดง ร้อนบริเวณข้อ รู้สึกขัด ตึง หรือเจ็บปวดบริเวณข้อ เมื่อปรับ เปลี่ยนท่าหลังจากอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนาน ๆ เช่น นั่งคุกเข่า หรือขัดสมาธิ มีอาการปวดข้อ ตึง หรือขัด แบบเป็น ๆ หาย ๆ ซึ่งสาเหตุหลักของโรคกระดูกเสื่อม มาจากการเสื่อมของกระดูกอ่อนบุข้อ ที่เกิดจากการใช้งานหนัก เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากความเสื่อมของข้อต่อตามอายุและการใช้งาน ส่วนใหญ่จะพบในผู้สูงอายุ ส่วนอาการปวดข้อที่มักจะเกิดขึ้นในวัยทำงาน ส่วนใหญ่จะเกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น ความเสื่อมที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ การเล่นกีฬา และรวมไปถึงกลุ่มความเสี่ยงที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปหรือกินยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ปริมาณมากสิ่งเหล่านี้ก็ล้วนมีผลกระทบและส่งผลให้เป็นโรคกระดูกเสื่อมเร็วขึ้น ดังนั้นการดูแลตนเองให้เลี่ยงสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้ก็จะส่งผลกระทบที่ดีให้กับร่างกายได้ นอกจากสิ่งเหล่านี้แล้วก็ยังมีวิธีป้องกันโรคกระดูกเสื่อมอีกหลายวิธีซึ่งวันนี้เราก็เอาวิธีป้องกันไม่ให้กระดูกเสื่อมมาฝากให้กับทุก ๆ คน ด้วยพร้อมแล้วก็มาดูกันเลยค่ะ

                วิธีป้องกันโรคกระดูกเสื่อม

1. ปรับท่าทางในชีวิตประจำวันให้ถูกต้อง ตั้งแต่ การนั่ง การยืน การเดินในท่าทางที่ถูกต้อง เช่น การนั่งที่ดีต้องนั่งหลังตรงมีพนักพิงหลัง หลีกเลี่ยงการยกของหนัก หรือถ้าจำเป็นต้องยกของหนัก ควรที่จะยกขึ้นมาแบบหลังตรง เป็นต้น

2. ปรับเปลี่ยนอิริยาบถบ่อย ๆ เพราะการนั่งอยู่กับที่เป็นเวลานาน ๆ เช่น นั่งหลังงอและก้มคอทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ ติดต่อกันหลายชั่วโมงก็เป็นผลเสียต่อข้อต่อบริเวณคอ และกระดูกสันหลังส่วนเอว การนั่งที่ถูกต้อง คือ การนั่งพิงพนักเก้าอี้ และไม่ควรก้มคอนาน ๆ

นอกจากนั้น ควรหาโอกาสขยับตัว โดยลุกขึ้นมาเดินบ้าง ยืดแขนยืดขาบ้างเพื่อเป็นการบริหารข้อต่อ

3. การควบคุมน้ำหนักตัว เพื่อลดภาระของกระดูกในการรับน้ำหนัก โดยเฉพาะน้ำหนักตัวที่มากเกินไปจะเป็นภาระกระดูกสันหลังในการรับน้ำหนัก โอกาสที่กระดูกสันหลังเสื่อมจะมีมากตามมา

4. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อกระดูกและข้ออย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น ปลาเล็กปลาน้อย ที่สามารถรับประทานได้ทั้งก้าง นมและผลิตภัณฑ์จากนม เช่น นมเปรี้ยว โยเกิร์ต งา โดยเฉพาะงาดำ ผักใบเขียวชนิดต่าง ๆ ผลิตภัณฑ์จากถั่ว เช่น นมถั่วเหลือง เต้าหู้ เต้าเจี้ยว และผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียม

5. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อและความแข็งแรงของกระดูกด้วยการเดิน วิ่ง เพราะกล้ามเนื้อเป็นส่วนสำคัญในการแบ่งเบาภาระต่าง ๆ ของกระดูกด้วย

6. การรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันเซลล์เสื่อม เช่น ผักและผลไม้ที่รสไม่หวานมาก รับประทานให้ครบทั้ง 5 สี เช่น ผลไม้ตระกูลเบอรี่ และผักผลไม้ที่มีเบต้าแคโรทีนสูง ๆ คือ ผัก และผลไม้ที่มีสีส้ม เหลืองหรือแดง  เช่น แครอท ฟักทอง หน่อไม้ฝรั่ง ข้าวโพดอ่อน แตงโม แคนตาลูป มะละกอสุก และผักที่มีสีเขียว เช่น บรอคโคลี มะระ ผักบุ้ง ต้นหอม ผักคะน้า ผักตำลึง เป็นต้น

                เพราะโรคกระดูกเสื่อมเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ การป้องกันและการดูแลเอาใจใส่จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก อย่าละเลยอาการปวดข้อปวดกระดูก โดยเฉพาะข้อเข่าและข้อสะโพก ซึ่งเป็นอวัยวะที่รองรับการทรงตัวของร่างกาย เมื่อเริ่มมีอาการปวดหรือผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อถนอมรักษาข้อเข่า ข้อสะโพก และข้อกระดูกให้อยู่กับเราไปได้นานที่สุด

โรคกระดูกเสื่อม
Post to Facebook
กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
หน้าหลักบล็อก