21
September
2018
ซื้อโทรทัศน์อย่างไงไม่ให้ผิดหวัง Categories : เครื่องใช้ไฟฟ้า
0 <<<<< ให้คะแนน (Give Heart)

 

โทรทัศน์จัดเป็นของใช้ที่ต้องมีประจำบ้านของทุกๆ บ้านเลยก็ว่าได้ เพราะโทรทัศน์เปรียบเสมือนศูนย์รวมสมาชิกในบ้านในการมาดูหนัง ฟังเพลง ดูข่าว และร่วมวงสนทนากัน ถือเป็นส่วนหนึ่งเอกลักษณ์ของไทยเลยก็ได้ ถ้าบ้านไหนไม่มีโทรทัศน์เหมือนจะขาดความสนุกร่วมกันกับสมาชิกในบ้านเลย ด้วยเหตุนี้เองโทรทัศน์จึงเป็นอะไรที่สำคัญที่ควรมีไว้ในบ้าน จึงทำให้คนส่วนเวลาจะซื้อโทรทัศน์ ต้องเลือกให้ดี ๆ เช่น ราคาโทรทัศน์ รุ่น  ยี่ห้อ ว่าควรเลือกอย่างไง เพราะไม่รู้ว่าจะเหมาะกับเราเปล่า ถ้าอย่างนั้นลองมาดูหลักการพิจารณาในการเลือกซื้อทีวี ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้พร้อม ๆ กันเลยคะ

                หลักการเลือกซื้อโทรทัศน์

1.จำนวนของพิกเซล!!

ยิ่งมีค่าพิกเซลสูงเท่าไหร่ภาพที่ได้ยิ่งมีความละเอียดสูงและแน่นอนคะราคาโทรทัศน์ก็จะแพงขึ้นด้วยคะ

2.Contrast Ratio

ค่านี้ยิ่งสูงยิ่งดี เพราะค่า Contrast Ratio คืออัตราส่วนสีดำที่ดำที่สุดและสีขาวที่ขาวที่สุดที่ทีวีสามารถแสดงได้ ทีวีเครื่องไหนมีค่าคอนทราสต์เรโชสูงๆ จะแสดงภาพได้ดูลึกมีมิติสมจริง

3. Response Time

ค่านี้ยิ่งต่ำมากๆ ยิ่งดี อย่างน้อยควรจะต่ำว่า 4ms ซึ่งค่า Response Time นี้ เป็นความเร็วในการตอบสนองของเม็ดพิกเซลเมื่อเปลี่ยนจากการแสดงสีดำมาเป็นสีขาว แล้วก็เปลี่ยนจากสีขาวมาเป็นสีดำอีกครั้งนึง โดยมีหน่วยเป็นมิลลิวินาที (ms) อย่างไรก็ดีผู้ใช้อย่างเราๆ มักเห็นสเปคข้างกล่องที่อ้างอิงตัวเลขที่ค่อนข้างเกินจริง สาเหตุก็เป็นเพราะผู้ผลิตแต่ละแบรนด์ต่างมีวิธีวัดค่า Response Time เป็นของตัวเอง ดังนั้นผู้ซื้อจึงควรทดสอบด้วยตาตัวเองมากกว่าเชื่อสเปคที่เขียนไว้ข้างกล่อง

4. มีช่องต่อที่ครอบคลุม

  • ถ้าเป็นขนาด 42” ขึ้นไปควรมีช่องต่อ HDMI version 1.4  (แต่ถ้าทีวีที่เลือกซื้อเป็น UHD TV ควรจะเป็น HDMI version 2.0) อย่างน้อยๆ 3 ช่องนะ แต่ถ้าเป็นขนาดเล็กกว่านั้นส่วนใหญ่แต่ละแบรนด์จะให้มาประมาณ 1-2 ช่องเท่านั้น
  • ช่องต่อ Component ควรจะมีอย่างน้อย 1 ชุด
  • ช่องต่อ Optical
  • ช่องต่อ AV ก็ควรจะมีนะครับถึงแม้ว่าอนาคตอาจจะไม่ได้ใช้แล้ว แต่ตอนนี้ยังคงมี่เครื่องที่ใช้สาย AV กันอยู่ใช้ไหมละครับ ดังนั้นก็ควรจะมีอย่างน้อยซัก 1 ชุด
  • ส่วนช่องต่อ USB Port ในปัจจุบันรุ่นล่างๆ ขนาด 32" อย่างน้อยๆ ก็มีให้ 1 ช่องแล้ว ดังนั้นรุ่นกลางขนาด 40" ขึ้นไปควรมีอย่างน้อย 2 ช่อง

5. ขาตั้งและมุมมอง

ต้องยอมรับว่าขาตั้งของทีวีในปัจจุบันส่วนใหญ่เกือบ 80% ไม่สามารถหมุนซ้าย - ขวาได้ ก่อนเลือกซื้อผู้ใช้ควรคิดคำนึงด้วยว่าเวลาเราใช้งานจริง มีการหมุนทีวีมากน้อยแค่ไหน แต่อย่างไรก็ดีด้วยความที่เทคโนโลยีการผลิตพัฒนาไปเป็นอย่างมาก ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกซื้อทีวีที่มีขนาดใหญ่ขึ้นได้ในราคาที่ถูกลง ดังนั้นปัญหาเรื่องการหมุนของขาตั้งจึงแทบไม่ต้องใส่ใจ ผู้ใช้ควรมาพิจารณาถึงเรื่องมุมมองของทีวีแทน ฉะนั้นก่อนเลือกซื้อผู้ใช้ควรลองดูมุมมองด้านข้างของทีวีด้วย ว่าให้ภาพเป็นอย่างไร สีสันเป็นอย่างไร แตกต่างจากการมองตรงกลางมากน้อยแค่ไหนด้วย

6. ดีไซน์

หากจะพูดว่าทีวีนั้นไม่ได้ต่างอะไรกับเฟอร์นิเจอร์ก็คงไม่ผิดนัก เพราะทีวีเครื่องแรกมักจะถูกจัดวางอยู่ที่ห้องนั่งเล่น ดังนั้นการเลือกดีไซน์ของทีวีให้เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ก็ถือว่าเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง

7. ขนาดของจอภาพ

เชื่อว่าหลายๆคนที่เคยซื้อ LCD TV หรือ Plasma TV ไปแล้ว ใช้ไปซักพักจะเจอปัญหา "จอหด" คือทีวีที่มีอยู่ที่บ้านมันดูเล็กเหลือเกินทั้งๆที่ตอนซื้อเราก็ว่าใหญ่แล้วนะ ทางผู้เขียนแนะนำให้ซื้อขนาดที่ใหญ่ และเป็นขนาดที่ "ใหญ่แบบพอเหมาะ" มิใช่ใหญ่จนเกินไปจนสายตากวาดไม่ทั่วประหนึ่งนั่งแถวหน้่าสุดในโรงหนัง หากมีระยะดูซัก 1.5-2.0 เมตรขึ้นไปก็แนะนำระดับ 40" ขึ้นไป หรือหากมีระยะรับชมซัก 3.0 เมตรก็แนะนำขนาด 50" ขึ้นไป ขนาดยิ่งใหญ่ = เป็นการขยายขอบเขตความสุขในการรับชมให้มากยิ่งขึ้น และเป็นการซื้อทีเดียวจบ

                เป็นอย่างไรบ้างคะ กับหลักการเลือกซื้อโทรทัศน์ ยิ่งโทรทัศน์ที่เราต้องการได้คุณภาพดีๆ เวลาดูแล้วมีความสุข ภาพชัด เสียงชัด จอใหญ่ และอื่นๆ ถ้าเราต้องการฟังก์ชั่นเยอะหรือสเปคโทรทัศน์ดีๆ แน่นอนคะว่าราคาโทรทัศน์ นั้นย่อมสูงเป็นเรื่องธรรมดาคะ

#ราคาโทรทัศน์

ราคา โทรทัศน์
Post to Facebook
กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
หน้าหลักบล็อก