4
Jun
2020
โอกาสของ...น้ำฝน..อยู่ที่ใคร? Categories : เรื่องเล่าโครงการ คนพิการก็มีฟัน
0 <<<<< ให้คะแนน (Give Heart)

โอกาสของน้ำฝน..อยู่ที่ใคร?

(คลิ๊กรับชมได้ที่ช่อง youtube "คนพิการก็มีฟัน" )

"ครอบครัวของน้องน้ำฝน...จากคนพิการ 1 คน ที่ตามหาโอกาสในการใช้ชีวิต...กลายเป็น "คนพิการ 3 คน" อยู่ร่วมกัน...โดย..ไม่รู้วันพรุ่งนี้...."


น้ำฝนเป็นเด็กที่เกิดจากแม่ที่มีน้องน้ำฝนตอนอายุมากแล้ว น้องน้ำฝนจึงไม่แข็งแรงและมีภาวะชักหลังคลอด ทำให้เกิดสภาพร่างกายชักเกร็ง และมีผลทำให้ร่างกายเติบโตช้า และมีผลต่อสมองและภาวะการเรียนรู้

คณะเจ้าหน้าที่ รพ.ได้พบเจอน้องน้ำฝน ในสภาพคนพิการที่ต้องมีผู้ดูแลในปี2559 น้ำฝนเป็นเด็กที่มีพัฒนาการช้า ตัวเล็ก หนักไม่ถึง 30 กก. มีฟันผุเพียง 2 ซี่
ประวัติและความต้องการ การช่วยเหลือจากสภาวะที่เป็นอยู่
เป็นครอบครัวที่มีแม่ดูแลน้องน้ำฝนเป็นหลัก พ่อรับจ้างทำงานทั่วไปเป็นคนที่มีสรีระไม่สมประกอบ คือหลังค่อม มาแต่กำเนิด และติดเหล้า

ต้องการให้จัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมต่อการดูแลน้องน้ำฝน คือทำห้องน้ำให้อยู่บนบ้านเพื่อไม่ต้องอุ้มน้องไปเข้าห้องน้ำที่ห่างจากตัวบ้าน 15 เมตร ทีมีภาวะน้ำท่วมขังตลอดเวลาโดยเฉพาะช่วงหน้าฝน หรือช่วงที่เกิดน้ำท่วมในเขตพื้นที่
อปท. มอบหมายให้ อบต. จัดการให้มีการดูแลอย่างเหมาะสม
ต้นปี 2560 ไม่มีความคืบหน้าจากหน่วยงานอบต.ในการปรับปรุงพื้นที่ น้องอยู่ในสภาวะพึ่งฟื้นตัวจากไอซียู จากสภาวะปอดติดเชื้อจากการสำลัก  มีสายอ๊อกซิเจน และเจาะคอ ใส่สายดูดเสมหะ ทางรพ.ให้แม่มาดูแลน้องต่อที่บ้าน โดยไม่มีอุปกรณ์การดูแลที่เหมาะสมเช่น น้ำยาทำความสะอาด และความรู้เรื่องการทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ถูกต้อง ทีมสหวิชาชีพดูแลเบื้องต้นและมอบหมายให้ รพ.สต.ในพื้นที่ดูแลต่อ และตามเรื่องให้อบต. มาปรับปรุงพื้นที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมในที่สุด
ต้นปี 2561 น้องน้ำฝนมีพัฒนาการดีขึ้นร่าเริงมีความสุข ช่วยเหลือตัวเองได้ในบางเรื่อง เช่นเข้าห้องน้ำเอง กินข้าเองได้ ผลจากการได้ไปเรียนที่โรงเรียนการศึกษาพิเศษ ทำให้มีพัฒนาการที่ดี ช่วยเหลืออตัวเองเบื้องต้นได้แต่ก็ยังต้องมีผู้ดูแลคือผู้เป็นแม่
กลางปี 2561 มีพัฒนาการที่ก้าวหน้า มีการพยายามฝึกเดิน และให้ความร่วมมือที่ดีกับทีมสหวิชาชีพ ทางแม่แจ้งว่าทางโรงเรียนการศึกษาพิเศษอยากให้น้องไปเรียนที่เชียงใหม่เพี่อจะได้มีพัฒนาการที่ดีขึ้นกว่านี้
ปลายปี 2561 ทีมสหวิชาชีพและทีม สสส. ได้มาเยี่ยมน้อง พบว่า มีพัฒนาการถดถอยลงและมีปัญหาจากสภาพเศรฐกิจในครัวเรือนเข้ามาร่วม น้องน้ำฝนปวดท้องมา3 วันแล้ว ไม่มีค่าเดินทางไปรักษาตัว ทีมสหวิชาชีพประสานงานกับ อบต. จัดหารถไปส่งรพ.ให้ แต่น้องไม่ได้ไปเรียนที่โรงเรียนการศึกษาพิเศษที่เชียงใหม่ เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจภายในครัวเรือน ที่หากน้องไปเรียนที่เชียงใหม่ผู้ปกครองต้องตามไปดูแลน้องผู้เป็นพ่อจึงไม่ยินยอม เพราะพ่อน้องน้ำฝนเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานทำให้กระดูสันหลังคดงอ ไม่สามารถทำงานได้อีกต่อไปเพราะเดินไม่สะดวก แต่ยังมีภาวะติดเหล้าอยู่เช่นเดิม
กลางปี 2562 ออกเยี่ยมน้องน้ำฝน พบว่าน้องถูกทิ้งไว้ให้นอนในห้องน้ำ เพราะอากาศร้อน และมีปัญหาเรื่องผู้ดูแล ความเป็นอยู่เพิ่มขึ้น เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจของครัวเรือน ผู้เป็นแม่ที่เป็นคนดูแลน้องน้ำฝนเป็นหลักมาแต่แรกต้องออกไปทำงานแทนผู้เป็นสามีเป็นผู้พิการโดยสมบูรณ์ และให้น้องน้ำฝนอยู่กับพ่อที่มีสภาพเป็นผู้พิการที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้มากนัก นอกจากนั่ง ๆ นอน ๆ  ไม่สามารถดูแลน้องน้ำฝนได้อย่างที่ผู้เป็นแม่เคยทำ
ทำให้น้องน้ำฝนขาดผู้ดูแลฝึกฝนพัฒนาการ และขาดอุปกรณ์ที่เหมาะสมในการฝึกพัฒนาการ เนื่องจากน้องน้ำฝนเติบโตเกินกว่าผู้เป็นแม่จะพยุงไหว พากันล้มไปด้วยกันหลายครั้งทำให้แม่ไม่ฝึกให้น้องเดินอีกต่อไป

ปลายปี 2562 แม่น้องน้ำฝนถูกประเมิณจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขว่ามีภาวะ "ป่วยทางจิต" ร่วมด้วยในที่สุดแต่แม่น้องน้ำฝนยังปฎิเสธการเข้ารับการตรวจรักษาอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่  ทาง อสม. อบต. จึงประสานไปทาง พม. "พัฒนาสังคมและมนุษย์" ในพื้นที่ให้เข้ามาดูแล  เพราะมีคนพิการในบ้าน 2 คน
พม. จัดการเรื่องเงินช่วยเหลือสงเคราะห์ และส่งเรื่องต่อให้กับ กรมการพัฒนาชุมชน ที่จะดูแลครอบครัวของน้องน้ำฝนต่อไปซึ่งยังไม่มีความคืบหน้า...

โครงการ พัฒนานวัตกรรมกระบวนการเพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพช่องปากของคนพิการในประเทศไทย ซึ่งได้รับสนับสนุนงบประมาณดำเนินโครงการจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

Post to Facebook
กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
หน้าหลักบล็อก