19
Feb
2016
ฉันเป็นใคร มาจากไหน มาทำไม มาดูกัน Categories : เรื่องส่วนตั๊ว ส่วนตัว
6 <<<<< ให้คะแนน (Give Heart)

กวินภพ ครบวงจร กระฉ่อนโลก

ถูกโฉลก กับงานเขียน เพียรใฝ่ฝัน

ไม่ชอบเดิน ตามก้นใคร ในทุกวัน

ชอบรังสรรค์ จินตนาการ สะท้านเมือง

ผมทำงาน งดเหล้านี้ สี่ปีแล้ว

อาจไร้แวว เลิศหรู ดูฟุ้งเฟื่อง

อาจไม่ร่ำ ไม่รวยแท้ แต่รุ่งเรือง

ด้วยบ้านเมือง ปลอดภัย ไร้คนเมา...

          สวัสดีครับ  ผมชื่อกวินภพ  แก้วก่า  หรือที่ใครๆ เรียกกันว่า เกต นะครับ  จริงๆ แล้ว  ชื่อเกตนี้เป็นชื่อที่ผมได้มาโดยกำเนิด  โดยเขียนว่า เกตน์  แต่ด้วยความที่ชื่อเหมือนผู้หญิงไปหน่อย  จึงทำให้ถูกเพื่อนๆ ล้ออยู่เป็นประจำ  ดังนั้น  เมื่อโตพอในระดับหนึ่ง  ผมจึงจัดการเปลี่ยนชื่อตัวเองเป็นชื่อข้างต้น  และลดชั้นชื่อเกตน์ลงไปเป็นชื่อเล่น  และตัด “น์” ออก เพื่อให้ใครๆ เขียนและอ่านได้ง่ายขึ้นครับ

          ผมเป็นคนที่ชอบสื่อสารด้วยการเขียนมากกว่าการพูด  ไม่ใช่เพราะผมเขียนเก่งนะครับ  แต่ผมเป็นคนพูดไม่เก่งครับ  เลยต้องหาช่องทางอื่นในการถ่ายทอดสิ่งที่อยู่ในใจออกไปให้คนอื่นได้รับรู้  ที่ดีกว่าการพูด  เพราะการเขียนนั้นเรามีเวลาเรียบเรียงข้อมูลต่างๆ ได้นานกว่าการพูด  ที่ต้องเอ่ยวาจาออกไปในทันที  และนั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมจำต้องผันตัวเองมาเป็นนักเขียนดังเช่นที่เป็นอยู่ครับ

          โดยปกติแล้ว  ผมจะเป็นคนเงียบขรึม  ไม่ค่อยพูดครับ  ถามเพื่อนๆ ผมดูได้เลย  บางวันอาจไม่ได้ยินเสียงผมเลยสักคำ  แต่ผมมีนิสัยประหลาดครับ  ถ้าได้จับไมโครโฟน  หรือกระโจนขึ้นไปอยู่บนเวทีแล้วล่ะก็  นิสัยจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคนทันทีครับ  โดยเฉพาะถ้าได้จับไมค์กับได้อยู่บนเวทีพร้อมกันล่ะก็  ผมสามารถทำได้ทุกอย่าง  ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่ามันเป็นอย่างนี้ไปได้ยังไง          

          สำหรับหน้าที่การงานของผมนั้น  คือการเป็นนักเขียนสารคดีอยู่ที่แผนงานทุนอุปถัมภ์เชิงรุก เพื่อควบคุมธุรกิจแอลกอฮอล์ในงานประเพณีวัฒนธรรม  สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าครับ  ผมต้องเดินทางไปทั่วแดนดินถิ่นขวานทอง  เพื่อเสาะหาข้อมูลเกี่ยวกับงานเทศกาลต่างๆ มาเขียนเป็นสารคดี  ซึ่งบอกได้เลยว่าถูกใจคนชอบการเดินทางอย่างผมมากครับ 

          เพราะสำหรับผม  การเดินทาง  ไม่ใช่แค่ไปให้ถึงจุดหมายเท่านั้น  หากแต่เรายังสามารถเก็บเกี่ยวเรื่องราวต่างๆ ระหว่างทางที่เราพบเจอ  มาร้อยเรียงเก็บไว้เป็นประสบการณ์ชีวิตได้อีกมากมายเหลือคณานับ  เพราะฉะนั้น  ผมจึงชอบชื่นชมทิวทัศน์สองข้างทางเป็นอย่างมาก  ระหว่างที่นั่งรถ  ในขณะที่คนอื่นล้วนสนุกอยู่กับการดูหนังเพื่อฆ่าเวลา  แต่ผมกลับไม่มีเวลาให้ฆ่าครับ  เพราะทุกนาทีบนรถนั้น  คือช่วงเวลาที่มีค่าจริงๆ สำหรับคนรักการเดินทางอย่างผมคนนี้

          และอย่างที่บอกไปแล้วว่างานของผมนั้นคือการเขียนสารคดี  ที่เกิดจากการลงพื้นที่เก็บข้อมูลตามงานเทศกาลต่างๆ อาทิ  สงกรานต์  ลอยกระทง  บุญบั้งไฟ  แข่งเรือยาวประเพณี  เป็นต้น  ซึ่งแต่ก่อนงานเหล่านี้มักจะมีเหล้าเบียร์อยู่เต็มอาณาบริเวณ  เนื่องจากพวกธุรกิจน้ำเมาเขาจะเข้าไปสนับสนุนงานครับ  และทำให้งานบุญ  กลายเป็นงานบาปแทน 

          แต่พวกเราก็พยายามที่จะเปลี่ยนค่านิยมทางสังคมเสียใหม่  ด้วยการให้เจ้าภาพเลิกรับทุนจากธุรกิจบาป  แล้วหันมาจัดงานบุญประเพณีที่ปลอดเหล้าแทน  ซึ่งผลที่ได้ก็คือ  สมาชิกครอบครัวสามารถมาเที่ยวงานได้อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา  พ่อแม่ก็ไม่ต้องกลัวว่าลูกหลานจะถูกลูกหลงจากบรรดาคนเมาที่ทะเลาะวิวาทกัน  เพราะเมื่อไม่มีเหล้า  แล้วจะมีคนเมาได้อย่างไรครับ

          ทีนี้  เมื่องานปลอดเหล้าแล้ว  เราก็อยากที่จะสื่อสารออกไปให้สังคมได้รับรู้  ให้เจ้าภาพจัดงานที่ยังยอมให้งานของตัวเองคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอายแห่งแอลกอฮอล์อยู่  ได้รู้ว่าหากเขาเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้ว  ชาวบ้านในพื้นที่ของเขาจะได้รับประโยชน์อะไรบ้าง  จึงเกิดเป็นสารคดีขึ้น  ซึ่งงานเขียนเหล่านี้  ยังถือเป็นแรงใจชั้นดี  ให้กับเจ้าภาพที่เลือกหันหลังให้กับธุรกิจน้ำเมาด้วยครับ

          แน่นอนครับว่า  การเขียนสารคดีนั้น  ภาษาที่ใช้จะต้องมีความสละสลวย  ร้อยเรียงต่อกันไปอย่างไหลลื่น  ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ  กว่าจะผลิตผลงานออกมาได้แต่ละเรื่อง  ต้องปรับแก้  ตกแต่งถ้อยคำนับครั้งไม่ถ้วน  ซึ่งผมยอมรับเลยว่ามันต่างจากรูปแบบการเขียนที่ผมชอบมาก  เพราะผมชอบเขียนอะไรที่มันมันส์ๆ ฮาๆ  ให้อ่านแล้วขำกลิ้งตกเก้าอี้ได้ยิ่งดี  ดังเช่นสมัยเรียนมหา’ลัย ที่ผมชอบเขียนบันทึกประจำวันเพื่อเก็บไว้อ่านเอง  ทุกวันนี้กลับมาอ่านผลงานของตัวเองทีไร  เป็นได้ฮาแตกฮาแตนทุกครั้งไปครับ  เช่นกันกับกลอนแปดอีกหลายร้อยบท  ที่ผมแต่งเก็บไว้ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม  ซึ่งหลายชิ้นเจือปนความทะลึ่งอยู่บ้าง  แต่ก็ช่วยสร้างอรรถรสในการอ่านได้อย่างเหลือเชื่อครับ

           แต่ถึงอย่างไร  ผลงานที่เกิดจากการเขียนหลากหลายรูปแบบของผม  ก็เป็นการฝึกปรือฝีมือการเขียนไปในตัว  ซึ่งถึงแม้ว่าผมจะชื่นชอบแบบที่มันส์ๆ ฮาๆ ลามกๆ มากกว่า (เพราะแต่งได้ไวกว่ามาก  โดยเฉพาะกลอน  ถ้าออกแนวลามกเมื่อไหร่ไอเดียกระฉูดพรวดๆๆๆ) แต่การเขียนสารคดีนั้น  ก็ช่วยยกระดับการเขียนของผมจากสมัยเรียนมัธยมและมหา’ลัยอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะครับ

          ถึงผมจะยอมรับว่า  สิ่งที่ผมทำอยู่ในทุกวันนี้  ยังไม่ตรงกับเมล็ดพันธุ์ที่ซุ่มซ่อนอยู่ในตัวผมอย่างเต็มที่นัก  แต่ผมก็มีความภาคภูมิใจ  ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมเปลี่ยนแปลงประเทศ  และร่วมปกป้องเยาวชนไทยให้รอดพ้นจากเงื้อมมือเปื้อนน้ำเมาของธุรกิจเหล้าเบียร์  ไม่ตกเป็นเครื่องมือทางการตลาดให้กับเขา  ไม่ตกเป็นนักดื่มหน้าใหม่  ซึ่งถือเป็นบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่  ที่ทำให้คนตัวเล็กๆ คนหนึ่ง  ได้ชื่อว่าใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า  และเกิดมาไม่เสียชาติเกิดแล้ว...

ฉันเป็นใคร ประวัติส่วนตัว ชื่อ สคล งดเหล้า นักเขียน เดินทาง กลอน กลอนแปด
Post to Facebook
กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
หน้าหลักบล็อก