4
May
2016
เลสเตอร์ ซิตี้ ชื่อนี้เป็นมากกว่าเทพนิยาย Categories : กีฬา
0 <<<<< ให้คะแนน (Give Heart)

ย้อนไปเมื่อ 8 ปีที่แล้ว...เลสเตอร์ ซิตี้ ตกชั้นจากลีก “เดอะ แชมเปี้ยนชิพ” ลงไปสู่ ”ลีกวัน” หรือลีกระดับ 3 ของประเทศอังกฤษ

พวกเขาใช้เวลาเพียง 1 ปี ก็กลับคืนสู่สถานภาพทีมในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ “ลีกพระรอง” ซึ่งเป็นลีกที่พวกเขาคุ้นเคยที่สุด ได้สำเร็จ ในฐานะแชมป์ลีก วัน

จากนั้นอีก 1 ปีให้หลัง มหาเศรษฐีจากเมืองไทย คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา เข้าเทกโอเวอร์ทีมจากเจ้าของคนเดิม และเปลี่ยนชื่อสนามเหย้าเป็น คิง เพาเวอร์ สเตเดียม ซึ่งเป็นชื่อธุรกิจที่คุณวิชัยเป็นเจ้าของอยู่

คุณวิชัยตั้งเป้าหมายที่จะต้องพาเลสเตอร์ขยับหนีจากลีกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ขึ้นไปเป็นทีมในศึกพรีเมียร์ลีก อันเป็นลีกสูงสุดของประเทศให้จงได้

พวกเขาใช้ความพยายามอยู่นานพอควร แต่ละปี พวกเขามีโอกาสที่จะได้เลื่อนชั้น แต่ด้วยฟอร์มการเล่นที่ยังไม่สม่ำเสมอเพียงพอ บวกกับจังหวะที่ยังไม่ลงล็อก จึงทำให้พลาดโอกาสในการเลื่อนชั้นมาโดยตลอด

กระทั่งฤดูกาล 2013-14 ด้วยความพยายามอย่างเต็มที่ กอปรกับแรงผลักดันจากความผิดหวังเมื่อฤดูกาลก่อนหน้า ที่แพ้วัตฟอร์ดในรอบรองชนะเลิศ ศึกเพลย์ออฟชิงเลื่อนชั้น ส่งผลให้ในที่สุดพวกเขาก็ทำสำเร็จ ด้วยการเป็นแชมป์เดอะ แชมเปี้ยนชิพ คว้าตั๋วเลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกอย่างหายห่วง ด้วยฟอร์มที่เหนือชั้น เพราะนำม้วนเดียวจบตั้งแต่ต้นฤดูกาล

ทว่าหนทางในศึกพรีเมียร์ลีกนั้น ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบแต่อย่างใด พวกเขาได้มาอยู่ตรงจุดนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ด้วยความที่ห่างหายจากเวทีระดับท็อปไปนาน ทำให้พวกเขาถูกปรามาสว่า ไม่น่าจะอยู่รอดได้

และพวกเขาก็เกือบจะเป็นไปตามคำสบประมาทนั้น เมื่อมีผลงานที่ย่ำแย่ รั้งบ๊วยของตารางอยู่เกือบจะตลอดทั้งฤดูกาล 2014-15 ในจุดหนึ่งดูเหมือนว่าพวกเขานั้นจองศาลาวัดเอาไว้แน่นอนแล้ว

แต่แล้วปาฏิหาริย์ก็บังเกิดขึ้น เมื่อพวกเขาพลิกนรกในช่วงท้ายฤดูกาล ด้วยพลังฮึดมหัศจรรย์ ชนะ 7 จาก 9 นัดหลังสุด เก็บแต้มได้เป็นกอบเป็นกำ ขยับแซงคู่แข่งลุ้นหนีตกชั้นที่อยู่เหนือพวกเขาขึ้นไปพ้นโซนอันตรายได้สำเร็จ และจบฤดูกาลด้วยอันดับ 14 (จากทั้งหมด 20 ทีม) อย่างเหลือเชื่อ

ฤดูกาลต่อมา พวกเขาออกสตาร์ทซีซั่นด้วยอัตราต่อรองการคว้าแชมป์ที่ 5000 ต่อ 1 ซึ่งหมายถึงถ้าคุณทายว่าเลสเตอร์จะได้แชมป์ด้วยเงิน 1 บาท คุณจะได้กลับมาถึง 5000 บาทถ้าคุณทายถูก ในขณะที่แชมป์เก่าอย่างเชลซี มีอัตราต่อรองการคว้าแชมป์อยู่ที่ 2 ต่อ 1 เท่านั้น นั่นหมายความว่าบรรดาร้านรับแทงพนันทั้งหลายนั้นมองว่าเป็นไปไม่ได้เลย ที่ทีมอย่างเลสเตอร์ ซิตี้ จะเป็นแชมป์ลีกที่มีการแข่งขันสูงและเต็มไปด้วยพลังเงินของทีมใหญ่ๆ อย่างศึกพรีเมียร์ลีกได้

แม้แต่เจ้าของทีมอย่างคุณวิชัย แม้แต่แฟนบอลเลสเตอร์ทุกคน ก็ไม่มีใครหาญกล้าคิดถึงการขึ้นไปลุ้นแชมป์ เพราะรู้ดีว่าศักยภาพของพวกเขานั้นอยู่ ณ จุดใด

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับกุนซือคนใหม่ของทีม ที่ชื่อเคลาดิโอ รานิเอรี่ ถึงกับประกาศไว้เลยว่าทีมของเขาตั้งเป้าขอเก็บแค่ 40 แต้มเท่านั้น เพื่ออยู่รอดต่อไปในลีกสูงสุดเมืองผู้ดี

ช่วงต้นฤดูกาล เลสเตอร์มีผลงานที่ค่อนข้างใช้ได้ และขึ้นไปวนเวียนอยู่แถวๆ หัวตารางเป็นพักๆ ถึงตรงนั้น ยังไม่มีใครคิดเลยว่าเลสเตอร์จะมีลุ้นแชมป์ ทุกคนต่างคิดว่า อีกเดี๋ยวก็คงค่อยๆ แผ่วลงไป ตามธรรมชาติของทีมเล็กๆ

แต่ทว่าทัพจิ้งจอกสยามกลับไม่มีอาการแผ่วให้เห็น หนำซ้ำ ยังอาศัยจังหวะที่ทีมใหญ่ต่างพากันทำผลงานไม่คงเส้นคงวา ผงาดขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงอย่างเหลือเชื่อ ก่อนจะถึงครึ่งฤดูกาลเพียงไม่กี่นัด และได้เป็นผู้นำในช่วงคริสต์มาสอย่างไม่มีใครคาดคิด

ถึงตรงนี้ ก็ยังไม่มีใครเชื่ออยู่ดี ว่าเลสเตอร์จะยืนระยะการนำได้นาน และเชื่อกันว่า อีกแป๊บก็คงถูกใครแซงแน่ๆ

แต่ด้วยฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอของทีม พวกเขาไม่มีอาการแผ่วให้เห็นเลยแม้แต่น้อย ถ้านัดไหนที่เกิดอาการสะดุด นัดต่อมาพวกเขาก็จะกลับมาเก็บชัยชนะคืนได้ทันที ซึ่งสิ่งนี้ไม่เกิดขึ้นกับทีมใหญ่ๆ เลยสักทีมในฤดูกาลนี้ ทุกทีมที่แต่ละคนคิดว่าเป็นทีมเต็งแชมป์ ล้วนมีระยะฟุบยาวทั้งสิ้น

นั่นหมายความว่า พวกเขาสามารถยึดตำแหน่งจ่าฝูงเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ชนิดที่ไม่มีทีมใดสามารถสอดแทรกขึ้นมานำแทนพวกเขาได้เลยนับตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา ถึงตรงนี้ เริ่มมีบางคนคิดแล้วว่า ทีมอย่างเลสเตอร์ ซิตี้ มีโอกาสเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก

และยิ่งเล่นไปๆ ความมั่นใจของจิ้งจอกสยามก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้น เช่นกันกับจำนวนแฟนบอลที่คอยติดตามให้กำลังใจพวกเขา ไม่ใช่เพียงแค่ในประเทศอังกฤษเท่านั้น แต่เป็นทั่วโลก เพราะทุกคนอยากจะเห็นการพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลยุคใหม่ ที่มีเงินเป็นใหญ่เหนือสิ่งอื่นใด ทีมใดมีเงินมาก นั่นย่อมใช้ซื้อความสำเร็จได้ แต่จู่ๆ กลับมีทีมเล็กๆ ที่ค่าตัวนักเตะรวมกันทั้งทีมยังไม่เท่าขาข้างเดียวของนักเตะบิ๊กเนมในทีมใหญ่เลยด้วยซ้ำ พุ่งขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิงเต็มตัวอย่างนี้ เป็นใครก็อยากเอาใจช่วยทั้งนั้น

ระยะการนำของพวกเขานั้นเริ่มทิ้งห่างจากทีมอื่นๆ ออกไปเรื่อยๆ ในที่สุดพวกเขาก็ขยับขึ้นมาเป็นเต็ง 1 ของบรรดาร้านรับแทงพนันอย่างเต็มตัว พร้อมกับเสียงเชียร์ที่ดังกระหึ่มจากคนดูฟุตบอลทั่วโลก (อาจยกเว้นแฟนบอลอาร์เซนอลและท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ที่ยังมีลุ้นแชมป์แข่งกันอยู่) ทุกคนต่างจับจ้องทีมอย่างเลสเตอร์ชนิดตาไม่กระพริบ และติดตามให้กำลังใจผ่านโลกออนไลน์กันชนิดนัดต่อนัด

และในที่สุด เมื่อถึงวันที่ 2 พฤษภาคม 2016 เลสเตอร์ ซิตี้ ก็ผงาดคว้าแชมป์ครั้งประวัติศาสตร์มาครองได้สำเร็จ ท่ามกลางความดีใจอย่างสุดขั้วของแฟนกีฬาทั่วทั้งโลก หลังจากท็อตแนม ฮอตสเปอร์ คู่แข่งหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ สะดุดเสมอที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ของเชลซี ทำให้ทัพไก่เดือยทองมีแต้มตามหลังเลสเตอร์ถึง 7 แต้ม ขณะที่เหลือการแข่งขันอีกเพียง 2 นัด ยังผลให้ทีมเล็กๆ ที่หวังเพียงแค่ไม่ตกชั้นอย่างเลสเตอร์ สามารถเขียนบทเทพนิยายอันสุดมหัศจรรย์ฝากเอาไว้ให้กับโลกใบนี้ได้สำเร็จลุล่วง ด้วยการเป็นแชมป์ลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 132 ปีของสโมสร พร้อมกับคว้าสิทธิ์ลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เป็นครั้งแรกด้วยเช่นกัน

ทันทีที่ความสำเร็จมาถึง หน้าแฟนเพจของทีม มีผู้คนจากทั่วโลกหลั่งไหลเข้ามาร่วมแสดงความยินดีด้วยถ้อยคำที่ออกมาจากใจจริงๆ อย่างไม่ขาดสาย ทุกคนล้วนดีใจที่ทีมเล็กๆ ทีมหนึ่ง สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของพลังเงินตามสูตรฟุตบอลยุคใหม่ได้ และหักปากกาเซียนทุกสำนัก ทำในสิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้ ให้เป็นไปได้อย่างน่ายกย่อง ถึงขนาดมีบางคนบอกว่า “แชมป์ในลักษณะนี้ 5,000 ปีจะมีสักครั้ง” เลยทีเดียว เรื่องเหนือความคาดหมายในแวดวงฟุตบอลที่เคยเกิดขึ้นในอดีตอย่างการคว้าแชมป์ยุโรปของเดนมาร์กกับกรีซ เมื่อปี 1992 และ 2004 หรือแม้แต่การได้แชมป์พรีเมียร์ลีกของแบล็กเบิร์น ในปี 1995 นั้น เทียบไม่ได้เลยแม้แต่น้อยกับการทำสิ่งมหัศจรรย์ของเลสเตอร์ ซิตี้ในครั้งนี้

ขอสดุดีพวกเขาผ่านบทความนี้ด้วยใจจริง...

กวินภพ แก้วก่า "สนสามใบ"

Cr. photo : www.mirror.co.uk , www.goal.com , www.caughtoffside.com , www.pinkun.com

ภาพ Cover จาก www.dailytrust.com.ng 

หน้าหลักบล็อก