11
Dec
2014
แผนการไป "ปีนัง" Categories : ชีวิต คือ การเดินทาง
2 <<<<< ให้คะแนน (Give Heart)

 

เดิน ปั่น นั่งเล่น ที่ปีนัง >>>> 5-8 ก.พ. 2558

เดินทางไป Thu 05 Feb 2015 เที่ยวบิน FD401 DMK เวลา 12.00 PEN 14.35 น.
เดินทางกลับ Sun 08 Feb 2015 เที่ยวบิน FD402 PEN เวลา 15.05 DMK 15.40 น.


DAY1 เดินทางถึงปีนัง 14.35 น. เวลาท้องถิ่น 15.35 น.


เข้าเมืองโดยรถแท๊กซี่พักที่ โรงแรมจอร์จทาวน์ซิตี้ (Georgetown City Hotel) จากนั้นเดินชมเมืองจอร์จทาวน์ ป้อมปืนฟอร์ตคอนวอลลิส( Fort Cornwallis ) โบสถ์เเซนต์จอร์จ (St George’s Church) หอนาฬิกาสมัยวิคตรอเรีย อนุสาวรีย์ สงครามโลกครั้งที่ 1 CITI HALL พักผ่อนทานอาหารเย็น และอาจเดินเล่นใกล้ที่พัก

DAY 2 ศุกร์ 06/2/58


ทานอาหารเช้า ร้านโอลด์ทาวน์ ปีนัง( Oldtown White Coffee Penang) เที่ยวชมเมืองเดินเล่นดู Wall Art จากนั้นไปวัดไทยที่ใหญ่ที่สุดในปีนัง “วัดไชยมังคลาราม” ซึ่งมีพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ที่สุดในมาเลเซีย   ตรงข้ามกันมี วัดพม่า (Dharmikarama Burmese temple) ชมสถาปัตยกรรมอันวิจิตรตระการตา ต่อด้วย คฤหาสน์เฉิงฟัตเจ๋อ (Cheong Fatt Tze Mansion) บ้านพิพิธภัณฑ์( Khoo Kongsi), Arulmigu Balathandayuthapani Temple, Penang 3D Trick Art Museum, Han Jiang Ancestral Temple, Penang Time Tunnel, Queen Street "วัดจีนแห่งถนนคิงส์" ( King Street Temples ), วัดศรีมาเรียมมัน (Sri Mariamman Temple) ย่าน “ลิตเติ้ลอินเดีย” (Little India) ตามลำดับ (แน่นๆ ถ้ามีแรง) ตบท้ายทานข้าวเย็นเกอร์นีย์ไดรฟ์ (Gurney Drive) ตลาดอยู่ไม่ไกลจากทะเล


DAY3 เสาร์ 07/2/58


เช้าตรู่ขึ้นปีนังฮิลล์ โดยขึ้นรถที่ Komtar สาย204 ต่อด้วย เดินทางไป วัดเขาเต่า หรือ เก็กลกสี่ (Kek Lok Si) รู้จักกันในอีกชื่อหนี่งคือ Temple of Supreme Bliss กล่าวกันว่า เป็นวัดพุทธที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นหนึ่งในวัดดังของปีนัง ตั้งอยู่ที่อีร์อิตัม แต่เดิมเชื่อกันว่าเนินเขาในบริเวณนี้ (ชื่อ “ฮีซาน” หรือเนินเขานกกระเรียน) นมัสการไหว้เจ้าแม่กวนอิม ชมเจดีย์หมื่นพระ อันเป็นพุทธศิลป์ที่รวมความงามของสามประเทศเข้าไว้ด้วยกัน อันได้แก่ ไทย จีน และพม่า จากนั้นไปเที่ยวชมไชน่าทาวน์ปีนัง (China Town Penang) ช้อปปิ้งสินค้าพื้นเมืองอาทิเช่น ขนมเปี้ยะ , บะกุ๊ดแต๋ , น้ำมันนวดแก้ปวดเมื่อย ต่อด้วยช้อปห้างคอมต้าร์ ห้างปีนังฮิลล์เกอร์นี สินค้าแบรนเนมมากมาย
ตบท้ายวัน ไปชายหาดบาตูเฟอรินกิ (Batu Ferringhi) ดูพระอาทิตย์ตกดิน และกลับมาเดินเล่นหาอะไรกินที่ถนนยองเกอร์ (Jonker Street) ถนนคนเดิน ทุกคืนวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์


DAY4 อาทิตย์ 08/2/58 เดินทางกลับ 15.05 น. ถึง 15.40 น.


ทานอาหารเช้า นั่งชิลล์ร้านกาแฟ เดินเล่นเก็บตก พักผ่อนสบายๆ เที่ยงเช็คเอ้าท์ เดินทางกลับบ้าน


เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย *ส่วนใหญ่นำมาจากเว็บกระปุกครัช

  •   เวลาที่มาเลเซียเร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง
  •  ระบบไฟฟ้าในมาเลเซียเป็นแบบ 260 โวลต์ ใช้ปลั๊กไฟแบบสามขาแบน หากต้องการชาร์จอุปกรณ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ควรนำอะแดปเตอร์ไปด้วย
  • สกุลเงินของมาเลเซีย คือ ริงกิต มาเลเซีย (Ringgit Malasia-RM) อัตราแลกเปลี่ยนคิดง่าย ๆ คือ 1 ริงกิต เท่ากับ 10 บาท
  •  การนั่งรถเมล์เที่ยวเป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็ว  สำรวจรอบเมืองจอร์จทาวน์ได้ด้วยการขึ้นรถปรับอากาศฟรี มีป้าย Hop on Free ติดอยู่ที่ด้านหน้าและด้านข้างรถ รอรถที่ป้ายรถเมล์หรือสถานีรถใต้ตึกคอมตาร์
  • วิธีที่ดีที่สุดในการเที่ยวแหล่งมรดกโลกคือการเดิน ขอแผนที่ได้จากที่พักหรือศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งอยู่ตรงเชิงสะพาน ฝั่งตรงข้ามกับจัตุรัสดัตช์
  • หากอยากชมเมืองโดยไม่ต้องเดิน แนะนำให้นั่งรถสามล้อถีบที่ตกแต่งประดับประดากันไม่ซ้ำแบบ ค่าบริการชั่วโมงละ 40 ริงกิต คิวรถอยู่ในบริเวณจัตุรัสดัตช์ หรือลงเรือล่องแม่น้ำมะละกา ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง ลงเรือได้ที่ท่าใกล้ ๆ กับพิพิธภัณฑ์การเดินเรือ (Manitime Museum) ค่าบริการ ผู้ใหญ่คนละ 15 ริงกิต เด็กคนละ 7 ริงกิต
  • ชมวิวเมืองมะละกาจากมุมสูงได้ด้วยการขึ้นหอชมวิว มีห้องกระจกรองรับนักท่องเที่ยว สร้างเป็นวงแหวนรอบเสาหอคอย ซึ่งจะค่อย ๆ เคลื่อนขึ้นไปบนความสูง 80 เมตร ขณะเดียวกันก็ค่อย ๆ หมุนรอบ 360 องศา หอชมวิวตั้งอยู่ตรงข้ามกับพิพิธภัณฑ์การเดินเรือ ค่าบริการ ผู้ใหญ่คนละ 20 ริงกิต เด็กคนละ 10 ริงกิต
  • อาหารจานเด็ดขึ้นชื่อ อะชาม หลักชา (Asam Laksa) บางคนเรียกว่า ก๋วยเตี๋ยวแกงส้ม (Asam เป็นภาษามลายู แปลว่าเปรี้ยว) โดดเด่นที่น้ำซุปต้มปลา ซึ่งปรุงรสด้วยส้มแขก และใส่เครื่องเทศกลิ่นร้อนแรง เช่น ผักแพว ดอกดาหลาหั่นฝอย เพื่อดับคาว 
  • ก๋วยเตี๋ยวผัด (Char Kuey Teow) เป็นอาหารเฉพาะถิ่นปีนัง รสชาติคล้ายผัดซีอิ๊ว แต่เจือเผ็ดพอประมาณ ใส่กุ้งสด กุนเชียง หอยแครง ใบกุยช่าย ถั่วงอก ผัดด้วยไฟแรง ส่งกลิ่นหอมเตะจมูก ตักร้อน ๆ ใส่จานที่รองด้วยใบตองยิ่งหอมหวนชวนกินเข้าไปใหญ่
  • ของกินแปลก ๆ อย่างหนึ่งคือ โรจัก (Rojak) มีผลไม้ เช่น ฝรั่ง ชมพู่ สับปะรด ฯลฯ หั่นพอคำรวมกับแตงกวา มันแกว เต้าหู้ หมึก แล้วราดด้วยน้ำเชื่อมเหนียวหนืด ใส่ถั่วบดคลุกเคล้าเป็นของหวานก็ไม่ใช่ ของคาวก็ไม่เชิง 
  • ถ้าชอบกินเป็ดย่างหนังรอบ ไก่ต้มเนื้อนุ่ม หมูย่างกลมกล่อม แนะนำร้านดั้งเดิมในตึกเก่า Sky Hotel ริมถนนซูเลีย (Lebuh Chulia) ขายประมาณ 10 โมงครึ่งถึงบ่ายโมง ส่วนตอนกลางคืนบนถนนสายเดียวกันนี้หันหลังให้ถนนปีนัง (Jalan Penang) แล้วเดินผ่านเซเว่นอีเลฟเว่นไปไม่ไกล ฝั่งตรงข้ามคือ แผงอาหารที่คึกคัก มีบะหมี่ลูกชิ้นปลาเจ้าดัง คนทำลวกเส้น-ใส่เครื่องจนมือเป็นระวังเลยทีเดียว
  • ลงใต้ไปที่มะละกาโด่งดังที่สุดต้องยกให้ข้าวปั้นมันไก่ ร้านที่มีคนยืนต่อคิวยาวดูน่าตื่นตาคือร้าน Chop Chung Wah อยู่ตรงเชิงสะพาน Tan Kim Seng ฝั่งถนนยองเกอร์ ข้าวมันปั้นนั้นเนื้อเนียนไม่เป็นเมล็ด ไก่ต้มนุ่มเนียนลิ้น ส่วนน้ำจิ้มนั้นเป็นแบบพริกน้ำส้ม ต่างจากน้ำจิ้มข้าวมันไก่ในบ้านเรา
  •  อย่าพลาดการลิ้มลองรสอาหารเพอนารากัน หรืออาหารยอนย่า (Ngonya) ซึ่งเป็นสูตรผสมผสานระหว่างมาเลย์และจีนที่ร้าน Nancy’s Kitchen ถนนฮั่งเลอคี มีเมนูน่าสนใจหลายอย่าง เช่น Ponteh Chicken with Rice เป็นไก่บ้านเนื้อนุ่มปรุงมาในน้ำแกงที่ดูเหมือนมัสมั่น แต่รสชาติกลับคล้ายไก่กระเทียมพริกไทย
  • ริมถนน Temenggong ค่อนไปทางเชิงเขาซำปอกง เป็นที่ตั้งของ Restoran Dong Fung ศูนย์อาหารแบบชาวบ้าน แต่รสชาติไม่บ้าน ๆ เป็ดย่าง ไก่ย่างนั้นมีคนมายืนรอคิวซื้อตั้งแต่ 7 โมงเช้า พอ 10 โมง ก็หมดเกลี้ย งก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นสารพัดแบบก็อร่อยสุด ๆ
  • พ้นโค้งถนน Temenggong เข้าถนน Laksamana Cheng Ho มีก๋วยเตี๋ยวเนื้อรสเด็ด ขายในร้าน Sup Lembu Tangkak เนื้อวัวนุ่มอร่อย น้ำซุปรสกลมกล่อมกินแล้วติดใจจนต้องกลับไปซ้ำ
ปีนัง, ท่องเที่ยว
Post to Facebook
กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
หน้าหลักบล็อก