Editor's talk

สวัสดีครับ รอนนะครับ บล็อกนี้เล่าเรื่องราววาไรตี้ กิน เที่ยว หนัง เพลง และศิลปะ เป็นหลักๆ พูดคุยเรื่องราวที่เป็นกระแสสังคมบ้าง ส่วนตัวเป็น Founder And Ceo บริษัทสตาร์อัพด้าน Travel-Tech เป็น Vacation Rentals Platform ชื่อ LOVstay ไปใช้กันได้นะครับ

Editor's talk ก่อนหน้า
13
May
2019
วิธีทำงานอย่างไร ให้สุขภาพจิตดี และมีความสุข Categories : Inspiration
1 <<<<< ให้คะแนน (Give Heart)

สำหรับคนทำงาน คงต้องยอมรับว่า ความเครียด และความเหนื่อยล้า เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดน้อยลง ความกระตือรือร้นหดหาย รู้สึกเกิดความเบื่อหน่ายที่จะทำงาน แต่เราจะต้องหาวิธีการจัดการกับความเครียด บรรเทาอาการเหนื่อยล้าเหล่านั้น เพื่อป้องกันมิให้การทำงานเกิดความเบื่อหน่ายได้อย่างไร

Discover the best coworking space, private office, meeting rooms and open space for rent in 100+ countries. Low cost work space in prime locations. Exclusive discounts, strong community and weekly events. Search for coworking space faster, better & smarter here.

วิธีเรียกความสุขกลับคืนมาให้ชีวิตการทำงาน

จัดการความเครียด

ความเครียดจากการทำงานเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สุขภาพคนทำงาน และสุขภาพของงานก็ย่ำแย่ไปตาม ๆ กัน เมื่อเรามีความเครียดสะสม เราจะไม่สามารถทำงานได้ดีอย่างที่ควรจะเป็น เราจะรู้สึกว่าทุกอย่างเต็มไปด้วยความกดดัน และปัญหาก็จะถาโถมเข้ามาหาเราอยู่ตลอดเวลา จนในที่สุดเราจะเกิดความคิดในแง่ลบเกี่ยวกับงานของเรา ทำให้งานที่ออกมาได้ผลลัพธ์ที่ไม่ดี เราต้องจัดการกับความเครียด ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญในการทำงานให้ได้เสียก่อน เมื่อรู้สึกว่าเราทำงานหักโหมมากเกินกว่าร่างกายและสมองจะรับได้ไหว ให้หยุดพักสักครู่ ลองย้ายไปหาที่นั่งทำงานที่ผ่อนคลาย บรรยากาศดีๆ เช่นตามโคเวิร์กกิ้งสเปซ นอกเหนือจากการแชร์พื้นที่ทำงานกัน ยังได้คอมมิวนิตี้ที่น่าสนใจ เพราะหากเราไม่หยุด ความเครียดจะเข้ามาสั่งการและควบคุมเรา ทำให้เรารู้สึกไม่มีความสุข ให้ลองลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสาย หรือทักทายพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานโต๊ะข้างๆ ด้วยเรื่องราวอย่างอื่น หรือลองทำกิจกรรมอย่างอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานที่ทำ เมื่อรู้สึกเครียดให้หยุดพักสัก 10-15 นาที แล้วเราจะรู้สึกผ่อนคลายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การทำงานที่ได้ผลดีไม่จำเป็นต้องเคร่งเครียดอยู่ตลอด ควรหาเวลาพักผ่อนบ้าง เมื่อเราสุขภาพจิตดี เราก็จะทำงานได้ดีขึ้น

จัดสมดุลของงานและชีวิต

การทำงานหนักหักโหมจนเกินไป ไม่เพียงแต่จะส่งผลเสียต่อสุขภาพเท่านั้น แต่ยังส่งผลร้ายต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวด้วย หากเรามัวแต่ก้มหน้าก้มตาทำงานหนักเกินไป โดยไม่หันไปมอง หรือใส่ใจคนในครอบครัวเลย ไม่เพียงแต่เราที่จะรู้สึกว่ากำลังถูกตัดขาด แต่สมาชิกในครอบครัวของเราเองก็อาจจะรู้สึกว่าเราไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตเขาอีกต่อไป ซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาครอบครัวในภายหลังได้ ไม่ว่าเราจะมีงานที่ต้องรับผิดชอบยิ่งใหญ่ขนาดไหน แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่ควรลืม คือ เราต้องจัดสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตครอบครัวให้ดี อย่าทุ่มเทเวลาให้กับการทำงานมากเกินไป เพราะเราอาจจะสูญเสียความสุขในอีกด้านหนึ่งได้ เราสามารถจัดการปัญหานี้ได้ด้วยการกำหนดเวลาที่แน่นอนในการทำงาน อย่าให้เกินเวลาที่เรากำหนดไว้ เพื่อที่เราจะได้มีเวลาส่วนหนึ่งไปอยู่กับครอบครัว หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ที่ผ่อนคลายความเครียด เมื่อชีวิตของเรามีความสมดุลแล้ว เป้าหมายของการเป็นพนักงานสุขภาพดีก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป

ลดความคาดหวัง

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ชีวิตการทำงานของเราเกิดปัญหา คือ การกดดันตัวเองโดยที่เราไม่รู้ตัว บางคนมักจะบอกตัวเองอยู่เสมอว่าเราต้องทำงานให้ดีที่สุด เราต้องไม่ทำงานผิดพลาด เราต้องได้รับคำชมจากเจ้านาย เมื่อเราบอกตัวเองว่าต้องทำงานอย่างนี้อยู่ทุกวัน เราก็จะมีความเครียดเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว เมื่อต้องทำงาน เราสามารถทำงานอย่างจริงจังได้ แต่ต้องไม่นำความเครียดเข้าไปรวมอยู่ด้วย เพราะสิ่งนั้นจะทำลายสุขภาพของเรา การเป็นพนักงานที่ทำงานเก่ง ควรมาพร้อมกับสุขภาพและร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ด้วย หากลองพิจารณาดูให้ดี แม้ว่าเราจะเป็นพนักงานที่ทำงานเก่งมากคนหนึ่ง แต่ดูภายนอกแล้ว เราเป็นคนที่มีความเครียดอยู่ตลอดเวลา ก็ยากที่จะมีคนอยากเข้ามาพูดคุยกับเรา ดังนั้น อย่าเพิ่มความกดดันให้กับตัวเอง เพราะมันจะทำลายสุขภาพและประสิทธิภาพในการทำงานของเรา

เติมพลังด้วยความสุข

ความสุขเป็นพลังงานอย่างหนึ่งที่ทำให้ชีวิตของเรามีสีสัน และรู้สึกได้ถึงการถูกเติมเต็มในชีวิต ในโลกของการทำงานก็เช่นเดียวกัน ชีวิตการทำงานของเราจำเป็นต้องมีความสุข เพราะนั่นเป็นการพิสูจน์ว่าผลงานที่เราทำออกมาจะมีประสิทธิภาพ และมีคุณภาพ ความสุขทำให้เรารู้สึกว่าเราอยากจะมาทำงานทุกวัน และวันทำงานของเรามีคุณค่า ทำอย่างไรจึงจะมีความสุขในการทำงาน? สิ่งเล็ก ๆ ที่เราสามารถทำได้ คือ การไม่เพิ่มความเครียด และความกดดันให้มีมากเกินไป หรืออาจจะหากิจกรรมที่ทำร่วมกันกับเพื่อนร่วมงานได้ เพื่อเพิ่มรอยยิ้ม และความสนุกสนานในการทำงานแต่ละวัน เพียงเท่านี้เราก็จะมีสุขภาพจิตดี และทำงานอย่างมีความสุขได้ตลอดทั้งปีสุขภาพจิตกับการทำงาน

คนทำงานหลายคนมักจะเกิดข้อสงสัยว่าทำอย่างไรจึงจะมีความสุข เพราะงานที่ทำแต่ละวันนั้น ล้วนเต็มไปด้วยความเครียดและความกดดัน การจะเป็นพนักงานที่มีสุขภาพจิตดี และมีความสุขนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่หากลองพิจารณากันให้ดี เราจะเห็นว่าความสุขในที่ทำงานนั้นสร้างได้ ไม่ยากเลย เพียงแต่เราต้องปรับทัศนคติ และลดความกดดันที่มีในการทำงานให้น้อยลง เพียงเท่านี้ เราก็จะเป็นพนักงานที่มีความสุข และมีสุขภาพจิตที่แข็งแรง

เครดิต Co-working Space, ภาพ Facebook ของ Krungsri Simple

Coworking Space, Private Office, Meeting Rooms, Open Space for Rent, คนทำงาน, ทำงาน, การทำงาน
หน้าหลักบล็อก