โครงการเผชิญความตายอย่างสงบ

โดย
| |
อ่าน : 14,471

เดินสู่จุดจบของชีวิตอย่างไม่ประมาท

 

 

ความตายเป็นสิ่งแน่นอนสำหรับทุกชีวิต แต่ขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เพราะเราไม่อาจกำหนดหรือคาดทำนายได้ว่าจะตายเมื่อใด ที่ไหน และด้วยสาเหตุอะไร

 

แม้แต่นักโทษประหาร หรือผู้ป่วยระยะสุดท้าย ก็อาจจบชีวิตด้วยสาเหตุที่ไม่คาดฝัน ทั้งความแน่นอนและไม่แน่นอนนี้เอง ที่มีส่วนทำให้ความตายเป็นเรื่องน่าสะพรึงกลัวมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับผู้คนที่ปรารถนาจะควบคุมทุกอย่างไว้ในอำนาจ เป็นเพราะเห็นความตายเป็นเรื่องน่าสะพรึงกลัว เราจึงไม่อยากนึกถึงความตายของตนเอง แต่อาจสนใจอยากรู้ความตายของคนอื่น ทั้งโดยผ่านสื่อนานาชนิดและด้วยพฤติกรรมไทยมุงสุดท้ายก็เลยลืม หรือแกล้งลืมว่าตนเองจะต้องตาย แต่ไม่ว่าจะปัดไปให้พ้นตัวเพียงใด ในที่สุดความตายก็ต้องมาถึงจนได้

 

ความตายนั้นเป็นบททดสอบที่สำคัญที่สุดของชีวิต บททดสอบอื่นๆ นั้นเราสามารถสอบได้หลายครั้ง แม้สอบตกก็ยังสามารถสอบใหม่ได้อีก แต่บททดสอบที่ชื่อว่าความตายนั้น เรามีโอกาสสอบได้ครั้งเดียว และไม่สามารถสอบแก้ตัวได้เลย ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นบททดสอบที่ยากมาก และสามารถเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ โดยไม่ทันได้ตั้งตัว เป็นบททดสอบที่เราแทบจะควบคุมอะไรไม่ได้เลย ไม่ว่าเวลา สถานที่ หรือแม้กระทั่งร่างกายและจิตใจของตนเอง

 

 

อย่างไรก็ตาม ทั้งๆ ที่ความตายเป็นบททดสอบที่สำคัญอย่างยิ่งของชีวิต แต่น้อยคนนักที่ได้เตรียมตัวเตรียมใจรับมือกับบททดสอบดังกล่าว ชีวิตของผู้คนส่วนใหญ่หมดไปกับเรื่องอื่นๆ โดยเฉพาะการทำมาหากินและการหาความสุขจากสิ่งเสพ เราพร้อมจะให้เวลาเป็นปีๆ สำหรับการฝึกอาชีพ เข้าคอร์สฝึกร้องเพลงเต้นรำนานเป็นเดือนๆ ไม่นับเวลานับพันนับหมื่นชั่วโมงกับการชอปปิงและท่องอินเตอร์เน็ต แต่เรากลับไม่เคยสนใจที่จะตระเตรียมตนเองให้พร้อมเผชิญกับความตายหรือภาวะใกล้ตาย ส่วนใหญ่นึกราวกับว่าตนเองจะไม่มีวันตาย หาไม่ก็คิดง่ายๆ ว่าขอ ไปตายเอาดาบหน้าไม่มีความประมาทอะไรที่ร้ายแรงไปกว่า การทิ้งโอกาสที่จะฝึกฝนตนเองให้เผชิญความตายอย่างสงบ ในขณะที่ยังมีเวลาและพละกำลังอย่างพร้อมมูล

 

เป็นเพราะไม่สนใจเตรียมตัวล่วงหน้ามาก่อน เมื่อล้มป่วยและเข้าสู่ระยะสุดท้ายของชีวิต ผู้คนเป็นอันมากจึงประสบกับความทุกข์ทรมานอย่างแรงกล้าทั้งกายและใจ ทรัพยากรที่มีอยู่ก็ไม่เพียงพอที่จะเอามาใช้ช่วยตัวเองในยามวิกฤต โดยเฉพาะ ทุน ที่สะสมไว้ในจิตใจ ซึ่งสำคัญกว่าทุนที่เป็นทรัพย์สมบัติ ผู้คนจำนวนไม่น้อยลงเอยด้วยการพยายามต่อสู้กับความตายอย่างถึงที่สุด ฝากความหวังไว้กับเทคโนโลยีทุกชนิด แต่การพยายามยืดชีวิตนั้น บ่อยครั้งกลับกลายเป็นการยืดการตาย หรือภาวะใกล้ตายให้ยาวออกไป พร้อมกับความทุกข์ทรมาน โดยคุณภาพชีวิต และจิตใจหาได้ดีขึ้นหรือเท่าเดิมไม่

 

ประเด็นสำคัญที่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความตาย คือ ท่าทีการปฏิเสธความตาย ที่มักจะมองว่า ความตายเป็นการสิ้นสุดของชีวิต เป็นเรื่องน่ากลัวจะต้องหลีกเลี่ยง และพยายามประวิงเวลาการตายให้มากที่สุด ทั้งนี้ โดยระบบการแพทย์สมัยใหม่ ที่สนใจแต่ มิติทางกาย การใช้ยา และเทคโนโลยีเข้าไปจัดการกับร่างกาย แต่ขาดมิติทางด้านจิตวิญญาณ ความเชื่อ ความศรัทธา รวมถึงขาดมิติทางสังคมของผู้ป่วย ที่ทอนความตายให้เหลือเพียงความผิดปกติของอวัยวะ ระบบการดูแลความเจ็บป่วยของแพทย์ ลดบทบาทของผู้ป่วย ครอบครัว และชุมชนมีที่สัมพันธ์เกาะเกี่ยวกัน ขาดการมองเชื่อมโยงมิติอื่นๆ อย่างเป็นองค์รวม ความเข้าใจในการช่วยเหลือผู้ป่วยระยะสุดท้ายมีน้อยมาก และไม่มีวิธีทางจิตวิญญาณในการเตรียมตัวตาย

 

 

แต่ในปัจจุบัน จากแนวโน้มของสังคมที่มีความสนใจเรื่องชีวิตและความตายมากขึ้น ทั้งการเรียกร้องสิทธิการตาย ความต้องการช่วยเหลือผู้ใกล้ตายของบุคลากรแพทย์ พยาบาล ผู้ใกล้ชิด ญาติมิตร ทางด้านจิตใจและจิตวิญญาณในการเตรียมตัวเผชิญความตายอย่างสงบ เครือข่ายชาวพุทธเพื่อพระพุทธศาสนาและสังคมไทย (คพส.) จึงมี “โครงการเผชิญความตายอย่างสงบ” สนับสนุนการดำเนินงานโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ที่เน้นการช่วยเหลือทางจิตวิญญาณ สร้างกระบวนการที่เป็นรูปธรรมในการเรียนรู้ เสริมทักษะ มีเวทีวิเคราะห์กรณีศึกษาเป็นรายๆ ช่วยทำให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ เช่น ศาสนา ปรัชญา สังคม วัฒนธรรม การพยาบาล การแพทย์ ทำให้บูรณาการความรู้ความเข้าใจเรื่องความตายได้ชัดเจนขึ้น จัดประชุมเชิงปฏิบัติการอบรมกระบวนการเผชิญความตายอย่างสงบพร้อมมีคู่มือที่ เป็น หนังสือ เทป แผ่น cd

 

 

กิจกรรมหลักของโครงการฯ มีทั้งการอบรมการเผชิญความตายอย่างสงบ การเปิดเวทีเสวนา "เครือข่ายช่วยเหลือผู้ป่วยระยะสุดท้าย" โครงการอาสาสมัครดูแลผู้ป่วยเด็กเรื้อรังและระยะสุดท้าย โครงการอาสาข้างเตียง และ โครงการผลิตหนังสือและสื่อการเรียนรู้เพื่อการเผชิญการตายอย่างสงบ ซึ่งสามารถเข้าไปดูรายละเอียดต่างๆ ได้ที่เว็บไซต์ http://www.budnet.org/peacefuldeath/index.php นอกจากนี้ ยังมีจดหมายข่าว อาทิตย์อัสดง ให้ท่านที่สนใจได้ติดตามข่าวสารและการดำเนินงานของโครงการฯ อีกด้วย

  

ทำไมเราต้องสนใจความตาย เพื่อให้มีแนวทาง และวิธีการที่จะเผชิญความตายอย่างสงบนำไปปฏิบัติได้ทั้งต่อตนเอง และช่วยเหลือผู้อื่น เพื่อรวบรวมองค์ความรู้สู่การพัฒนาจิตวิญญาณ และเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับชีวิต และการเผชิญความตายอย่างสงบ เพื่อส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายอย่างกว้างขวางในการช่วยเหลือทางจิตใจ และจิตวิญญาณต่อผู้ป่วยระยะสุดท้ายของชีวิต

 

 

ที่มา : โครงการเผชิญความตายอย่างสงบ

เรียบเรียง : ศิรินทิพย์ อิสาสะวิน teamcontent www.thaihealth.or.th

 

 

update : 24-12-53

อัพเดทเนื้อหาโดย : ศิรินทิพย์ อิสาสะวิน

 

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • NO Gift Policy งดรับของขวัญ -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม
วันที่ประกาศ
หัวข้อเรื่อง

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม