เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ ด้วยสายใยสื่อศิลปวัฒนธรรมชุมชน

โดย
| |
อ่าน : 6,142

 

เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ ด้วยสายใยสื่อศิลปวัฒนธรรมชุมชน

 

“เด็ก” ก็เหมือนผ้าขาวที่พร้อมจะถูกแต่งแต้มด้วยสีที่สดใส แต่ปัจจุบันสังคมไทยเต็มไปด้วยสิ่งยั่วยุมากมาย อีกทั้งยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้พ่อแม่ส่วนใหญ่ต้องแข่งขันกันทำงานเพื่อหารายได้มาจุนเจือครอบครัว จึงไม่ค่อยมีเวลาใส่ใจดูแลบุตรหลานเท่าที่ควร นั่นจึงทำให้เกิดปัญหาตามมาไม่ว่าจะเป็น เด็กท้องก่อนวัย ติดยาเสพติด ติดโรคจากเพศสัมพันธ์รวมถึงการออกจากโรงเรียนก่อนเวลา นี่ถือเป็นปัญหาที่ควรเร่งให้การแก้ไข และหากจะมีพื้นที่ดีๆ ที่จะใช้ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นมาขัดเกลาจิตใจเด็กเหล่านั้นให้ดีขึ้น พร้อมไปกับการอนุรักษ์ประเพณีดีงามเอาไว้ ก็นับเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ....

นี่จึงเป็นที่มาของ “โครงการพื้นที่สร้างสรรค์ ด้วยสายใยสื่อศิลปวัฒนธรรมชุมชน” ของแผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ (ศสส.) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อหวังลดปัญหาที่กำลังรุมเร้าเยาวชน ทั้งยังช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดพื้นที่สร้างสรรค์ ให้คนในชุมชนได้ใช้สื่อศิลปวัฒธรรมเป็นเครื่องมือในการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนได้อีกด้วย

โดยนางเตือนใจ สิทธิบุรี ผู้รับผิดชอบโครงการฯ บอกกับเราว่า โครงการนี้ดำเนินการในพื้นที่ชุมชนบ้านคลองกระอาน ต.นาปะขอ อ.บางแก้ว จ.พัทลุง โดยมีลักษณะเป็นชุมชนขนาดกลาง ผู้คนกว่า 90%  นับถือศาสนาอิสลาม ลักษณะภูมิประเทศมีพื้นที่ติดชายทะเล ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมง ปลูกพืชเศรษฐกิจ และรับจ้างทั่วไปตามโรงงาน ที่สำคัญรายได้ของชาวบ้านจะขึ้นอยู่กับสภาพดินฟ้าอากาศด้วย ซึ่งเป็นที่น่ากังวลว่า เมื่อผู้ปกครองต้องประกอบอาชีพเพื่อเลี้ยงดูแลครอบครัวที่มีลูกหลายคนในวิถีของมุสลิม การดูแลเอาใจใส่บุตรหลานจึงมีไม่ทั่วถึง  เด็ก เยาวชนจำนวนมากที่ต้องออกจากสถานศึกษาก่อนเวลาอันควร  และพบกับปัญหาการท้องไม่พร้อม การติดโรคร้ายจากการมีเพศสัมพันธ์และติดยาเสพติด รวมทั้งความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของเหล่าสมาชิกในชุมชน  ประกอบกับที่ผ่านมาเกิดพายุฝนที่ตกอย่างหนักติดต่อกันหลายเดือน น้ำท่วมซ้ำซาก ทำให้ไม่สามารถประกอบอาชีพประมงและปลูกผักได้ ความยากจนที่มีเป็นทุนเดิมอยู่แล้วยิ่งโถมหนัก ความทุกข์ยากของผู้คนในชุมชนจึงแผ่กระจายไปทั่วถึงทุกกลุ่มคน ด้วยเหตุนี้ เวทีพูดคุยแลกเปลี่ยนความทุกข์ยากร่วมกัน เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของชุมชน จึงเกิดขึ้น

“ในเวทีแลกเปลี่ยนนั้น จะดึงคนในชุมชนมาร่วมระดมความคิดเห็น เพราะคนในชุมชนจะเป็นผู้ที่เล็งเห็นถึงสภาพปัญหาได้อย่างชัดเจน การจะพลิกฟื้นความสุขที่เคยมีของคนในชุมชนนั้น จำเป็นต้องใช้เวลา โดยชาวบ้านที่นี่จะต้องการอาศัยภูมิปัญญา สื่อศิลปวัฒนธรรมชุมชนที่เคยมีในอดีต เช่น การจักสานเครื่องมือประมงขนาดเล็ก การทำลวดลายเรือ การต่อเรือเพื่อลงเล มาเป็นเครื่องมือ โดยใช้เด็กเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้เด็ก เยาวชนของชุมชน ห่างและปลอดภัยจากภัยที่มองไม่เห็นรอบข้างที่จ้องทำร้ายเด็ก เยาวชนที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ การให้เด็กรวมกลุ่มทำกิจกรรม สืบค้นเรื่องราวอันงดงามที่มีอยู่ในชุมชน  ทั้งงานจักรสานเครื่องมือประมงที่ในปัจจุบันต้องหาซื้อจากที่อื่น ทั้งที่ในชุมชนยังมีผู้สูงอายุหลายคนยังจดจำงานฝีมือชิ้นนี้ได้ งานลวดลายของเรือที่ออกไปประกอบอาชีพตามท้องทะเลหรือสื่อศิลปะแขนงต่างๆ ที่ซุกซ่อนอยู่กับความชราของผู้คนที่มีอยู่ในชุมชน น่าจะเป็นทางออกที่ดี” นางเตือนใจกล่าว

เราจึงได้เริ่มดำเนินการ โดยนางเตือนใจ บอกต่อว่า เบื้องต้นเราได้ใช้สื่อศิลปะอย่างการเล่นละครมาเป็นเครื่องมือในการดึงดูดเด็กและเยาวชน ให้เข้ามามีส่วนร่วมและให้เขาเล่าเรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชน การประกอบอาชีพ และสิ่งแวดล้อม เพื่อมาขัดเกลาและปรับเปลี่ยนทัศนคติที่ไม่ดีของเด็ก ให้พร้อมจะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และมาพัฒนาและใส่ใจชุมชนให้มากขึ้น

“การเล่าเรื่องในสื่อศิลปะที่มีอยู่จะเป็นเครื่องมือให้เด็ก เยาวชน คนในชุมชน ผู้สูงอายุได้มีพื้นที่ในการเรียนรู้ร่วมกัน ทั้งเรื่องความทุกข์ ความสุข ทั้งเรื่องการประกอบอาชีพ เรื่องปฏิทินฤดูกาลซึ่งส่งผลต่อการประกอบอาชีพ การออกทะเล การปลูกพืชผักให้สอดคล้องกับหน้าฝนที่จะมาเยือน  การเลี้ยงลูกให้แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ  การจัดการสิ่งแวดล้อมในชุมชน รวมทั้งพัฒนาอาชีพให้เหมาะสมต่อไป โดยต่อไปจะมีเวทีการจัดทำแผนแม่บทชุมชน ที่มีสมาชิกในชุมชนเป็นผู้กำหนด ค้นหาสภาพปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันต่อไป โดยการใช้กลไกตัวอย่างจากเครือข่ายสื่อศิลปวัฒนธรรมชุมชนพื้นที่ต่างๆ ที่มีอยู่ทั่ว มาช่วยเติมในส่วนที่ชุมชนต้องการเพื่อแก้ปัญหาให้ครบทุกด้าน”นางเตือนใจกล่าว

หากภูมิปัญหาท้องถิ่นที่มีอยู่ในแต่ละชุมชน  สามารถหลอมรวมคนในชุมชนให้เข้าหากัน ช่วยเหลือกัน จนเกิดเป็นความเข้มแข็ง อีกทั้งยังช่วยขัดเกลาจิตใจเด็กและเยาวชนให้ดีขึ้น รวมถึงการอนุรักษ์วิธีชีวิตเดิมๆ ของชุมชนไว้ด้วย นี่ก็น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่เราจะใช้สิ่งเหล่านี้ ค่อยๆ ช่วยกันสร้างประเทศไทยให้น่าอยู่ยิ่งขึ้นได้

 

 

เรื่องโดย : ณัฏฐ์ ตุ้มภู่ team content www.thaihealth.or.th

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม