ผลวิจัยอาชีพพยาบาล แอร์ เสี่ยงมะเร็งสูง

โดย
| |
อ่าน : 7,194

ระบุหญิงทำงานกะกลางคืนเป็นมะเร็งเต้านมเยอะกว่ากะกลางวัน

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่าองค์การอนามัยโลก หรือ ฮู ได้ออกเผยแพร่ผลการวิจัยใหม่ล่าสุดซึ่งศึกษาพบว่าผู้หญิงที่ทำงานในกะกลางคืนมาเป็นระยะเวลานาน ๆ มีความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งเต้านมสูงกว่ากลุ่มคนที่ทำงานในเวลากลางวัน

ทั้งนี้การวิจัยดังกล่าวเป็นการศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลจากการวิจัยอื่น ๆ หลายอันที่ศึกษาถึงปัจจัยเสี่ยงในการทำงานที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง และนักวิจัยสรุปได้ว่า การฝืนกระบวนทางชีวภาพของร่างกายในรอบ 24 ชั่วโมง (circadian disruption) อาจเป็นปัจจัยในการก่อโรคมะเร็ง

นอกจากปัจจัยเรื่องเวลาการทำงานแล้วนักวิจัยทีมนี้ยังศึกษาพบด้วยว่าคนที่มีอาชีพเป็นช่างทาสี และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงก็มีความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งสูงกว่าคนอาชีพอื่น ๆ โดยเชื่อว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากสารอันตรายก่อมะเร็งที่คนใน 2 อาชีพนี้ได้รับเข้าสู่ร่างกายในขณะปฏิบัติหน้า

สำหรับหน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรงในการเผยแพร่ผลการวิจัยนี้คือ สำนักงานเพื่อการวิจัยมะเร็งนานาชาติ หรือ ไอเออาร์ซี (international agency for research on cancer: iarc)  ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งขององค์การอนามัยโลก

โดยไอเออาร์ซี กล่าวในถ้อยแถลงต่อสื่อมวลชนว่าผลการวิจัยของไอเออาร์ซีซึ่งยืนพื้นจากวิเคราะห์ผลการวิจัยทางระบาดวิทยาหลายการวิจัยจะได้รับการตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ชื่อดัง เดอะแลนเซท (the lancet) ในฉบับประจำเดือนธันวาคมนี้

ไอเออาร์ซีกล่าวด้วยว่าเป็นไปได้อย่างมากว่าการทำงานกะกลางคืนเป็น “ปัจจัยในการก่อโรคมะเร็ง” ซึ่งเป็นคำนิยามที่ใช้กับสิ่งที่ทดสอบพบในสัตว์ทดลองว่าเป็นปัจจัยในการก่อให้เกิดโรคมะเร็ง และเหตุที่ต้องอ้างอิงกับการทดลองในห้องปฏิบัติการก็เพราะว่าข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับปัจจัยหรือสารก่อมะเร็งมนุษย์นั้นยังมีอยู่อย่างจำกัดในปัจจุบันนี้

สำหรับข้อมูลที่ทีมนักวิจัยของไอเออาร์ซีนำมาวิเคราะห์นั้นเป็นข้อมูลเรื่องการเป็นโรคมะเร็งเต้านมในกลุ่มผู้หญิงที่มีอาชีพเป็นพยาบาลและพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ร่วมกับผลการวิจัยในสัตว์ทดลองในห้องปฏิบัติการอีกหลายอันที่แสดงให้เห็นว่าการเกิดอาการเจ็ทแล็คจาการนอนผิดเวลามีผลกระตุ้นการเกิดเซลล์มะเร็ง

คุณวินเซนท์ ค็อกลิอาโนซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เขียนผลการวิจัยกล่าว่าผู้หญิงที่ทำงานกะกลางคืนมีความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งสูงกว่าคนที่ทำงานในเวลาปกติเกือบจะ 2 เท่าตัว “นี่เป็นปัจจัยเสี่ยงตัวจริงเสียงจริงเลย แต่สำหรับนักระบาดวิทยาอาจจะบอกว่าเป็นความเสี่ยงในระดับปานกลาง” เขากล่าว

คุณค็อกลิอาโนกล่าวด้วยว่าความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งที่เกิดจากการทำงานในคนอาชีพอื่น ๆ ยังไม่เป็นที่ชัดเจนนักแต่ก็ระบุว่าเกือบจะ 20 เปอร์เซ็นต์ของประชากรวัยทำงานในยุโรปและอเมริกาเหนือเป็นคนที่ทำงานในลักษณะทำงานเป็นกะ

สาเหตุที่การทำงานกะกลางคืนมีผลต่อความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งที่สูงขึ้นนั้นคือการที่ระบบนาฬิกาชีวภาพในร่างการถูกขัดจังหวะจากการที่ร่างกายต้องถูกแสดงสว่างในเวลากลางคืน ทั้งนี้พบว่าทำให้รูปแบบการนอนเปลี่ยนไป การผลิตฮอร์โมนเมลาโตนิน (melatonin)ก็เปลี่ยนไป และทำให้ร่างกายควบคุมยีนส์ที่ทำหน้าที่ควบคุมการสร้างเซลล์มะเร็งไม่ได้

 

 


ที่มา
ข้อมูลจาก : สำนักข่าวต่างประเทศ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
ภาพประกอบ : www.thaihealth.or.th


update 03-12-50

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม