หญิงท้องเห่อซีทีสแกนอาจเสี่ยงมะเร็ง

โดย
| |
อ่าน : 1,390

ปัจจุบันพบได้รับรังสีเพิ่มขึ้น2เท่าจากสแกนคอมพิวเตอร์

หนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์คไทม์สฉบับออนไลน์ รายงานผลการศึกษาล่าสุดซึ่งพบข้อมูลที่น่าเป็นห่วงว่าในปัจจุบันผู้หญิงตั้งครรภ์ทำให้ทารกน้อยในครรภ์รับปริมาณรังสีเพิ่มมากขึ้นเป็น 2 เท่าเทียบกับเมื่อสัก 10 ปีที่แล้ว

             การวิจัยนี้ระบุว่าถึงแม้ว่าปริมาณสุทธิของการถูกสัมผัสรังสีของสตรีตั้งครรภ์จะยังถือว่าต่ำอยู่มากแต่การรับรังสีที่เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่านี้เป็นตัวบ่งชี้ถึงข้อเท็จจริงที่ว่าบรรดาอุปกรณ์เครื่องสแกนทางการแพทย์ทั้งหลายเป็นตัวทำให้คนไข้ได้รับรังสีไอออน (ionizing radiation) กันมากขึ้น ซึ่งรังสีตัวนี้เป็นรังสีที่สามารถทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงกับเซลล์ร่างกายอันอาจนำไปสู่ความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพหลายอย่าง รวมทั้งโรคมะเร็งด้วย

             ทั้งนี้ทีมนักวิจัยที่ทำการศึกษานี้เป็นคณะผู้วิจัยจากโรงเรียนแพทย์วอเรน อัลเพิร์ท ของมหาวิทยาลัยบราวน์ พวกเขาได้ศึกษาการใช้เทคนิคสแกนทางการแพทย์หลายอย่างที่สามารถทำให้คนไข้ได้รับรังสีไอออน โดยรวมถึง เครื่องซีทีสแกนและฟิล์มเอ็กซ์เรย์แบบธรรมดาด้วย

             ทีมนักวิจัยทำการศึกษาในคนไข้จำนวนกว่า 3,200 คนที่ผ่านการสแกนในช่วงปี ค.ศ. 1997 ถึง ปี ค.ศ. 2006 และในจำนวนคนที่ทำการศึกษานี้ก็มีบางคนที่เป็นหญิงท้อง ซึ่งนักวิจัยพบว่าในช่วงเวลาที่ทำการศึกษานี้พบว่ามีผู้หญิงตั้งครรภ์ที่ได้รับรังสีจากการสแกนในปริมาณที่เพิ่มขึ้นคิดเป็น 121 เปอร์เซ็นต์

             ผลการวิจัยนี้ได้รับการนำเสนอต่อการประชุมประจำปีของสมาคมรังสีวิทยาอเมริกันเหนือเมื่อวันพุธ (ตามเวลาในประเทศไทย) และเป็นที่น่าสังเกตว่าปริมาณการเพิ่มขึ้นของการถูกสัมผัสกับรังสีในคนท้องเป็นการเพิ่มขึ้นจากการใช้เครื่องซีทีสแกนซึ่งเป็นเครื่องสแกนคอมพิวเตอร์ทางการแพทย์ที่เป็นที่นิยมมากที่สุด ในขณะที่การทำอัลตราซาวด์ไม่ได้ทำให้คนท้องและทารกในครรภ์ได้รับรังสีไอออนเลย

             ทั้งนี้มีข้อมูลว่ามีปริมาณการสั่งตรวจด้วยการสแกนเพิ่มขึ้นอย่างรวดและมากกว่าอัตราการคลอดบุตรที่เพิ่มขึ้นเพียงแค่ 7 เปอร์เซ็นต์ในช่วงปีที่ทำการศึกษานี้ และเมื่อต้นปีนี้เองการศึกษาของทางการพบว่าปริมาณโดสของรังสีไออนที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ต่อหัวประชากรในสหรัฐเพิ่มขึ้นถึง 600 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมาโดยเป็นการเพิ่มขึ้นจากการใช้เครื่องสแกนคอมพิวเตอร์ทางการแพทย์

             ข้อมูลระบุด้วยว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วการใช้เครื่องสแกนซีทีนั้นพุ่งขึ้นเป็น 62 ล้านครั้งใน ปี ค.ศ. 2006 จาก 3 ล้านครั้ง ในปี ค.ศ.1980 และรายงานข่าวระบุว่าเครื่องซีทีสแกนนั้นทำให้คนไข้ได้รับรังสีเยอะกว่าเครื่องเอ็กซ์เรย์มาตรฐานมากเมื่อเทียบกัน

             ดร.อลิซาเบธ ลาซารัส ซึ่งเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านการวินิจฉัยด้วยเครื่องกำเนิดภาพที่มหาวิทยาลัยบราวน์กล่าวว่าข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่าผู้หญิงท้องกำลังได้รับการตรวจด้วยเครื่องสแกนในอัตราที่มากขึ้นและนั่นจะยิ่งทำให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดปัญหามากขึ้นอันเนื่องจากการรับรังสีที่เยอะขึ้น และการเพิ่มขึ้นนี้เป็นการเพิ่มจากการมีเครื่องมือวินิจฉัยความผิดปกติที่เยอะขึ้น

 

 


 

ที่มา

ข้อมูลจาก : สำนักข่าวต่างประเทศ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

ภาพประกอบ : www.thaihealth.or.th


 

update 29-11-50

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม