มะกันชวนออกกำลังกายเซฟค่าน้ำมัน

โดย
| |
อ่าน : 1,731

ใช้การเดิน วิ่ง แทนขับรถ ช่วยลดโลกร้อน

หลายคนอาจจะจินตนาการไม่ออกว่า "โรคอ้วน" และ "โลกร้อน" จะมีความเชื่อมโยงกันได้อย่างไรแต่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพของสหรัฐออกมายืนยันว่า เราทุกคนสามารถลดแคลอรีไปพร้อมๆ กับช่วยลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นตัวการที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนไปในเวลาเดียวกันได้

           "เอพี" รายงานว่าเพียงแค่คุณๆ หยุดขับรถส่วนตัว แล้วหันมาเดินหรือขี่จักรยานไปไหนมาไหนแค่เพียงชั่วโมงครึ่ง รวมทั้งบริโภคเนื้อสัตว์ให้น้อยลง เท่านี้ก็จะช่วยรักษาโลกและรักษาสุขภาพของตัวเองไปพร้อมๆ กันเรียกว่าได้ประโยชน์แบบ 2in 1 เลยทีเดียว

           เพราะจากการคำนวณของนักซิทยาศาสตร์พบว่า หากคนอเมริกันอายุประมาณ 10-70 ปี หันมาใช้การเดินไปไหนมาไหนสักชั่วโมงครึ่งต่อวัน แทนที่จะขับรถไปก็จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นตัวการให้เกิดก๊าซเรือนกระจกลงได้มากถึง 64 ล้านตันต่อปี

           นอกจากนี้ยังจะสามารถประหยัดการใช้น้ำมันได้อีกราว 6.5 พันล้านแกลลอน ซึ่งจะทำให้คนอเมริกันประหยัดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับน้ำมันไปได้กว่า 3 พันล้านปอนด์

           "ดร.โฮเวิร์ด ฟรัมคิน" ผู้อำนวยการฝ่ายสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคของสหรัฐ (ซีดีซี) ระบุว่าซีดีซีตัดสินใจเผยแพร่โครงการที่ให้ประโยชน์สองด้านในเวลาเดียวกัน เพื่อต่อสู้กับโลกร้อนและโรคอ้วนด้วยการออกกำลังกายทุกๆ วันเช่นการเดินไปโรงเรียน หรือเดินไปทำงาน

           ปัจจุบันปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change) กำลังเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลต่อภาวะสาธารณสุขของทุกประเทศโดยองค์การอนามัยโลก (who) ประเมินว่า ในปี 2543 มีผู้คนราว 160,000 คนเสียชีวิตด้วยโรคมาลาเรีย ท้องร่วง ภาวะทุพโภชนาการและเสียชีวิตจากน้ำท่วม ซึ่งมีสาเหตุมาจากภาวะโลกร้อนและมีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

           ดร.ฟรัมคินกล่าวในการประชุมด้านสาธารณสุขประจำปีว่า สิ่งสำคัญคือต้องให้ผู้คนลดการขับรถลงให้ได้ เพราะนอกจากการใช้จักรยาน หรือเดินจะช่วยลดความอ้วนและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนแล้ว ยังช่วยลดหมอกควันลดการเสียชีวิตที่เกิดจากอุบัติเหตุ รวมถึงช่วยลดภาวะโรถกกระดูกพรุน (osteoporosis)

           ทั้งนี้ งานวิจัยงาน "พอล ฮิกกินส์" นักวิทยาศาสตร์ประจำสมาคมอุตุนิยมวิทยาแห่งสหรัฐที่เผยปพร่ในปี 2548 ก็พบว่าคนที่เดินเฉลี่ยวันละ 1 ชั่วโมงครึ่งทุกวันจะมีน้ำหนักลดลงประมาณปีละ 13 ปอนด์และหากทุกคนหันมาเดินแทนการขับรถ ก็จะช่วยเผาผลาญแคลอรีลงได้รวมกันมากถึง 10.5 ล้านล้านแคลอรี ขณะเดียวกันก็จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ในปริมาณเทียบเท่ากับที่รัฐนิวเม็กซิโกปล่อยออกมา

           ด้าน "ดร.โรเบิร์ต ลอว์เรนซ์" จากสกูล ออฟ พับลิก เฮลท์ จากสถาบันจอห์น ฮอปกินส์ระบุว่า นอกเหนือจากการลดการขับขี่แล้วการเปลี่ยนมาบริโภคเนื้อสัตว์ให้น้อยลงก็มีส่วนช่วยลดโลกร้อนเช่นกัน เพราะการเลี้ยงสัตว์จะใช้พลังงานและที่ดินมากกว่าการปลูกผลไม้ผักและเมล็ดพันธุ์ธัญญาหารต่างๆ

 

 

 

 

ที่มา

ข้อมูลจาก : ประชาชาติธุรกิจ

ภาพประกอบ : www.thaihealth.or.th

update 14-11-50

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม