สธ.เตือนระวังโรคไข้เลือดออก

โดย
| |
อ่าน : 2,453

ชี้โลกร้อนขึ้นโอกาสเสี่ยงสูงที่จะถูกยุงลายกัด

         

            นายไชยา สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ขณะนี้สภาพอากาศในประเทศไทยกำลังประสบปัญหากับภาวะโลกร้อนมากขึ้น ยุงลายซึ่งเป็นสาเหตุของโรคไข้เลือดออกแพร่พันธุ์รวดเร็วขึ้น ส่งผลให้ประชาชนทุกวัยมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกยุงลายกัด และป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก ซึ่งในการควบคุมป้องกันโรคดังกล่าว ได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) กำหนดวันรณรงค์เอ็กซเรย์ทำลาย แหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 20 - 27 มีนาคม 2551 โดยระดมพลังอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กว่า 8 แสนคน ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาชนทุกหลังคาเรือน ซึ่งถือเป็นการระดมพลกวาดล้างยุงลายครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศ

            ทั้งนี้ จากการติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในปี 2551 ในรอบ 10 สัปดาห์ ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงวันที่ 8 มีนาคม ทั่วประเทศ มีรายงานผู้ป่วยแล้ว 5,837 ราย เสียชีวิต 7 ราย จำนวนผู้ป่วยเพิ่มสูงกว่าช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมาถึงร้อยละ 77 พบในภาคกลางมากที่สุด 3,669 ราย เสียชีวิต 6 ราย รองลงมาคือภาคใต้ ป่วย 1,015 ราย เสียชีวิต 1 ราย ภาคเหนือป่วย 655 ราย และภาคตะวันออกเฉียงเหนือป่วย 498 ราย ส่วนในกทม.พบป่วย 1,037 ราย ยังไม่มีรายงานเสียชีวิต เมื่อแยกเป็นรายจังหวัด จังหวัดที่มีอัตราป่วยมากที่สุด 10 จังหวัด ได้แก่ อ่างทอง ป่วยแสนละ 53 คน กระบี่แสนละ 36 คน ภูเก็ตแสนละ 27 คน ราชบุรี แสนละ 25 คน สมุทรปราการ แสนละ 25 คน สมุทรสาคร แสนละ 24 คน นครปฐม แสนละ 21 คน พระนครศรีอยุธยา แสนละ 21 คน ระยอง แสนละ 21 คน และประจวบคีรีขันธ์ แสนละ 21 คน

            ด้านนายแพทย์ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากการวิเคราะห์จำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกในปีนี้ พบว่าในกลุ่มเด็กโตอายุมากกว่า 10 ปีมากขึ้นจนถึงวัยผู้ใหญ่ ซึ่งอาจทำให้ประชาชนคาดไม่ถึงว่าติดเชื้อไข้เลือดออก อาการของโรคไข้เลือดออกจะเริ่มต้นด้วยไข้สูงติดต่อกัน อ่อนเพลีย ไม่มีน้ำมูก เมื่อมีอาการป่วย มีไข้ มักจะไปซื้อยากินเอง โดยเฉพาะยาแก้ปวดลดไข้ชนิดฤทธิ์แรง เช่น ไอบูโพรเฟน (ibuprofen) ซึ่งหลังกินแล้วจะทำให้อาการดีขึ้น จะต้องระวังห้ามกินอย่างเด็ดขาด เนื่องจากจะทำให้มีเลือดออกในกระเพาะอาหาร เลือดออกไม่หยุดเสียชีวิตง่ายขึ้น ยาที่แนะนำให้กินเพื่อลดไข้คือ พาราเซตามอล แต่ควรกินไม่เกิน 2 วัน หากไม่ดีขึ้นขอให้ไปพบแพทย์ โดยเร็ว

 

 

 

 

ที่มา: โพสทูเดย์

ภาพประกอบ : www.thaihealth.or.th

 

update 18-03-51

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • PERSONA HEALTH คัดข้อมูลสุขภาพที่ใช่ ให้ตรงกับตัวคุณ -
  • ไทยรู้สู้โควิด -
  • เปิดรับโครงการ หน่วยจัดการระดับจังหวัดสำหรับโครงการสร้างเสริมสุขภาพขนาดเล็ก จังหวัดพิจิตร -
  • เปิดรับโครงการ หน่วยจัดการระดับจังหวัดสำหรับโครงการสร้างเสริมสุขภาพขนาดเล็ก จังหวัดระนอง -
  • คู่มือ การจัดตั้งศูนย์แยกกักตัวในชุมชน Community Isolation (ฉบับปฏิบัติการ) -
  • คู่มือแยกกักตัวที่บ้าน เรื่องควรรู้ที่คุณหมอรวบรวมมาให้ -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 -
  • ชัวร์โควิดและวัคซีน -
  • คู่มือวัคซีนสู้โควิด ฉบับภาษาอังกฤษ -
  • คู่มือวัคซีนสู้โควิด ฉบับภาษาลาว -
  • คู่มือวัคซีนสู้โควิด ฉบับภาษาพม่า -
  • คู่มือวัคซีนสู้โควิด ฉบับภาษากัมพูชา -
  • คู่มือ วัคซีนสู้โควิด (ฉบับประชาชน) -
  • คู่มือ การบริหารจัดการโครงการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • ประกาศเตือนภัย -
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! - เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์!
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 - บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 - แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย - ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม