เผยเด็กไทยกินน้ำตาลเกินจำเป็น

โดย
| |
อ่าน : 2,055

สสส.ย้ำเร่งปลูกฝัง"ไม่กินหวาน"ลดเสี่ยงโรคร้าย

 

          ปัจจุบันประชาชนมีพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนไป โดยหันมานิยมการบริโภคอาหารสำเร็จรูป อาหารหวาน มัน และเค็ม ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในขนมขบเคี้ยว น้ำอัดลม และเครื่องดื่มประเภทชา กาแฟ และน้ำผลไม้ที่เติมน้ำตาลเพิ่มขึ้น ซึ่งผลการสำรวจพฤติกรรมการบริโภคน้ำตาลในเด็กชั้นประถมปีที่ 5-6 ในปี พ.ศ.2549 พบว่า เด็กบริโภคน้ำตาลเฉลี่ย 20 ช้อนชาต่อวัน ซึ่งเกินกว่าความจำเป็นที่ร่างกายต้องการถึง 3 เท่า

 

          โรงเรียนแสงวิทยาโรงเรียนเอกชน ใน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ถือเป็นโรงเรียนต้นแบบในเครือข่ายของ โครงการณรงค์เพื่อเด็กไทยไม่กินหวาน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่ได้การบูรณาการหลักการและวัตถุประสงค์ของโครงการเข้ากับแผนการเรียนการสอนของโรงเรียนอย่างเด่นชัด เพื่อปลูกฝังนักเรียนให้ลดการบริโภคน้ำตาลที่ไม่จำเป็นตั้งแต่ในวัยเด็ก

 

          อ.พเนศ ต.แสงจันทร์ ผอ.ร.ร.แสงวิทยา ให้ข้อมูลว่า ทางโรงเรียนร่วมได้นำแผนการทำงานโครงการฯ มาประยุกต์และบูรณาการเข้าสู่ระบบการเรียนการสอนให้แก่นักเรียนทุกระดับชั้น จัดทำสื่อการเรียนการสอนที่น่าสนใจ เช่น นิทานไม่กินหวาน, เกมไม่กินหวาน รวมทั้งดูแลด้านโภชนาการของเด็กด้วยการจัดกิจกรรม วันปลอดขนมถุง และ ปลอดไอศกรีม งดน้ำตาลในเครื่องปรุงก๋วยเตี๋ยว และจัดผลไม้เป็นอาหารว่างให้เด็กอนุบาล รวมถึงได้ขยายเครือข่ายด้วยการสร้างกระแสไม่กินหวานไปสู่แม่ค้าและประชาชนในชุมชนเทศบาลแก่งคอยอีกด้วย

 

          การปลูกฝังให้เด็กๆ ไม่กินหวานด้วยการสอนผ่านกิจกรรมที่น่าสนใจ ทำให้เด็กเกิดความเข้าใจได้ง่ายและสามารถถ่ายทอดสู่คนรอบข้างได้ ดังเช่น ด.ช.กฤษณะ โมราขาว นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่เห็นความสำคัญของเรื่องนี้โดยเลิกกินน้ำอัดลม ขนมหวาน และลูกอม ทั้งในและนอกโรงเรียน และยังชักชวนผู้ปกครองให้เลิกกินหวานอีกด้วย

 

          ด้าน ร.ร.บ้านราษฎร์เจริญ อ.วิหารแดง จ.สระบุรี เป็นโรงเรียนเล็กๆ อีกแห่งหนึ่งที่เข้าร่วมโครงการโดยมีดีกรีรางวัลชนะเลิศโรงเรียนส่งเสริมทันตสุขภาพระดับจังหวัดปี 2549 ไม่มีน้ำอัดลม ไม่มีขนมถุง ไม่มีไอศกรีมจำหน่าย จึงไม่เป็นเรื่องยากที่ทางโรงเรียนจะมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็กในโรงเรียนสู่การไม่กินหวาน

 

          อ.วิรัช เวชสิทธิ์ ผอ.ร.ร.บ้านราษฎร์เจริญ กล่าวว่า ทางโรงเรียนต้องการปลูกฝังพฤติกรรมไม่กินหวานให้ติดตัวเด็กอย่างยั่งยืนตลอดไป จึงมีการให้ความรู้อย่างจริงจัง เพื่อให้เด็กนำไปปฏิบัติได้อย่างต่อเนื่อง โดยให้มีการบูรณาการกิจกรรมไม่กินหวานควบคู่กับการเรียนการสอนในทุกสาขาวิชา

 

          นอกจากนี้ ทางโรงเรียนยังได้มุ่งขยายเครือข่ายเด็กไทยไม่กินหวานออกไปสู่โรงเรียนอื่นๆ และชุมชนใกล้เคียง ด้วยการให้ ด.ช.วีระ พิมพ์ศิริ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ซึ่ง จัดหาทีมเพื่อนๆ แสดงละครเป็นภาษาอีสานที่แสดงให้เห็นถึงพิษภัยของการกินหวานเพื่อชักชวนให้คนในชุมชนอื่นๆ เลิกกินหวาน

 

          นอกจากนี้ยังขยายผลไปสู่ชุมชนรอบๆ โรงเรียนให้มีส่วนร่วมกันดูแลสุขภาพของเด็กๆ ดังเช่น ป้าทวาย บุญเพ็ง แม่ค้าขายขนมที่อยู่บริเวณด้านหน้าโรงเรียนเล่าให้ฟังว่า ทางโรงเรียนได้ขอให้เลิกขายน้ำอัดลมและขนมถุงที่ไม่มีประโยชน์แก่เด็กๆ ก็รู้สึกเห็นด้วย เพราะเด็กๆ แถวนี้เป็นเหมือนลูกหลานของเรา ต้องช่วยกันดูแลตอนนี้ป้าขายแต่ลูกชิ้นปิ้ง ขนมปัง ผลไม้ และขนมที่มีประโยชน์เท่านั้น

 

 

 

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน

 

 

update : 13-08-51

 

 

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • โครงการประกวดนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ครั้งที่ 2 -
  • รายการทีวีออนไลน์ รอลูกเลิกเรียน -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • 5 คู่มือการดูแลผู้สูงวัย -
  • ระบบบันทึกรายรับ-รายจ่ายสำหรับ ภาคี สสส. -
  • เขตสุขภาพเพื่อประชาชน -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ
  • รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) - รายงานผลการดำเนินงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
  • จิตอาสาพลังแผ่นดิน -
  • พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 -

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม