เตือนหญิงยุคใหม่เสี่ยงเป็นโรคภูมิแพ้สารนิเกิล

โดย
| |
อ่าน : 2,659

แพทย์ระบุเหงื่อ เป็นตัวละลายสาร

 

          แพทย์เตือนสาวยุคใหม่ระวังโรคภูมิแพ้สารนิเกิล  ที่เป็นส่วนผสมอยู่ในจำพวกเครื่องประดับโลหะ  ระบุอากาศร้อนทำให้เกิดการหลั่งเหงื่อมากขึ้น  และเป็นตัวละลายสารนิเกิลทำปฏิกิริยากับผิวหนังมีผลให้เกิดผื่นภูมิแพ้บริเวณต่างๆ แนะไม่ควรใส่เสื้อผ้าหนาเกินไป

 

          นายแพทย์สุเทพ   จิระสุทัศน์  ผู้อำนวยการสถานไลออนส์สุพรรณหงส์ เปิดเผยว่า สภาพอากาศในปัจจุบันมีผลกระทบโดยตรงต่อผิวพรรณ    ซึ่งเป็นด่านแรกของร่างกายที่จะต้องสัมผัสกับชั้นบรรยากาศ   ด้วยขณะนี้มีฝนตกเพิ่มและความชื้นสูง เป็นปัจจัยให้คนมีแนวโน้มเป็นโรคภูมิแพ้กันมากขึ้น   คนที่เป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้วจะมีอาการให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น   ตลอดจนมีโอกาสแพ้สารสัมผัสได้ง่าย  เช่น  สารนิเกิล  ซึ่งจะเป็นตัวทำให้เกิดผื่นภูมิแพ้ที่ผิวหนังได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหญิงสาวที่ชอบการแต่งตัว  เป็นกลุ่มเสี่ยงกับอาการแพ้นิเกิลที่เป็นส่วนผสมในเครื่องประดับโลหะต่างๆ

 

          นพ.สุเทพกล่าวว่า เนื่องจากภาวะโลกร้อนทำให้มีการหลั่งเหงื่อมากขึ้น  ซึ่งเหงื่อจะเป็นตัวละลายสารนิเกิลออกมาจากเครื่องประดับ  นอกจากนี้ สารเคมีที่ใช้ในชีวิตประจำวันบางชนิดก็อาจก่อให้เกิดการแพ้ได้  เช่น   น้ำหอม เครื่องสำอางที่มีโลหะหนักปนเปื้อน สารกันบูด  น้ำยาบ้วนปาก น้ำยาดับกลิ่นและระงับการหลั่งของเหงื่อ น้ำยาเคลือบเล็บ เป็นต้น ดังนั้นการแพ้นิเกิลจึงเป็นการอักเสบของผิวหนังที่เกิดจากการสัมผัสกับโลหะที่มีส่วนผสมของนิเกิล  และเมื่อผิวหนังอักเสบบ่อยจากการแพ้ ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผิวอ่อนแอและแก่ก่อนวัยได้เช่นกัน

 

          "โรคภูมิแพ้ประเภทนี้มักจะเกิดขึ้นกับสาวยุคใหม่ที่เกิดจากการสัมผัสสารนิเกิลโดยตรง สัญญาณเตือนว่าจะแพ้นิเกิลคือ  เริ่มเกิดอาการคันภายในเวลา 15-30 นาทีหลังสัมผัสสารนิเกิล  หลังจากนั้นจะพบตุ่มใสหรือผื่นแดง   โดยมากมักพบผื่นดังกล่าวในบริเวณที่ใส่ตุ้มหู กำไล แหวน นาฬิกา  กระดุมกางเกงยีนส์  ตะขอชุดชั้นใน  ภายใน 45-60 นาที ถ้าเป็นมากจะพบผื่นกระจายทั่วตัวได้"   นพ.สุเทพกล่าว และว่า  อาการแพ้สารนิเกิลในผู้ชายจะพบในการประกอบอาชีพ เช่น แพ้เครื่องมือจากการทำงาน

 

          นายแพทย์รายนี้กล่าวอีกว่า เมื่อผิวหนังสัมผัสกับสารนิเกิลจะไปกระตุ้นให้ร่างกายเกิดกระบวนการในระบบคุ้มกันแบบ   "cell   mediated immune response" โดยจะมีขั้นตอน  1.ระยะกระตุ้นคือ  ตั้งแต่ได้รับสารก่อภูมิแพ้ครั้งแรก  จนกระทั่งถูกกระตุ้นเต็มที่ใช้เวลาประมาณ   7-10  วัน  2.ระยะเกิดปฏิกิริยา คือ ระยะที่ได้รับสารก่อภูมิแพ้อีกครั้ง จนกระทั่งเกิดอาการที่ผิวหนังมีระยะเวลา  48-72 ชั่วโมง โดยเกิดมากที่สุดเมื่อ 48 ชั่วโมง

 

          อาการพบได้ตั้งแต่ผิวหนังเป็นผื่นแดง    หากไปเกาแรงๆ จะทำให้ผื่นกำเริบหรือขยายวงกว้างออกไปทั่วตัว  ต่อมาผื่นจะเป็นเม็ดตุ่มนูน  และตุ้มน้ำพองใส อาจแตกออกเป็นน้ำเหลืองไหลเยิ้ม   อาการคันจะยิ่งมากขึ้น ถ้าเป็นในระยะเรื้อรังจะทำให้ผื่นผิวหนังหนานูนขึ้น มีสีคล้ำ   ผิวไม่เรียบและเป็นขุยได้  ดังนั้นหากพบว่ามีอาการแพ้นิเกิลให้หยุดใช้สารนั้นๆ  หรือเครื่องประดับนั้นๆ ทันที

 

          "การดูแลผิวในสภาพอากาศเช่นนี้  ไม่ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่หนาจนเกินไป ควรเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกหรืออับชื้นทันที   ควรอยู่ในที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก  ไม่ร้อนอบอ้าว" นพ.สุเทพกล่าวในที่สุด

 

          ทั้งนี้ สารนิเกิลเป็นส่วนผสมที่สำคัญในโลหะเกือบทุกชนิด ยกเว้นทองคำหรือเงินแท้.

 

 

 

 

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

 

 

update 03-11-51

โพล

คุณคิดอย่างไรกับการนำเสนอข่าว/บทความนี้

ชอบ
ไม่ชอบ
เห็นด้วย 0 คน
0 %
ไม่เห็นด้วย 0 คน
0 %

แสดงความคิดเห็น

กรุณารอสักครู่ ระบบกำลังประมวลผลอยู่ค่ะ
  • เรื่องโควิด-19 รู้ให้ชัวร์! -
  • บทบาทและการปรับการดำเนินงานของ สสส. ในภาวะวิกฤติโควิด-19 -
  • แจ้งการตรวจรับงานและเบิกจ่ายเงินในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 -
  • ประกาศรายชื่อกฎหมาย หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบ และกำหนดเวลาแล้วเสร็จในการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย -
  • ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็นผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ -
  • เอตทัคคะและพระอริยสาวกในพระพุทธศาสนา -
  • ชีวิตดีเริ่มที่เรา -
  • หลักธรรมาภิบาลในการวางแผนดำเนินการประจำปีงบประมาณ 2563 ของ สสส. -
  • ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ - ผลการดำเนินการกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ

สุขใจปลายปากกา

+ ดูเพิ่มเติม

ปฏิทินกิจกรรม

+ ดูเพิ่มเติม